"ถอยไปนะ! พวกหล่อนไม่มีสิทธิ์มาทุบประตูบ้านฉัน!"
เสียงตะโกนแหลมสูงของเหมยฮวา แม่สามีผู้มักจะวางท่าทางเย่อหยิ่งอยู่เสมอดังแว่วมาจากหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงทุบประตูไม้เก่าๆ โครมครามราวกับคนพวกนั้นพร้อมจะพังมันเข้ามาให้ได้ บรรยากาศความอบอุ่นและกลิ่นหอมกรุ่นของปลาทอดราดซอสเปรี้ยวหวานเมื่อครู่ ถูกความเกรี้ยวกราดนอกประตูฉีกกระขากจนขาดวิ่นในพริบตาเดียว!
หลินว่านหลินวางตะหลิวในมือลงอย่างไม่รีบร้อน นางปัดเศษแป้งบางเบาออกจากผ้ากันเปื้อน ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจ ปัญหาน่ารำคาญพวกนี้มักจะมาเคาะประตูบ้านเสมอในยามที่คนเรากำลังมีความสุขกับการทำมาหากิน
แกร็ก!
สลักไม้ถูกดึงออกอย่างง่ายดาย บานประตูเปิดผางออกรับแสงแดดจัดจ้านยามสาย ปรากฏร่างของป้าซุน เจ้าแม่ข่าวประจำหมู่บ้านที่ยืนเท้าสะเอวหน้าแดงก่ำด้วยความโมโห ข้างกายคือนางเฉินผู้มีศักดิ์เป็นป้าสะใภ้จอมหน้าเลือดที่ชอบมาหยิบยืมข้าวของแล้วไม่เคยคืน
"อ้าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็พวกท่านนี่เอง มีธุระอะไรถึงมาแหกปากโวยวายหน้าบ้านคนอื่นแต่เช้าคะ?" ว่านหลินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาแม้แต่น้อย
ป้าซุนถลึงตาใส่ ผลักไหล่แม่สามีที่ยืนขวางอยู่ให้พ้นทาง ก่อนจะชี้หน้าว่านหลิน "หลินว่านหลิน! นังตัวดี หล่อนหลบหน้าหลบตาอยู่ในบ้าน ทำเป็นไขสเกดไม่รู้เรื่องรู้ราว สามีหล่อนส่งเงินกลับมาให้บ้านตั้งเท่าไหร่ ทำไมแม่สามีถึงยังต้องไปกู้หนี้ยืมสินข้าวสารบ้านฉันฮะ! แถมเมื่อวานซืนหล่อนยังเหมาซื้อเนื้อหมูสามชั้นไปจนหมดตลาด ทำตัวฟุ่มเฟือยไม่เกรงใจชาวบ้านชาวช่องเขาเลยนะ!"
ที่แท้ก็เรื่องเงินและเรื่องปากท้องของคนอิจฉาตาร้อนนี่เอง ว่านหลินแค่นเสียง in your head นางกวาดสายตามองหญิงวัยทองทั้งสองคนด้วยแววตาวิเคราะห์เฉียบคมเหมือนตอนประเมินวัตถุดิบในครัวร้านอาหารระดับมิชลิน
"เรื่องเงินของสามีฉัน มันก็เป็นเรื่องภายในครอบครัวเรา แล้วเรื่องที่แม่สามีไปยืมข้าวสาร... ท่านก็ไปท̀iวงกับเจ้าตัวสิคะ มายืนเห่าหอนหน้าบ้านฉันทำไม หรือว่าที่บ้านพวกท่านไม่มีกระจกส่องดูสภาพตัวเอง ถึงได้ชอบเอาเวลาว่างมาสอดส่องเรื่องชาวบ้าน?" ว่านหลินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงนิ่มนวลแต่วาจาเชือดเฉือนจนป้าซุนถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองหน้าดำหน้าแดง
"นัง... นังเด็กปากดี!" นางเฉินกรีדร้องด้วยความแค้น "แกมันก็แค่สะใภ้ตัวกินข้าวเปล่าประโยชน์ สามีไปเป็นทหารแนวหน้าไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร แกยังกล้าเอาเงินไปปรเปอรอตัวเอง ซื้อโน่นซื้อนี่ฟุ่มเฟือย!"
"เงินฉัน สามีฉัน ฉันจะซื้ออะไรมันก็เรื่องของฉันค่ะ" ว่านหลินก้าวเท้าออกมายืนเผชิญหน้า รัศมีอำนาจและความเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวนางทำเอาสองป้าลูกคู่เผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ ก็ไสหัวกลับบ้านไปซะ! อย่ามาสร้างความสกปรกบนทางเดินหน้าบ้านฉันอีก"
ปัง!
ประตูไม้ถูกกระแทกปิดใส่หน้าอย่างไม่ไว้หน้า ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด่าทอด้วยความโมโหที่ดังแว่วเข้ามาทะลุผนัง แต่ว่านหลินหาได้ใส่ใจไม่ นางหันกลับมาหาเหมยฮวาที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
"แม่คะ... พวกนั้นคงไปฟ้องคนในหมู่บ้านแน่ๆ" เหมยฮวาเอ่ยเสียงสั่น นางไม่เคยคิดเลยว่าสะใภ้ที่ตนเคยเกลียดชังจะกล้าหาญลุกขึ้นมาปกป้องบ้านหลังนี้ได้อย่างเด็ดเดี่ยวถึงเพียงนี้
"ปล่อยให้พวกมันเห่าไปเถอะค่ะแม่ คนพวกนั้นไม่มีอะไรทำนอกจากอิจฉาคนอื่นที่ชีวิตดีขึ้น ว่าแต่... วันนี้หนูจะเข้าอำเภอค่ะ ฝากเฝ้าบ้านด้วยนะคะ" ว่านหลินยิ้มบางๆ พลางหยิบกระเป๋าผ้าใบโตที่ซ่อนเงินก้อนจากการขายซาลาเปาและอาหารในตลาดมืดเมื่อวานไว้ข้างใน
การเดินทางเข้าอำเภอในยุค 80 ของจีนเต็มไปด้วยความคึกคักและกลิ่นอายของการปฏิรูปเศรษฐกิจ ผู้คนเริ่มสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีสันมากขึ้น ไม่ได้มีเพียงสีเขียวขี้ม้าหรือสีน้ำเงินกรมท่าแบบเดิมอีกต่อไป นี่คือสัญญาณเตือนภัยของยุคสมัยที่กำลังเปลี่ยนผ่าน และเป็น "โอกาสทอง" ของคนตาถึงเช่นนาง
เป้าหมายในวันนี้ของหลินว่านหลินมีเพียงหนึ่งเดียว... นั่นคือการไปหาซื้อ "จักรเย็บผ้ามือสอง" สภาพดีสักเครื่อง พร้อมกับเศษผ้าลวดลายทันสมัยจากโรงงานทอผ้าที่หลุด Lotted ออกมา
หลินว่านหลินเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยแคบๆ จนมาถึงร้านขายของเก่าและเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสองท้ายตลาดอำเภอ กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและสนิมเหล็กโชยแตะจมูก ทว่าท่ามกลางกองสมบัติเหล่านั้น สายตาเฉียบคมของอดีตนักธุรกิจสาวก็ปะทะเข้ากับจักรเย็บฟ้ารุ่นเก่าสัญชาติเซี่ยงไฮ้ ยี่ห้อ "ผีเสื้อ" สีดำสนิทที่ประดับลวดลายทองคำเปลว แม้จะมีร่องรอยการใช้งานมาบ้าง แต่มันได้รับการดูแลรักษาอย่างดีเยี่ยมจากเจ้าของเก่า
"เถ้าแก่คะ เครื่องนี้ขายเท่าไหร่?" ว่านหลินเคาะเบาๆ ที่ตัวเครื่อง ตรวจสอบกลไกฟันจักรและสายพานด้วยความเชี่ยวชาญ
เถ้าแก่ร้านเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือพิมพ์เก่า มองสำรวจเด็กสาวท่าทางคล่องแคล่วคนนี้ด้วยความแปลกใจ "อ๋อ ตาแว่นนั่นเพิ่งเอามาจำนำไว้เมื่อวาน เครื่องนี้ยังใช้งานได้ดีเยี่ยม ฝีเข็มแน่นปึ้ก แม่หนูตาถึงนะเนี่ย ถ้าเอา... ฉันคิดสิบห้าหยวนกับตั๋วอุตสาหกรรมอีกใบ"
สิบห้าหยวน สำหรับยุคนี้ถือเป็นเงินไม่น้อย แต่สำหรับว่านหลินที่กุมกำไรจากการค้าขายอาหารในมิติและตลาดมืด มันคืองบลงทุนที่คุ้มค่าเกินคุ้ม นางไม่แม้แต่จะต่อรอง ควักเงินสดปึกเล็กออกมานับยื่นให้อย่างใจกว้างทันที
ไม่เพียงเท่านั้น นางยังเดินไปยังร้านขายผ้าประจำอำเภอ แอบกระซิบเจรจากับเสมียนหนุ่มผู้ดูแลโกดังผ้าเศษผ้าตกเกรด ได้ผ้าฝ้ายลายสก็อตและผ้าลูกไม้เนื้อดีราคาถูกมาอีกหลายพับ ม้วนเก็บเข้าสู่มิติซูเปอร์มาร์เก็ตไร้ขีดจำกัดอย่างแนบเนียน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของนาง แฟชั่นยุค 80 กำลังจะถูกปฏิวัติโดยสะใภ้ทหารคนนี้แหละ!
เมื่อกลับมาถึงบ้านช่วงบ่ายแก่ๆ ว่านหลินจัดการเช็ดทำความสะอาดจักรเย็บผ้าจนเงางาม หยอดน้ำมันเครื่องจักรลื่นปรื๊ด นางนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ เตรียมตัดเย็บชุดเดรสทรงเอเอวคอดเข้ารูปสไตล์ฮ่องกงที่กำลังฮิตในนิตยสารแฟชั่น เพื่อเตรียมนำไปวางขายส่งให้ร้านเสื้อผ้าในเมืองในวันพรุ่งนี้
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่เสียงทุบทำลายอย่างป้าซุน เป็นจังหวะเคาะหนักแน่นและมั่นคงที่คุ้นเคย
ว่านหลินชะงักมือที่กำลังจับกرضผ้า นางขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย หรือว่าป้าซุนจะพาพวกมาหาเรื่องรอบสอง?
นางเปิดประตูผางออกเพื่อจะด่ากราด แต่แล้วคำพูดทั้งหมดก็ติดอยู่ลำคอ เมื่อพบว่าผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูกลับไม่ใช่ชาวบ้านจอมจุ้นจoก แต่เป็นร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวขี้ม้าที่คุ้นตา ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยฝุ่นควันจากการเดินทางไกล เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผม และดวงตาคมกริบคู่นั้นกำลังจ้องมองมาที่นางด้วยประกายไฟที่อ่านไม่ออก...
ลู่จินหยู สามีหนุ่มผู้ควรจะอยู่ชายแดน กลับมายืนอยู่ตรงหน้าบ้านแล้ว! และสายตาที่เขากำลังมองสำรวจจักรเย็บผ้าในบ้าน กับร่างอวบอิ่มของนาง ก็เต็มไปด้วยคำถามนับร้อยที่ยังไม่ได้เอ่ยปาก...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาDIVE IN ความสนุกด้วยกันนะคะ ห้ามพลาดตอนต่อไปเด็ดขาดค่ะ!
คุณหนูตัวร้ายขอสลัดสามีทหารไปตั้งตัวดีกว่า•ตอนที่ 16
ซื้อจักรเย็บผ้าเข้าบ้าน
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายขอสลัดสามีทหารไปตั้งตัวดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!