ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบที่จ่อตรงเข้ามาในความมืด ไม่ได้ทำให้หลินว่านหลินสติหลุดไปเหมือนร่างเดิมเลยแม้แต่น้อย สมองอันเฉียบคมของอดีตนักธุรกิจสาวประมวลผลสถานการณ์ด้วยความเร็วสูง ในเมื่อแสงไฟจากตะเกียงดับลงพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่หน้าประตู นั่นหมายความว่าผู้มาเยือนไม่ได้มาดี… แต่จะเป็นโจรป่าสายัณห์ หรือพวกศัตรูทางการเมืองที่ตามรังควานสามีหนุ่มของเธอกันล่ะคะ?
"ถอยไปอยู่ข้างหลังฉัน"
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าแต่วิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างเฉียบขาดดังขึ้นชิดใบหู ลู่จินหยูคว้าแขนอวบของเธอไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว แรงดึงนั้นหนักแน่นและเด็ดเดี่ยวจนเธอเซเข้าไปซบแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและกลิ่นอายฝุ่นควันสนามรบ แม้ในยามคับขันเช่นนี้ สามีหุ่นหมีผู้เคร่งขรึมคนนี้ก็ยังเลือกที่จะเอาตัวเข้าบังกระสุนให้เธอก่อนเป็นอันดับแรก
*ตึง!*
ประตูไม้สักเก่าแก่ถูกถีบจนบานพับแทบหลุดหลุดลุ่ย ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทว่าลู่จินหยูเร็วกว่า เขากลิ้งตัวหลบวิถีกระสุนที่เจาะทะลุกรอบประตูเข้ามาอย่างแม่นยำ พร้อมกับลั่นไกสวนออกไปหนึ่งนัดในความมืด เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นจากนอกชาน ตามด้วยเสียงร่างหนักๆ ล้มลงกระแทกพื้นดิน
"หึ ฝีมือตื้นเขินนัก" ลู่จินหยูสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันมามองภรรยาด้วยความร้อนรน "ว่านหลิน เธอเจ็บตรงไหนไหม?"
"ฉันไม่เป็นไรค่ะพี่จินหยู ระวังข้างขวา!" ว่านหลินเอ่ยเตือนเสียงเฉียบขาด พร้อมกับแอบดึงมีดสเตนเลสเกรดพรีเมียมจากมิติซูเปอร์มาร์เก็ตออกมาถือไว้มั่นในความมืด หากใครกล้าเข้ามาแตะต้องครอบครัวที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่นี้ล่ะก็ ต่อให้เป็นยมบาลเธอก็จะแล่เนื้อทำเป็นหมูผัดพริกเสียให้เข็ด!
โชคดีที่ทหารหนุ่มฝีมือฉกาจเกินกว่าจะพลาดท่า ผู้บุกรุกอีกสองคนที่เหลือถูกสันพานปืนกระแทกเข้าที่ท้ายทอยจนสลบเหมือดไปในเวลาไม่ถึงอึดใจ ความเงียบสงบกลับมาเยือนเรือนพักหลังน้อยอีกครั้ง ท่ามกลางกลิ่นควันปืนและกลิ่นอายดินปืนที่ลอยคละคลุ้ง
เมื่อจุดตะเกียงดวงเดิมให้สว่างขึ้นได้อีกครั้ง แสงไฟสีส้มสลัวก็เผยให้เห็นสภาพภายในบ้านที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของลู่จินหยูไม่ใช่ร่องรอยการต่อสู้ หากแต่เป็นสายตาที่สงบนิ่งและมั่นคงเกินกว่าหญิงชาวบ้านทั่วไปของภรรยาตัวน้อย รวมถึงคราบเขม่าควันบางๆ ที่เปื้อนอยู่บนแก้มเนียนนุ่มนั้น
"เธอนี่นะ..." ลู่จินหยูถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกผสมความระอาใจ มือหนายื่นออกไปหมายจะเช็ดเขม่าควันบนแก้มให้เธอ แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศด้วยความเก้อเขิน เพราะตลอดเวลาที่แต่งงานกันมา เขาและเธอมักจะมีแต่เรื่องทะเลาะเบาะแว้ง ไม่เคยมีความอ่อนหวานเช่นนี้มาก่อน
"มองอะไรคะ? หน้าฉันมีรอยกระสุนติดอยู่หรือไง" ว่านหลินเลิกคิ้วถามพลางปัดมือเขาออกอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเดินสำรวจความเสียหายรอบห้อง "เฮ้อ พื้นบ้านที่ฉันเพิ่งขัดถูจนสะอาดเอี่ยมเมื่อวานต้องมาเปรื้อนรอยเลือดพวกนี้เสียแล้ว น่าหงุดหงิดชะมัด"
คำบ่นที่หลุดออกมาจากปากภรรยา ทำให้มุมปากหนาของนายทหารหนุ่มกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหนวดเคราครึ้ม
"พรุ่งนี้เช้าฉันจะช่วยเธอกวาดถูบ้านเอง... ว่าแต่ ดึกดื่นคื่นดื่นขนาดนี้ เธอยังมีอารมณ์มาห่วงเรื่องพื้นบ้านสะอาดอีกหรือไง หลินว่านหลิน?" น้ำเสียงของเขาเจือแววเอ็นดูกinอย่างปิดไม่มิด
"แล้วจะให้ฉันนั่งร้องไห้งอแงเป็นเด็กๆ หรือคะ? เสียเวลาทำมาหากินตายพอดี" เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี ก่อนจะหันไปสำรวจร่างกายของเขา "ไหนดูซิคะว่าสามีผู้เก่งกาจของฉัน บาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า?"
แม้น้ำเสียงจะห้วนๆ สไตล์คนปากแข็ง แต่การกระทำที่เอื้อมมือไปสำรวจตามลำตัว แขน และแผ่นอกกว้างเพื่อเชหาบาดแผลนั้น กลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่อบอุ่นจนลู่จินหยูรู้สึกหัวใจเต้นผิดจังหวะ มือใหญ่คว้าข้อมือเรียวเล็กนั้นไว้ นัยน์ตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของภรรยา
"ฉันไม่เป็นไร... ดีใจจังที่กลับมาแล้วเธอไม่ไล่ฉันออกจากบ้านเหมือนเมื่อก่อน" น้ำเสียงของเขาเบาหวิวราวกับกังวลว่าความสุขตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน
"ถ้าไม่อยากโดนไล่ ก็ทำตัวดีๆ ขยันทำงานและช่วยฉันล้างจานด้วยล่ะค่ะ" ว่านหลินแกล้งทำเป็นดุกลบเกลื่อนความเขินอายที่จู่ๆ บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นหวานเลี่ยนเสียอย่างนั้น "ดึกมากแล้ว ไปจัดการมัดพวกสุนัขลอบกัดพวกนั้นโยนไปให้พ้นบ้าน แล้วรีบมานอนค่ะ พรุ่งนี้เรามีงานใหญ่ต้องทำ"
ตลอดช่วงที่เหลือของคืนนั้น แม้จะมีเหตุระทึกขวัญเกิดขึ้น แต่การได้จัดเตรียมบ้านเรือนให้สะอาดเอี่ยมอ่องต้อนรับการกลับมาของสามี ก็ทำให้ว่านหลินรู้สึกว่าหยาดเหงื่อที่เธอลงแรงไปไม่สูญเปล่า เธอตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมอาหารเช้าชุดใหญ่ เป็นการต้อนรับสามีทหารหนุ่มผู้เคร่งขรึม กลิ่นหอมกรุ่นของโจ๊กหมูสับใส่ไข่เยี่ยวม้าโรยต้นหอมผักชี พร้อมด้วยปาท่องโก๋กรอบนอกนุ่มในที่เธอแอบเอาออกมาจากมิติซูเปอร์มาร์เก็ต ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณบ้าน เรียกน้ำย่อยจนแม้แต่แม่สามีอย่างป้าเหมยฮวาที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องนอนยังต้องสูดปากด้วยความหิว
"กลิ่นหอมอะไรเนี่ย..." เหมยฮวาพึมพำด้วยความประหลาดใจ ขณะเดินมาที่ห้องครัว
"ตื่นพอดีเลยค่ะคุณแม่ มาทานมื้อเช้ากันก่อนนะคะ วันนี้ฉันทำของโปรดของคุณแม่ด้วยนะ" ว่านหลินส่งยิ้มหวานหยดให้แม่สามีที่พักหลังมานี้เริ่มว่านอนสอนง่ายและพ่ายแพ้ให้กับฝีมือปลายจวักของเธอราบคาบ
ลู่จินหยูก้าวเข้ามาในห้องครัวในชุดเครื่องแบบทหารที่รีดเรียบกริบ รูปร่างสูงใหญ่และไหล่กว้างทำให้ห้องครัวแคบๆ ดูแคบลงไปถนัดตา เขานั่งลงตรงข้ามกับภรรยา สายตาคมกริบมองอาหารน่ารับประทานตรงหน้าสลับกับใบหน้ายิ้มแย้มของหลินว่านหลิน ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้หยิบตะเกียบขึ้นมา เสียงเคาะประตูรั้วบ้านด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงและเร่งรีบ
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"พี่จินหยู! พี่สะใภ้!แย่แล้วครับ! ที่ลานหมู่บ้านตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงตะโกนของเด็กหนุ่มในหมู่บ้านดังแว่วเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก
ลู่จินหยูขมวดคิ้วมุ่นทันที วางตะเกียบในมือลงเสียงดังทึบ ขณะที่ว่านหลินหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด สัญชาตญาณนักธุรกิจสาวบอกเธอทันทีว่า ความสงบสุขของพวกเขากำลังจะถูกทดสอบอีกครั้งแล้วล่ะค่ะ
และเมื่อลู่จินหยูเปิดประตูรั้วออกไปเผชิญหน้ากับความวุ่นวายด้านนอก สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องสายตากลับไม่ใช่ชาวบ้านที่มามุงดูเรื่องทะเลาะวิวาททั่วไป แต่เป็นร่างสะบักสะบอมของ 'จ้าวฮ่าวหราน' อดีตชู้รักหน้าตัวเมียของร่างเดิม ที่กำลังคุกเข่าร้องไห้ฟูมฟาย พร้อมกับชี้มาที่เรือนพักของพวกเขาด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย พร้อมตะโกนลั่นว่า...
"หลินว่านหลิน! นังสารเลว ออกมาสารภาพความผิดที่เธอแอบซ่อนสมบัติลับของคอมมิวนิตี้ไว้ในบ้านเดี๋ยวนี้!"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" เสมอมานะคะ!
คุณหนูตัวร้ายขอสลัดสามีทหารไปตั้งตัวดีกว่า•ตอนที่ 28
เตรียมต้อนรับสามีทหาร
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายขอสลัดสามีทหารไปตั้งตัวดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!