"ถ้าแกยังกล้าเหยียบเข้ามาในเขตบ้านหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะเอาด้ามจอบฟาดหน้าผากแกให้แบะเหมือนแตงโมสุก!"
เสียงตวาดแว้ดของเหมยฮวา แม่สามีผู้เคยขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและเกลียดชังหลินว่านหลินเข้าไส้ ดังลั่นกังวานไปทั่วลานบ้าน ยามนี้หญิงสูงวัยไม่ได้ยืนหลบอยู่หลังประตูกลัวลูกสะใภ้อีกต่อไปแล้ว แต่ยืนเท้าสะเอว ถือจอบเหล็กเล่มโตด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อยแต่แววตาดุดันเอาเรื่อง ฝ่ายตรงข้ามคือจ้าวฮ่าวหราน ชายชู้หน้าตัวเมียที่สวมเสื้อผ้าเนื้อดีเกินชาวบ้านทั่วไป ใบหน้าหล่อเหลาแบบสำอางกำลังบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและอับอาย
หลินว่านหลิน (ในร่างอวบอัดที่บัดนี้ดูแลตัวเองจนผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล) ไม่ได้ปริปากพูดสักคำ เธอเพียงแต่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวโปรด ใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ มือเรียวสวยกำลังบรรจงใช้มีดปอกเปลือกแอปเปิ้ลสีแดงสดในมิติซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างใจเย็น ลูกแล้วลูกเล่า เปลือกผลไม้บางเฉียบคดเคี้ยวลงมาไม่ขาดสาย ราวกับกำลังชมการแสดงงิ้วโรงใหญ่ที่น่าขันเสียเต็มประดา
"แม่ครับ! ทำไมพูดจากับผมแบบนี้ล่ะครับ? ผมแค่มารับว่านหลิน... เธอควรจะได้ไปอยู่ในที่ที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่มาจมปลักอยู่กับเรือนพักเก่าๆ และรอสามีทหารที่อาจจะตายในสนามรบไปแล้วก็ได้!" จ้าวฮ่าวหรานกัดฟันกรอด พยายามส่งสายตาออดอ้อนมาทางหลินว่านหลินเผื่อว่านางจะใจอ่อนเหมือนเก่า
*ฉับ!*
เสียงมีดคมกริบตัดผ่านเนื้อแอปเปิ้ลเสียงดังฟังชัด หลินว่านหลินเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตฉายแววเยືือกเย็นจนจ้าวฮ่าวหรานต้องผงถอยหลังไปครึ่งก้าว รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอิ่มสวย
"จ้าวฮ่าวหราน สมองของนายคงมีแต่ขี้เลื่อยสินะ ถึงได้กล้ามาเห่าหอนหน้าบ้านคนอื่นในยามวิกาลแบบนี้ สามีฉันจะตายหรือไม่อย่างไร ก็ยังดีกว่าผู้ชายหน้าตัวเมียที่วันๆ คอยแบมือขอเงินผู้หญิงกินไปวันๆ อย่างนาย!" หลินว่านหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "ไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะหยิบเกลือเม็ดใหญ่สาดไล่อัปมงคลออกจากบ้านฉัน"
บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เหมยฮวาเงื้อจอบขึ้นเตรียมฟาดจริงๆ ทว่า...
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับฝูงม้าศึกพุ่งทะยานเข้ามาทางประตูรั้วไม้ไผ่ที่ปิดสนิท แรงกระแทกเพียงครั้งเดียวทำให้กลอนไม้เก่าๆ หักสะบั้นกระเด็นหลุดออกเป็นเสี่ยงๆ ทุกสายตาในลานบ้านหันขวับไปมองยังผู้มาใหม่ทันที
ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เปรอะเปื้อนฝุ่นดินและรอยคราบเขม่าควันจากการเดินทางไกล หมวกทหารสีกากีถูกดึงต่ำลงมาบังหน้าผาก แต่ไม่สามารถปกปิดสันกรามคมคายและดวงตาคู่คมกริบดั่งพญาอินทรีที่กวาดมองสถานการณ์ภายในบ้านได้หมด ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างของนายทหารหนุ่มจนแทบทำให้รอบบริเวณนั้นเงียบสงบลงในพริบตา
ลู่จินหยู... เขาไม่ได้ตายในสนามรบตามที่ปากพล่อยๆ ของจ้าวฮ่าวหรานกล่าวหา เขากลับมาแล้ว และกลับมาในเวลาที่ระอุเป็นไฟพอดี
เหมยฮวาอ้าปากค้าง จอบในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นเสียงดังโ้คร้ง ใบหน้าของคนเป็นแม่สามีซีดเผือดด้วยความตกใจปนความดีใจจนทำอะไรไม่ถูก นางไม่คิดว่าลูกชายคนโตที่หายตัวไปปฏิบัติภารกิจลับอันตรายจะกลับมาเหยียบเรือนชานในสภาพที่ดุดันและน่าเกรงขามถึงเพียงนี้
ส่วนจ้าวฮ่าวหราน หน้าถอดสีทันที ขาทั้งสองข้างสั่นพับๆ ยามเมื่อสบเข้ากับดวงตาดุราวกระหายเลือดของนายทหารหนุ่มร่างยักษ์ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวในเวลาไม่ถึงลมหายใจ
ลู่จินหยูไม่แม้แต่จะชายตามองชายชู้ขี้ขลาดผู้นั้น ร่างสูงใหญ่ก้าวผ่านหน้าจ้าวฮ่าวหรานไปราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ รองเท้าคอมแบทเปื้อนโคลนหยุดยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าหลินว่านหลินที่ยังคงนั่งนิ่งถือชิ้นแอปเปิ้ลค้างไว้
ความเงียบปกคลุมชั่วขณะ ลู่จินหยูก้มลงมองภรรยาที่เขาเคยทิ้งท้ายจดหมายหย่าไว้ก่อนเดินทาง (เพราะทนความไร้เหตุผลและนิสัยแย่ๆ ของร่างเดิมไม่ไหว) แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่หญิงสาวร่างอวบอ้วนหน้าตาบูดบึ้งที่เอาแต่โวยวาย แววตาของหลินว่านหลินในยามนี้มีความนิ่งสงบ ฉลาดเฉลียว และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ลึกล้ำบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
หัวใจของนายทหารหนุ่มกระตุกวูบอย่างแรง ความโกรธเกรี้ยวที่สะสมมาตลอดทางจากการได้ยินข่าวลือเรื่องชู้สาวของภรรยาถูกแผดเผาด้วยความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนขึ้นมาในอก
"เธอกล้าดียังไง... ถึงปล่อยให้ผู้ชายสารเลวแบบนั้นมาเหยียบหน้าบ้าน" เสียงทุ้มต่ำต่ำทรงพลังลอดไรฟันออกมา แววตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของภรรยา
หลินว่านหลินกะพริบตาปริบๆ นางไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวหรือลนลานแม้แต่น้อย มุมปากอิ่มยกยิ้มบางเบาอย่างท้าทาย นางวางชิ้นแอปเปิ้ลลงบนจานกระเบื้องอย่างใจเย็น ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับสามีร่างสูงใหญ่ที่สูงกว่าเธอเกือบสองช่วงตัว
"ถ้าคุณกลับมาเร็วกว่านี้อีกสักห้านาที ฉันคงไม่ต้องออกแรงไล่หมาขี้เรื้อนด้วยตัวเองหรอกค่ะ..." หลินว่านหลินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาทแต่นุ่มนวลฟังชัด "แล้วก็นะคะ... สามีขา คุณช่วยถอยไปไกลๆ หน่อย กลิ่นเหงื่อไคลและดินโคลนจากสนามรบของคุณ มันทำให้แอปเปิ้ลในมือฉันหมดอร่อย"
ลู่จินหยูเบิกตากว้างเล็กน้อยอย่างคาดไม่ถึง ภรรยาของเขา... กล้าต่อปากต่อคำกับเขาด้วยสายตาที่ท้าทายถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?!
ทว่าก่อนที่นายทหารหนุ่มผู้เกรียงไกรจะได้เอื้อนเอ่ยประโยคใดออกมาเพื่อทวงคืนอำนาจความเป็นสามี สายตาคมกริบของเขากลับเหลือบไปเห็นไอน้ำสีขาวกรุ่นที่ลอยขึ้นมาจากหม้อดินเผาใบใหญ่หลังบ้าน พร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนของเครื่องเทศตุ๋นเคี่ยวกับเนื้อสัตว์ชั้นดีที่โชยเตะจมูกเข้าอย่างจัง จนต่อมรับรสในปากของคนที่ไม่ได้กินอาหารดีๆ มาแรมเดือนถึงกับทำงานอย่างบ้าคลั่ง
นั่นคือกลิ่นของ 'เนื้อตุ๋นน้ำแดงสูตรลับ' ที่หลินว่านหลินเพิ่งเคี่ยวเสร็จจากวัตถุดิบในมิติซูเปอร์มาร์เก็ต และกลิ่นหอมตลบอบอวลนี้กำลังแผ่ขยายออกไปทั่วทั้งหมู่บ้าน จนทำให้บ้านข้างเคียงเริ่มส่งเสียงฮือฮาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ลู่จินหยูชะงักค้างไปชั่วขณะ ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนที่ดวงตาดุคู่นั้นจะหันกลับมาจ้องมองภรรยาตัวแสบที่ยืนกอดอกยิ้มเยาะรอท่าทีของเขาอยู่ตรงหน้า
"ว่ายังไงล่ะคะ... ท่านนายทหารผู้ยิ่งใหญ่ จะยืนเป็นเสาหินอยู่ตรงนี้ หรือจะเข้ามาล้างไม้ล้างมือแล้วกินข้าวฝีมือ 'เมียตัวร้าย' คนนี้กันแน่?"
ดัชเชสโพดำขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ
คุณหนูตัวร้ายขอสลัดสามีทหารไปตั้งตัวดีกว่า•ตอนที่ 29
ลู่จินหยูเดินทางกลับถึงบ้าน
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายขอสลัดสามีทหารไปตั้งตัวดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!