กลิ่นอายความเย็นเยียบของค่ำคืนในตรอกมืดหลังตลาดสดเขตสาม ยังไม่ทันจางหายดี นัยน์ตาทั้งคู่ของหลินว่านหลินและลู่จินหยูต่างก็หรี่แคบลงพร้อมกัน ความรู้สึกอันตรายพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุด!
แต่แทนที่จะถอยกรูดด้วยความตื่นตระหนก ร่างอวบอิ่มในชุดเสื้อผ้าเนื้อดีของภรรยาทหารกลับขยับยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย นางแกล้งทำเป็นจัดสาบเสื้อโค้ทกันหนาวตัวหนา ก่อนจะใช้ศอกกระทุ้งเข้าที่สีข้างของสามีหนุ่มเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนเชิงลับ ลู่จินหยูที่ยืนบังมุมอับสายตาอยู่ครึ่งก้าว ขยับกายแผ่ไอสังหารระดับทหารหน่วยรบพิเศษออกมาข่มขวัญเงาดำที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาจากมุมตึกทันที
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว... สหายทั้งสองยังไม่รีบกลับบ้านอีกหรือ ระวังจะโดนตรวจกิจการนอกเวลานะคะ"
เสียงทุ้มต่ำแต่กังวานของชายแปลกหน้าในชุดเสื้อคลุมสีเขียวทหารเก่าๆ ดังขึ้น พร้อมกับร่างผอมเกร็งแต่สายตากลับกวาดมองถุงผ้าใบใหญ่ในมือของว่านหลินด้วยความโลภอย่างปิดไม่มิด เขาคือ 'เฉินกั๋วเฉียง' อันธพาลคุมวินจักรยานยนต์รับจ้างประจำตรอกนี้ ที่คอยแอบมองความสำเร็จของแม่ค้าหน้าใหม่มาได้สองสามวันแล้ว
หลินว่านหลินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะของนางไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย กลับเต็มไปด้วยความขบขันราวกับกำลังมองดูสุนัขข้างถนนที่กำลังอวดเขี้ยวเล็บ "โอ้ ที่แท้ก็สหายเฉินนี่เอง... ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ แต่สามีดิฉันเขาเป็นคนขี้หึงและมือหนักเสียด้วย หากใครบังอาจเข้ามาใกล้ถุงเงินหยวนของครอบครัวเราเกินสามก้าว เกรงว่ากระดูกซี่โครงคงจะได้ย้ายไปอยู่ผิดที่ผิดทางล่ะค่ะ"
สิ้นคำพูดของนาง ลู่จินหยูไม่รอช้า สเต็ปเท้ารูปตัว T ถูกงัดออกมาใช้ ร่างสูงใหญ่ก้าวออกไปบังหน้าภรรยาพร้อมกับฝ่ามือหนาที่เอื้อมไปบีบข้อต่อกระดูกนิ้วดังกร๊อบ! แรงกดดันมหาศาลจากนายทหารยศสูงผู้ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน ทำเอาเฉินกั๋วเฉียงถึงกับหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดไปสามก้าวโดยไม่กล้าแม้แต่จะสบตาตรงๆ
"ไสหัวไป" ลู่จินหยูเอ่ยสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำจนน่ากลัว
อันธพาลหน้าเงินกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เมื่อเห็นว่าเหยื่อรายนี้ไม่ใช่หมูในอบค้นเคี้ยวอย่างที่คิดแถมยังมีตอใหญ่หนุนหลัง มันจึงทำได้เพียงกัดฟันกรอด พึมพำคำหยาบคายออกมาเบาๆ ก่อนจะวิ่งหายลับไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
ว่านหลินถอนหายใจออกมาเบาๆ นางปัดเศษฝุ่นบนเสื้อผ้าตนเองอย่างไม่ยี่หรา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีที่ตอนนี้หันกลับมามองนางด้วยแววตาซับซ้อน ทั้งดุ โล่งอก และ... คลั่งรักปะปนกันจนแยกไม่ออก
"คุณนี่นะ... กล้าดียังไงถึงไปยั่วยุคนพวกนั้นตามลำพัง" ลู่จินหยูเอ่ยดุด้วยน้ำเสียงแหบพร่า มือหนาเอื้อมมาฉวยถุงผ้าใบโตจากมือภรรยามาถือไว้เสียเองโดยอัตโนมัติ เพื่อแบ่งเบาภาระ
"ถ้าฉันไม่ทำแบบนั้น แล้วนายทหารผู้เคร่งขรึมของฉันจะยอมโชว์ความเท่ให้ดูหรือคะ?" ว่านหลินค้อนควักให้วงใหญ่ แต่มุมปากกลับยกยิ้มอย่างอารมณ์ดี "รีบกลับบ้านกันเถอะค่ะ กลิ่นเงินหยวนในกระเป๋าเริ่มส่งเสียงเรียกแล้ว ฉันอยากจะรีบไปนับเงินจนตัวสั่นอยู่แล้วเนี่ย!"
สับเท้าเดินลัดเลาะผ่านทุ่งนาและแนวต้นไม้จนมาถึงบ้านพักข้าราชการทหารหลังน้อย บรรยากาศรอบกายเงียบสงบ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดวับแวมส่องลอดมาจากหน้าต่างบ้านหลังข้างเคียง ทว่าบ้านของพวกเขากลับมืดสนิทเนื่องจากแม่สามี (เหมยฮวา) คงจะเข้านอนไปตั้งแต่หัวค่ำแล้วตามคำสั่งของสะใภ้ที่บอกให้นอนพักผ่อนได้เลย
ทันทีที่ผลักประตูก้าวเข้าไปข้างใน ลู่จินหยูรีบลงกลอนลงกลอนลงกลอนลงกลอนประตูหนาแน่นทันที ก่อนจะจุดตะเกียงบนโต๊ะไม้กลางห้องจนแสงสว่างสีส้มอบอวลขับไล่ความมืดมิดออกไปจนหมดสิ้น
หลินว่านหลินไม่รอช้า นางจัดการวางกระเป๋าผ้าใบทึบลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง *ตุบ!*
รอยยิ้มแห่งความร่ำรวยปรากฏเด่นชัดบนใบหน้าเรียวสวย ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับยิ่งกว่าดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน นางรูดซิปกระเป๋าออกกว้าง เผยให้เห็นกองธนบัตรเหวินหลิน (เงินหยวน) ปึกหนาหลากสีสัน ทั้งแบงก์สิบหยวน แบงก์ห้าหยวน และแบงก์ย่อยระGบที่อัดแน่นจนเต็มกระเป๋า ล้นทะลักออกมาส่งกลิ่นอายของหมึกพิมพ์ใหม่เอี่ยมและ... ความมั่งคั่ง!
"โอ้โห..." ลู่จินหยูถึงกับสูดปากค้าง แม้เขาจะเป็นนายทหารที่ได้รับเงินเดือนประจำและเบี้ยเลี้ยงสนาม แต่นี่คือเงินสดก้อนโตที่ได้มาจากการค้าขายด้วยน้ำพักน้ำแรงของภรรยาเพียงชั่วข้ามคืนเดียว! ปึกเงินกองพะเนินนั้นมีมูลค่ามากกว่าเงินเดือนรวมของเขาเกือบครึ่งปีเสียด้วยซ้ำ
"ตกใจอะไรกันคะ ท่านผู้กองลู่ นี่เพิ่งแค่เริ่มต้นเท่านั้นนะ" ว่านหลินหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี นางสערแขนเสื้อขึ้นทั้งสองข้าง จัดแจงกวาดกองธนบัตรทั้งหมดออกมากองตรงหน้า แล้วเริ่มกระบวนการ 'นับเงิน' ที่สตรีทุกคนใฝ่ฝัน
*แปะ... แปะ... แปะ...*
เสียงดีดนิ้วกระทบกระดาษธนบัตรดังเป็นจังหวะต่อเนื่อง มือเรียวขาวของอดีตเชฟสาวทำงานคล่องแคล่วว่องไวราวกับเซียนพนันในบ่อนใหญ่ ธนบัตรปึกแล้วปึกเล่าถูกคัดแยกตามราคา นำมาเรียงซ้อนกันเป็นตับอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย รอยยิ้มบนใบหน้าของนางกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนแก้มแทบปริ ความเหน็ดเหนื่อยจากการยืนทำอาหารและขายของในตลาดมืดมาตลอดทั้งวัน มลายหายวับไปกับตาเมื่อได้เห็นตัวเลขเงินสดที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ
ลู่จินหยูยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะ มองดูภรรยาตัวน้อยที่กำลังนั่งนับเงินด้วยความสนุกสนาน นัยน์คมกริบทอดมองด้วยความอ่อนโยนและทึ่งระคนกัน
ร่างอวบอิ่มที่เคยเอาแต่ใจตัวเอง ร้องแรกแหกระเชอขอเงินไปปรนเปรอชายชู้จอมปลอมอย่างจ้าวฮ่าวหราน บัดนี้ได้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงสตรีผู้ฉลาดเฉลียว เด็ดเดี่ยว และเต็มไปด้วยเสน่ห์แพรวพราวที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้
"สหายหลินว่านหลิน... ดูท่าทางคุณจะรวยกว่าสามีที่เป็นทหารจนๆ คนนี้เสียแล้วกระมัง?" ลู่จินหยูเอ่ยแซด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม เจือรอยยิ้มเอ็นดูที่หาดูได้ยาก
ว่านหลินชะงักมือน้อยๆ ที่กำลังหนีบธนบัตรปึกสุดท้าย นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี เชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อยอย่างภาคภูมิใจ ดวงตาเป็นประกายหยอกเย้า "ทำไมคะ? กลัวว่าภรรยาคนนี้จะรวยจนคุณตามไม่ทัน แล้วคิดจะขอหย่าไปหาหญิงอื่นงั้นสิทธิ์? ฝันไปเถอะค่ะ ผู้กองลู่! เงินพวกนี้ส่วนหนึ่งคือทุนตั้งตัวที่เราจะเอาไปซื้อตึกเปิดร้านอาหารเหลาใหญ่ในตัวเมือง ส่วนอีกส่วน... ฉันจะเก็บไว้จ้างคุณมาเป็นบอดี้ส่วนตัวคอยถือกระเป๋าให้ฉันตลอดชีวิต!"
คำพูดหยอกล้อแต่จริงจังของนางเรียกเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอจากชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี ลู่จินหยูส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัว ใช้สองมือโอบเอวอิ่มเข้ามาแนบชิด จนร่างของทั้งสองแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน กลิ่นกายสะอาดสดชื่นของสามีปะปนกับกลิ่นอายความสำเร็จ ทำให้หัวใจของว่านหลินกระตุกวูบ
"ไม่ต้องจ้างหรอกครับ..." ลู่จินหยูก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหูขาวผ่อง น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความเว้าวอนและหวงแหน "สามีคนนี้ยินดีรับใช้ภรรยาตลอดชีวิต... โดยไม่คิดค่าจ้างแม้แต่หยวนเดียว แถมแถมบริการนวดตัวให้ทุกคืนฟรีด้วย... สนใจไหมครับ?"
ว่านหลินหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที นางกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดแสบสันเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้นอย่างรุนแรงและเร่งรีบกลางดึกสงัด ขัดจังหวะบรรยากาศหวานชื่นในห้องนอนทันที!
ทั้งคู่ชะงักค้าง ลู่จินหยูรีบปล่อยมือจากเอวภรรยา สีหน้าเปลี่ยนกลับเป็นนายทหารผู้เคร่งขรึมและระแวดระวังภัยในเสี้ยววินาที ว่านหลินกวาดสายตามองกองเงินหยวนนับร้อยใบที่ยังเกลื่อนอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบมองไปที่ประตูไม้หน้าบ้านด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาด
"ใครกันที่มาเคาะประตูบ้านคนอื่นเอาป่านนี้..." ว่านหลินพึมพำเบาๆ
*ปัง! ปัง! ปัง!* คราวนี้เสียงทุบประตูดังขึ้นหนักหน่วงกว่าเดิม พร้อมกับเสียงตะโกนโหวเหวกโวยวายของบุรุษผู้หนึ่งที่จำได้แม่นว่าคือ 'จ้าวฮ่าวหราน' อดีตชายชู้ตัวแสบที่หายหัวไปหลายวัน!
"ว่านหลิน! พี่รู้ว่าเธอยังไม่นอน! เปิดประตูให้พี่เดี๋ยวนี้! พี่มีเรื่องสำคัญต้องคุยกับเธอเรื่องเงินทุนก้อนนั้น!!"
----------------------------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของยัยน้องว่านหลินและผู้กองลู่จนกระเป๋าตุงไปด้วยกันนะคะ!
คุณหนูตัวร้ายขอสลัดสามีทหารไปตั้งตัวดีกว่า•ตอนที่ 13
กระเป๋าตุงไปด้วยเงินหยวน
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายขอสลัดสามีทหารไปตั้งตัวดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!