เสียงทุบประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังมิพังแหล่ พร้อมกับเสียงตะโกนโหวตเหวกโวยวายด้วยสำเนียงอันคุ้นเคยที่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบสงบของยามสาย
"หลินว่านหลิน! นังหมูขี้เกียจ! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้! ผัวทหารของเธอไม่อยู่แล้วสินะ ถึงได้กล้าทำเป็นหูหนวกตาบอด ไม่ยอมออกมารับหน้าแขกเหรื่ออย่างฉัน!"
ลู่จินหยูที่เพิ่งยื่นมือมาโอบเอวภรรยาตามคำยั่วเย้า ชะงักกึก ร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อตึงเกร็งขึ้นมาทันที ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวทอประกายความเย็นเยียบวับวาวจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวของนายหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนแผ่รังสีสังหารออกมาโดยไม่รู้ตัว ทว่าหลินว่านหลินกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
หญิงสาวแย้มยิ้มพราย ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน ราวกับแมวตัวน้อยที่กำลังพบเจอหนูกระดิกหางวิ่งเข้าหาอุ้งเท้า
"อุ๊ย... ดูเหมือนแขกผู้มีเกียรติ (และไร้ยางอาย) ของฉันจะมาเร็วกว่าที่คิดนะคะ" ว่านหลินเอ่ยกลั้วหัวเราะเบาๆ นางใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนอกก้ำกยำของสามีอีกครั้งเชิงปลอบประโลม "ใจเย็นก่อนค่ะสามีของคุณ... เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของภรรยาคนนี้เถอะค่ะ รับรองว่าฉันมีวิธีต้อนรับที่ 'ประทับใจ' จนเขาไม่มีวันลืมเลยทีเดียว"
ลู่จินหยูกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรูปนั่น แสดงถึงโทสะที่กำลังพลุ่งพล่าน เขาจำเสียงนั้นได้แม่นยำ... เสียงของ 'จ้าวฮ่าวหราน' ไอ้หนุ่มสำอางจอมกะล่อนที่เคยมาป้วนเปี้ยนใกล้ชิดกับภรรยาของตนในช่วงที่เขายังประจำการอยู่ชายแดน และเป็นต้นเหตุให้ผู้คนในหมู่บ้านนินทาลับหลังภรรยาเขาอย่างเสียหาย
"พี่จัดการเองดีกว่า ว่านหลิน..." เสียงทุบทุ้มเอ่ยลอดไรฟันอย่างอดกลั้น มือหนาเอื้อมไปหมายจะคว้าแขนเรียวไว้ แต่ว่านหลินกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว นางส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบยาพิษให้เขาหนึ่งที
"อย่าเพิ่งแย่งซีนภรรยาเก่าที่กลับตัวกลับใจสิคะคุณทหาร การสะاحثสวะออกจากชีวิตด้วยมือตัวเอง มันสะใจกว่ากันเยอะค่ะ"
ว่าแล้ว หญิงสาวก็กวาดสายตาไปรอบห้องครัวเพื่อมองหา 'อาวุธ' คู่ใจ ทันใดนั้น สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับไม้หน้าสามเนื้อหนา ยาวเกือบเมตรเศษที่ลู่จินหยูเพิ่งใช้หนุนซ่อมโต๊ะเมื่อวานนี้ นางเดินตรงเข้าไปหยิบมันขึ้นมาด้วยความทะมัดทะแมง ชั่งน้ำหนักในมือเบาๆ สัมผัสความสากของเนื้อไม้และน้ำหนักที่ถ่วงมือได้อย่างพอเหมาะพอดี
*เยี่ยม... น้ำหนักกำลังดี หัวกระโหลกของไอ้สารเลวนี่คงแตกได้ง่ายๆ สินะคะ*
ในขณะเดียวกัน เหมยฮวา แม่สามีที่เพิ่งเดินถือตะกร้าผักสดออกมาจากหลังบ้าน ได้ยินเสียงโวยวายก็หน้าถอดสี รีบวิ่งตื่นตระหนกเข้ามาหาลูกสะใภ้และลูกชายด้วยความตกใจ
"ตาเถรตกกระป๋อง! นั่นมันเสียงไอ้จ้าวฮ่าวหรานไม่ใช่รึ! มันกล้าดียังไงถึงมาโวยวายหน้าบ้านเราอีก! ว่านหลิน ลูกสะใภ้... นังตัวแสบนั่นมันเคย... เอ๊ย หมายถึง แกเคยไปพัวพันกับมันไม่ใช่เหอะ!" แม่สามีเผลอหลุดปากเกือบเรียกชื่อเดิมของสะใภ้ แต่ด้วยความที่ระยะหลังถูกฝีมือทำอาหารและเงินทองกองโตของว่านหลินสยบจนหมดฟอร์ม นางจึงรีบเปลี่ยนคำพูดและหันมาเกาะแขนลูกสะใภ้ด้วยความหวาดวิตกแทน "ทำยังไงดีล่ะทีนี้ ถ้าชาวบ้านรู้ว่ามันมาตามตื๊อแก ชื่อเสียงที่แกเพิ่งกู้คืนมาจะป่นปี้หมดนะ!"
ว่านหลินหัวเราะเสียงใสในลำคอ นางหันไปตบบ่าแม่สามีเบาๆ สองสามทีอย่างใจเย็น
"คุณแม่ไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ คนเราถ้ารู้จักสำนึกและลบอดีตด้วยเงินสดไม่ได้ ก็ต้องลบด้วย 'ไม้' นี่แหละค่ะถึงจะสาสม!"
พูดจบ หญิงสาวก็ก้าวอาดๆ ตรงไปยังประตูรั้วหน้าบ้าน โดยมีลู่จินหยูที่สีหน้าดำมืดราวก้นหม้อเดินตามติดกระชั้นชิดราวกับเงาตามตัว ขณะที่แม่สามีอ้าปากค้าง ทำได้เพียงวิ่งตามไปห่างๆ ด้วยความระทึกใจ
ปัง! ปัง! ปัง!
"หลินว่านหลิน! นังสารเลว! อย่าคิดว่ารวยขึ้นมาหน่อยแล้วจะตัดหางปล่อยวัดฉันได้นะ! เงินทองที่แกหามาได้ช่วงนี้ ความจริงมันควรเป็นของฉันด้วยซ้ำ! เปิดประตูโว้ย!"
จ้าวฮ่าวหรานในชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายราคาถูกแต่พยายามจัดแต่งทรงผมให้ดูสำอาง กำลังเงื้อมือขึ้นเตรียมทุบประตูอีกครั้ง ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความโลภและหงุดหงิด หลังจากได้ยินข่าวลือหนาหูในตลาดว่าสะใภ้บ้านลู่กลายเป็นเศรษฐีณีคนใหม่ ขายอาหารสูตรลับจนได้กำไรเป็นกอบเป็นกำแถมสามียังได้เลื่อนขั้น มันจึงรีบตีหน้ามึนบุกมาทวง 'ส่วนแบ่ง' ที่มันคิดว่าตนควรจะได้รับในฐานะอดีตชู้รักผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง
แต่ทว่า... ในวินาทีที่มันเงื้อมือขึ้นสุดแรงเกิดเพื่อจะทุบประตูอีกครั้ง ประตูรั้วไม้ก็ถูกกระชากเปิดผางออกอย่างแรงจากด้านใน!
เอี๊ยด—ป้าบ!
ไม้หน้าสามท่อนโตพุ่งแหวกอากาศตรงเข้าใส่ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความโลภอย่างแม่นยำไร้ที่ติ!
"อ๊ากกก!"
เสียงร้องโหยหวนดังลั่นหมู่บ้านราวกับหมูป่าถูกเชือด จ้าวฮ่าวหรานหงายหลังล้มตึงลงไปกองกับพื้นฝุ่นตลบ เลือดกำเดาไหลทะลักออกมาจากจมูกทันทีจนแดงฉาน ดวงตาเบิกโพลงด้วยความเจ็บปวดและตกตะลึงสุดขีด มันเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ลงมือด้วยความหวาดกลัว
ภาพที่มันเห็น ไม่ใช่หลินว่านหลินคนเดิมที่เคยอ่อนแอ หูเบา และยอมให้มันหลอกใช้สูบเงินทองอีกต่อไปแล้ว...
ร่างอวบอิ่มในชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีสะอาดตาของว่านหลินยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู แววตาของนางเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ในมือเรียวกำไม้หน้าสามแน่น ปลายไม้ยังมีรอยเลือดจางๆ ติดอยู่ นางก้มมองไอ้เศษสวะที่นอนโอครวญอยู่บนพื้นด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับกำลังมองขยะเปียกชื้นที่น่าสะอิดสะเอียน
"ว...ว่านหลิน... แก... แกกล้าตีฉันเหรอ!" จ้าวฮ่าวหรานกุมจมูกที่หักงอของตัวเองด้วยความเจ็บปวด พลางชี้หน้าด่าด้วยความแค้นเคือง "นี่ฉันเองนะ! คนรักเก่าของแก! แกกล้าทำร้ายฉันเพื่อผัวบ้านนอกคนนี้เนี่ยนะ!"
"คนรักเก่า?" ว่านหลินแค่นหัวเราะเสียงดัง หญิงสาวก้าวเดินเข้าไปใกล้ชิดมันทีละก้าวอย่างผู้มีชัย แรงกดดันจากท่าทีที่ทรงพลังทำเอาชายหนุ่มจอมกะล่อนต้องกระถดตัวหนีโดยสัญชาตญาณ "โอ้... อย่าสำคัญตัวผิดไปเลยค่ะคุณจ้าวฮ่าวหราน สุนัขข้างถนนที่เดินผ่านมาแถวนี้ยังดูมีค่ามากกว่าเศษสวะอย่างแกเสียอีก!"
"แก!"
"คิดจะมาไถเงินฉันงั้นเหรอคะ? สมองแกมีไว้คั่นหูหรือเอาไว้รับประทานหญ้ากันแน่ ถึงได้กล้าเดินเข้ามาเหยียบหน้าบ้านฉันแล้วเห่าหอนหาผลประโยชน์แบบนี้!" ว่านหลินยกไม้หน้าสามขึ้นพาดบ่าอย่างไม่ี่เกรงกลัว ท่าทางองอาจและเด็ดเดี่ยวของนางทำเอาแม่สามีที่ยืนแอบดูอยู่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดเสียว แต่ก็แอบสะใจลึกๆ จนต้องยกมือขึ้นปิดปาก
จ้าวฮ่าวหรานหน้าซีดเผือดด้วยความเจ็บปวดและโกรธเกรี้ยว มันพยายามจะยันกายลุกขึ้นยืน พร้อมกับตะโกนเสียงดังเพื่อให้ชาวบ้านที่เริ่มทยอยมามุงดูเหตุการณ์ได้ยิน
"ทุกคนดูนี่สิ! นังผู้หญิงสารเลวคนนี้มันนอกใจผัวมาคบชู้กับผม!พอมันรวยขึ้นมันก็คิดจะฆ่าปิดปากผม! ชาวบ้านทั้งหลายมาช่วยดูความชั่วช้าของนังนี่ที!"
สิ้นเสียงตะโกนของมัน ฝูงชนที่เริ่มจับกลุ่มมุงดูต่างส่งเสียงฮือฮาซุบซิบกันทันที หลายคนมองมาที่ว่านหลินด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย
ทว่า... ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย ลู่จินหยูที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลังมาตลอดก็ก้าวเท้าออกมายืนเคียงข้างภรรยา ร่างสูงใหญ่กำยำของนายทหารหนุ่มแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนทุกคนต้องเงียบกริบ เขาก้มมองไอ้สวะที่นอนกองอยู่บนพื้นด้วยสายตาเยียบเย็นราวกับจะแช่แข็งมันให้ตายทั้งเป็น
"แกบอกว่า... ใครนอกใจใครนะ?" เสียงทุบต่ำกังวานราวกับเสียงคำรามของพญาเสือโคร่งเอ่ยขึ้นอย่างทรงพลัง ทำเอาจ้าวฮ่าวหรานตัวสั่นสะท้าน ขาสั่นพับด้วยความหวาดกลัวจนพูดไม่ออก
ว่านหลินเหลือบมองสามีที่ออกโรงปกป้อง นางยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ ก่อนจะก้าวเข้าไปกระซิบข้างหูลู่จินหยูเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้คนรอบข้างได้ยินชัดเจน
"คุณคะ... ดูเหมือนว่าไอ้ขยะนี่จะยังไม่เข้าใจภาษาคนนะคะ งั้นเรามา 'เลี้ยงข้าว' ต้อนรับมันสักมื้อดีไหมคะ... รับรองว่าสูตรเด็ดเมนูใหม่ในมิติลับของฉัน จะทำให้มันจดจำไปจนวันตายเลยล่ะค่ะ"
ว่านหลินเอ่ยจบ รอยยิ้มพรายบนใบหน้าของนางก็ยิ่งกว้างขึ้น แววตาซุกซนฉายประกายอันตรายบางอย่างออกมาอย่างชัดเจน
และในวินาทีนั้นเอง... ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่กำลังลุ้นระทึก ประตูบ้านข้างๆ ก็เปิดผางออก พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด—บุรุษลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทผู้ถือตั๋วสัญญาหนี้ฉบับเก่ากึกที่ระบุชื่อของ 'ตระกูลจ้าว' เดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าจ้าวฮ่าวหรานพอดี พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ชวนให้ขนหัวลุก!
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่สนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" เสมอมาค่ะ!
คุณหนูตัวร้ายขอสลัดสามีทหารไปตั้งตัวดีกว่า•ตอนที่ 19
คนสารเลวกลับมาทวงสิทธิ์
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายขอสลัดสามีทหารไปตั้งตัวดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!