"ถ้าพวกป้ายังเอาแต่ยืนออหน้าประตูร้านข้าพเจ้าแล้วนินทาเรื่องขนาดเอวของสามีข้าพเจ้าอยู่แบบนี้ ระวังพรุ่งนี้ตื่นมาจะพบว่าฟันหน้าหลุดร่วงหมดปากจนเคี้ยวซาลาเปาไม่ไหวเอาเสียนะคะ!"
เสียงใสราวกับระฆังเงินแต่แฝงไว้ด้วยประกายคมกริบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของตลาดสดประจำคอมมูน หลินว่านหลินในชุดผ้ากันเปื้อนสีครามสะอาดตา ยืนเท้าสะเอวพลางส่งยิ้มหวานหยดให้กลุ่มแม่สามีจอมจุ้นและเหล่าป้าข้างบ้านที่เคยตั้งวงวิจารณ์นางด้วยความเกลียดชังเมื่อสามเดือนก่อน ทว่าในยามนี้ รอยยิ้มของพวกนางกลับฝื่อนเคื่อนจนแทบกลืนน้ำลายไม่ลงคอ
สตรีนางหนึ่งในกลุ่มรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองโดยอัตโนมัติ ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความกระอักกระอ่วน ก่อนจะฝืนหัวเราะแห้งๆ แล้วเอ่ยแก้เก้อ "ตายจริง... คุณหนูหล... เอ๊ย! น้องว่านหลินนี่ก็พูดจาหยอกล้อเก่งเสียจริง พวกป้าก็แค่มารอดูว่าวันนี้หนูจะมี 'หมูตุ๋นน้ำแดง' สูตรเด็ดมาวางขายอีกหรือเปล่าต่างหากเล่า กลิ่นหอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้านแบบนั้น ใครเล่าจะไม่น้ำลายสอ"
ว่านหลินปรายตามองป้าผู้กลับลำอย่างรวดเร็วด้วยหางตา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนมุมปากเล็กน้อย นางรู้ดีว่าลมปากของคนพวกนี้เปลี่ยนทิศเร็วยิ่งกว่าใบไม้ไหวในฤดูใบไม้ผลิ เพียงแค่สามเดือนที่นางใช้สมองและความสามารถด้านการค้าขายกอบโกยเงินหยวนเข้ากระเป๋าจนกลายเป็นเศรษฐีนีเงินหมื่นหน้าใหม่ของคอมมูน จาก "นางร้ายตัวแสบผู้สร้างความอับอายให้ตระกูลลู่" ก็กลายเป็น "สะใภ้ตัวอย่างผู้ขยันขันแข็งและนำพาความเจริญมาสู่ครอบครัว" ในชั่วข้ามคืน
ช่างเป็นสัจธรรมของมนุษย์ที่น่าขันเสียจริง... เงินตราและอำนาจซื้อสามารถลบความเกลียดชังและประวัติอันด่างพร้อยได้เร็วยิ่งกว่าน้ำยาฟอกขาวเสียอีกนะคะ
"ถ้าอยากกินก็ต้องต่อแถวค่ะ ป้ายเลขคิวอยู่ตรงนั้น รบกวนอย่าขวางทางทำมาหากินของคนอื่นนะคะ ประเดี๋ยวลูกค้าท่านอื่นจะรอนาน" ว่านหลินเอ่ยเสียงเรียบแต่เฉียบขาด นางไม่ปล่อยให้พวกปากหอยปากปูได้มีโอกาสต่อความยาวสาวความยืด หันหลังกลับไปจัดการกับหม้อสเตนเลสใบใหญ่ที่ส่งกลิ่นหอมหววนของเครื่องเทศตุ๋นเคี่ยวจนเข้าเนื้อ กลิ่นหอมของซีอิ๊วดำชั้นดี น้ำตาลกรวด และพะโล้สูตรลับจากมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ตลอยอบอวลไปทั่วตรอกซอกซอย กระตุ้นต่อมน้ำลายของคนที่เดินผ่านไปมาให้ต้องหยุดชะงัก
ตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงยามนี้ สินค้าในร้านของนางไม่ว่าจะเป็นซาลาเปาไส้ทะลัก หมูตุ๋นน้ำแดง หรือแม้กระทั่งพริกน้ำลาดสูตรพิเศษ ต่างก็ขายหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง เม็ดเงินหยวนที่ได้ถูกหยอดลงในกล่องไม้จนแน่นขนัด สะท้อนถึงความสำเร็จที่นางลงแรงสร้างขึ้นด้วยสองมือและสมองอันเฉียบแหลม
ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศการค้าขายที่กำลังไปได้สวยและความชื่นชมจากชาวบ้าน ลึกเข้าไปในห้วงความคิดของว่านหลิน ภาพเงาร่างบนดาดฟ้าตึกฝั่งตรงข้ามเมื่อวานนี้ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำราวกับหนามแหลมที่ทิ่มแทงหัวใจ
*ภาพถ่ายใบนั้น... ภาพในโลกอนาคตที่นางจากมา*
มันไม่ใช่ภาพวาด แต่มันคือภาพถ่ายฟิล์มสีที่บันทึกเหตุการณ์ในยุคปัจจุบันที่นางคุ้นเคย สตรีในภาพสวมชุดสูทแฟชั่นทันสมัย นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานหรูหราในตึกระฟ้า และใบหน้านั้น... ก็คือตัวนางเองก่อนที่จะทะลุมิติเข้ามาในร่างของนางร้ายอ้วนฉีผู้นี้!
ความเย็นเยียบแล่นพล่านขึ้นมาจากไขสันหลังในเสี้ยววินาทีที่นึกถึงเรื่องนี้ มีใครบางคน... หรือมี "ใครบางกลุ่ม" ที่รู้ว่านางไม่ใช่หลินว่านหลินคนเดิม และพวกเขากำลังส่งสารเตือนบางอย่างมาให้
"ภรรยาจ๋า... เหนื่อยมากไหม คนแน่นร้านขนาดนี้ ทำไมไม่ยอมจ้างคนมาช่วยสักสองคนล่ะ เดี๋ยวพี่ช่วยยกหม้อนี้เอง"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าที่เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหัวไหล่และแผ่นอกกำยำ ลู่จินหยู สามีหนวดเคราครึ้มผู้เคยเย็นชาและเกลียดชังนางเข้าไส้ บัดนี้ได้กลายเป็น "โบ้คลั่งรักเมีย" ไปเสียแล้ว สุภาพบุรุษนายทหารหนุ่มผู้ตบะแตกพ่ายให้กับฝีมือทำอาหารและเสน่ห์ปลายจวักของนาง เดินเข้ามาประชิดตัวอย่างเป็นห่วงเป็นใย ฝ่ามือหนาหยาบกร้านจากการฝึกฝนและจับอาวุธ เอื้อมมาซับเหงื่อบนหน้าผากของนางอย่างทะนุถนอมท่ามกลางสายตาของชาวบ้านนับสิบ
ว่านหลินกะพริบตาถี่ๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมา นางเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกลาบที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและประกายความรักอย่างล้นปรี่ของสามี หัวใจที่กำลังหวาดระแวงกับเรื่องลึกลับเมื่อวานพลันอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด
นางยื่นมือไปหยิกแขนลู่จินหยูเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ "ใครใช้ให้คุณโผล่มาตอนนี้คะ หน่วยลาดตระเวนว่างนักหรือไงถึงได้เดินมาป้วนเปี้ยนแถวตลาดสด ประเดี๋ยวก็ได้โดนผู้บังคับบัญชาเพ่งเล็งหรอกค่ะว่าละเลยหน้าที่"
ลู่จินหยูกลับหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่ห้อ ร่างสูงใหญ่ก้มลงกระซิบข้างหูพัดด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาหัวใจนางเต้นผิดจังหวะ "พี่ขอลาพักร้อนครึ่งวันเพื่อมาดูแลภรรยาคนสวยโดยเฉพาะเลยนะ... ใครกล้าว่าอะไรพี่ เดี๋ยวพี่จะพาภรรยาไปเหมาซื้อเนื้อหมูสามชั้นทั้งตลาดมาทำอาหารให้กินเป็นการลงโทษเสียเลย"
ความหวานชื่นของสามีภรรยาคู่นี้ทำเอาชาวบ้านที่ยืนอยู่แถวนั้นแอบอมยิ้มและกระซิบกระซาบกันด้วยความอิจฉา ภาพของนางร้ายจอมขี้เกียจที่สามีรังเกียจ ได้ถูกลบเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงภาพของเศรษฐีนีสาวผู้ขยันขันแข็งกับนายทหารหนุ่มอนาคตไกลที่รักใคร่กลมเกลียวกันจนน่าอิจฉา
ทว่า ความสุขสงบนั้นดำรงอยู่ได้ไม่นานนัก...
เมื่อรถจิ๊ปทหารสีเขียวเข้มคันคุ้นเคยแล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทหน้าร้านอย่างกะทันหัน เสียงเบรกเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหูทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นต้องหันไปมองเป็นตาเดียว ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออก พร้อมกับร่างของนายทหารยศสูงผู้มีใบหน้าเคร่งขรึม ก้าวลงมาด้วยท่าทีเร่งร้อน
ลู่จินหยูขมวดคิ้วมุ่นทันที รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตานายทหารผู้พร้อมรบ
"ผู้กองลู่! ด่วนที่สุด!" นายทหารผู้มาใหม่ตะโกนเรียกเสียงดังลั่นตลาด "มีคำสั่งด่วนจากส่วนกลาง... พบจดหมายสนเท่ห์และพัสดุตีตราลับส่งตรงถึงกองพัน ระบุชื่อภรรยาของคุณ... ว่านหลิน! ในนั้นมีภาพถ่ายและเอกสารที่กล่าวหาว่าเธอเป็น 'สายลับต่างชาติ' ที่แอบอฝังตัวเข้ามาทำลายเศรษฐกิจคอมมูน!"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา ตะหลิวในมือของว่านหลินหลุดร่วงตกลงกระทบพื้นเสียงดังเคร้ง!
ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ความหนาวเหน็บแล่นริ้วขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อนางตระหนักได้ว่า... ภาพถ่ายบนดาดฟ้าตึกเมื่อวาน ไม่ใช่แค่การเตือนภัย แต่มันคือจุดเริ่มต้นของเกมไล่ล่าที่กำลังจะบดขยี้ชีวิตใหม่ที่นางเพิ่งสร้างขึ้นด้วยมือคู่นี้!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นไปพร้อมกันในตอนหน้าค่ะ!
คุณหนูตัวร้ายขอสลัดสามีทหารไปตั้งตัวดีกว่า•ตอนที่ 26
ข่าวลือหนาหูเรื่องสะใภ้บ้านลู่
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายขอสลัดสามีทหารไปตั้งตัวดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!