คุณหนูตัวร้ายขอสลัดสามีทหารไปตั้งตัวดีกว่า•ตอนที่ 31

ข้าวผัดกระเทียมหอมกรุ่นสยบความตึงเครียด

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
เงาตะคุ่มของร่างสูงใหญ่ที่ยืนขวางประตูเรือนพักในยามวิกาล ทำให้บรรยากาศรอบกายดิ่งลงจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ลู่จินหยูไม่ได้ขยับเขยื้อน ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองสภาพห้องที่ยังหลงเหลือกลิ่นอายความวุ่นวาย ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของหลินว่านหลิน "ว่านหลิน..." เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงนั้นแหบพร่าเล็กน้อยแต่เต็มไปด้วยอำนาจกดดัน "นี่มันเกิดอะไรขึ้นที่นี่? แล้วผู้ชายเมื่อครู่... มันเป็นใคร?" คำถามนั้นไม่ใช่แค่การสงสัย แต่มันคือแรงระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างรอบตัว หากเป็นหลินว่านหลินคนเก่า นางคงจะกรีดร้อง โวยวาย หรือไม่ก็วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปแล้ว แต่นี่คือหลินว่านหลิน เชฟมือฉกาจและนักธุรกิจสาวผู้ผ่านสมรภูมิการค้ามาโชกโชน นางเพียงแต่กะพริบตาปริบๆ ขยับตัวอย่างเกียจคร้านเล็กน้อยเพื่อคลายกล้ามเนื้อ แล้วส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบไปด้วยยาพิษกลับไปให้สามีหนุ่มผู้กำลังหน้าดำครึ้มด้วยความหึงหวง "แหม... สามีคะ กลับมาดึกดื่นตื่นสายจนหูตาฝ้าฟางไปแล้วหรือคะ?" หลินว่านหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลก ทั้งที่ในใจกำลังคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมด 'จ้าวฮ่าวหราน' สารเลวนั่นเพิ่งปีนหน้าต่างหนีออกไปได้ไม่ถึงสองนาทีดี รอยเท้าเปื้อนโคลนตรงขอบหน้าต่างยังไม่ทันแห้งสนิทด้วยซ้ำ หากนางปฏิเสธหน้าด้านๆ มีหวังนายทหารผู้ซื่อตรงคนนี้คงได้พังตู้เสื้อผ้าหาหลักฐานแน่ ลู่จินหยูสาวเท้าเข้ามาใกล้ กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและกลิ่นอายควันปืนจางๆ จากค่ายทหารลอยเข้าปะทะจมูก ร่างกายกำยำที่สูงใหญ่จนบังแสงตะเกียงเสียมิดทำให้หลินว่านหลินต้องเงยหน้าขึ้นมอง เขาเอื้อมมือหนาขึ้นมาบีบคางอิ่มของนางอย่างถือวิสาสะ นิ้วหยาบกร้านจากการจับอาวุธกดลงบนผิวเนื้อเบาๆ แต่หนักหน่วงพอที่จะทำให้นางเจ็บแปล๊บ "ฉันถามว่า... มันเป็นใคร?" นัยน์ตาของลู่จินหยูวาวโรจน์ เขาเห็นเงาดำวิ่งหนีออกไปทางหน้าต่างหลังเรือนเมื่อครู่ ชัดเจนว่ามีผู้ชายอยู่ในห้องของภรรยาตนเองสองต่อสองในยามวิกาล ความรู้สึกอัดอั้นตันใจ ความโกรธเกรี้ยว และความหวาดกลัวลึกๆ ว่าภรรยาที่เพิ่งจะกลับตัวกลับใจจะหันไปหาชายชั่วคนอื่น กำลังกัดกินขั้วหัวใจของเขาจนแทบคลั่ง หลินว่านหลินไม่สะทกสะท้าน นางปัดมือของเขาออกอย่างไม่แยแส ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วแค่นหัวเราะในลำคอ "หึ! สามีคะ ทำหน้าตาขึงขังราวกับจะไปออกศึกแบบนั้น ประเดี๋ยวหน้าแก่เร็วนะคะ... ผู้ชายคนเมื่อครู่น่ะหรือคะ? ก็แค่อดีตขยะเปียกที่บังเอิญเดินผ่านมาแล้วหวังจะมาเกาะแกะฉันเหมือนปลิงก็เท่านั้นเองค่ะ แต่เสียดาย... ฉันใช้ไม้กวาดต้อนรับขับสู้เขาไปเสียจนป่านนี้คงวิ่งหางจุกตูดกลับบ้านเก่าไปแล้วกระมังคะ" คำพูดกัดจิกและท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวของนาง ยิ่งทำให้ลู่จินหยูโมโหจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "ว่านหลิน! เธอเห็นฉันเป็นคนโง่หรือไง? ผู้ชายที่ไหนมันจะกล้าบุกเข้ามาในเรือนพักของนายทหารยามวิกาล หากไม่ใช่เพราะมันมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเจ้าของห้อง!" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะหยดเป็นเลือด แม่สามี (เหมยฮวา) ที่เพิ่งตื่นเพราะเสียงเอะอะโهاโวยวายและกำลังเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตู ถึงกับหน้าถอดสีเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว นางชรามือไม้สั่นด้วยความตกใจกลัวว่าสะใภ้ตัวแสบจะสร้างเรื่องงามหน้าขึ้นมาอีกจนตระกูลต้องเสื่อมเสีย ทว่า... ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างสามีภรรยาจะระเบิดขึ้นไปมากกว่านี้ จมูกโด่งเป็นสันของลู่จินหยูพลันกระตุกวูบ กลิ่นหอม... กลิ่นหอมประหลาดอะไรบางอย่างลอยอบอวลตัดผ่านความตึงเครียดเข้ามาในโสตประสาท มันไม่ใช่กลิ่นสาบของเหงื่อไคล ไม่ใช่กลิ่นฝุ่นผง หรือกลิ่นอับของเรือนไม้ แต่มันคือกลิ่นหอมเย้ายวนของกระเทียมเจียวในน้ำมันหมูร้อนๆ ที่ผสมผสานกับกลิ่นหอมฉุยของข้าวสวยเมล็ดอวบอ้วนที่ถูกคั่วจนแห้งเม็ดร่วน ตามด้วยกลิ่นหอมละมุนของซีอิ๊วขาวและต้นหอมซอยที่ถูกความร้อนผัดจนกลิ่นพุ่งทะลุขีดจำกัด *10... 9... 8...* หลินว่านหลินแอบนับถอยหลังในใจอย่างอารมณ์ดี นางรู้ดีว่าวิธีสยบผู้ชายอกสามศอกที่กำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงได้ดีที่สุด ไม่ใช่การอธิบายด้วยเหตุผล แต่คือการใช้ "กระเพาะอาหาร" ต่างหากเล่า! เมื่อครู่นี้นางแอบหยิบวัตถุดิบชั้นเลิศจากมิติซูเปอร์มาร์เก็ตลับออกมาอย่างเงียบเชียบ ข้าวสวยหุงสุกใหม่ๆ ที่เรียงเม็ดสวยงาม กระเทียมไทยกลีบเล็กตำละเอียดจนหอมฟุ้ง ไข่ไก่สดสีทองอร่าม และเบคอนรมควันชิ้นพอดีคำ ซู่ซ่า! เสียงกระทะเหล็กกระทบกับตะหลิวพร้อมควันโขมงที่ลอยคลุ้ง (ซึ่งนางแอบเนรมิตทำมันขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วระดับเชฟกระทะเหล็ก) ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ให้ตื่นขึ้นทันที ลู่จินหยูชะงักกึก ความโกรธขึงในดวงตาถูกแทนที่ด้วยความงุนงงชั่วขณะ ท้องของเขาที่ยังไม่ได้ตกถึงท้องตั้งแต่ภารกิจลาดตระเวนเมื่อช่วงบ่าย ส่งเสียงร้องโครกคราออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ ความหิวโหยเข้าจู่โจมอย่างรุนแรงจนลืมเรื่องผู้ชายทางหน้าต่างไปชั่วขณะ หลินว่านหลินเหลือบมองปฏิกิริยานั้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ นางตัก "ข้าวผัดกระเทียมไข่หอมกรุ่น" สีเหลืองทองอร่าม ใส่จานกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต เม็ดข้าวเคลือบด้วยไข่และน้ำมันหมูจนเป็นเงางาม โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยสีเขียวสดและพริกไทยป่นละเอียดที่ส่งกลิ่นฉุนเตะจมูกชวนน้ำลายสอ นางจงใจถือจานข้าวผัดร้อนๆ เดินผ่านหน้าสามีหนุ่มไปช้าๆ จงใจให้ไอความร้อนและกลิ่นหอมเย้ายวนนั้นลอยเข้ากระทบประสาทรับกลิ่นของเขาเต็มๆ "อุ๊ย ตายจริง... กลิ่นหอมฟุ้งกระจายขนาดนี้ เกรงว่าสุนัขข้างบ้านคงน้ำลายสอวิ่งมาออกันที่หน้าประตูแล้วกระมังคะ" หลินว่านหลินเอ่ยเย้าด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะวางจานข้าวผัดลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง "กริ๊ง" แม่สามีที่แอบมองอยู่ตรงประตูถึงกับกลืนน้ำลายลงคอเอื้อมใหญ่ ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความทึ่ง ข้าวผัดธรรมดาๆ เหตุใดจึงส่งกลิ่นหอมรุนแรงชวนหิวได้ถึงเพียงนี้? ลู่จินหยูกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความกระหายใคร่รู้และความหิวที่โหมกระหน่ำ เขายืนนิ่งมองภรรยาตัวอวบที่ตอนนี้กำลังตักข้าวผัดเข้าปากคำโตด้วยสีหน้ามีความสุขสุดยอด "อื้มมม... เม็ดข้าวร่วนซุย หอมกระเทียมเจียวเตะจมูก รสชาติกลมกล่อมกำลังพอดี ฝีมือฉันนี่มันระดับปรมาจารย์จริงๆ เลยนะคะ" หลินว่านหลินส่งเสียงชมตัวเองหน้าตาเฉย พร้อมกับช้อนตามองสามีที่ยังคงยืนบึ้งตึงอยู่ข้างกาย "อ้าว... ยืนทำหน้ายักษ์เป็นยักษ์วัดแจ้งอยู่ทำไมล่ะคะ หรือว่า... อยากทานด้วย?" นางแกล้งทำเป็นตักข้าวผัดคำโตเป่าลมฟูๆ แล้วยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากหยักหนาของเขา ลู่จินหยูชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบมองหน้าภรรยาด้วยความซับซ้อน ก่อนที่ความหิวและกลิ่นหอมยวนใจจะเอาชนะทุกสิ่ง เขาอ้าปากรับข้าวผัดคำนั้นเข้าไปเคี้ยวอย่างเสียไม่ได้ และในวินาทีที่รสสัมผัสอันล้ำเลิศระเบิดขึ้นในปาก... นายทหารหนุ่มผู้เคร่งขรึมถึงกับนิ่งค้างไปทันที! ดวงตาของหลินว่านหลินเป็นประกายวิบวับ นางแย้มยิ้มกริ่มอย่างผู้กำชัยชนะ ขณะที่บรรยากาศมาคุในห้องเมื่อครู่ได้มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความเงียบงันที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงเคี้ยวอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ทว่า... ในจังหวะที่ลู่จินหยูกำลังจะเอื้อมมือมาคว้าจานข้าวผัดไปทานต่อ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างรัวเร็วและรุนแรงจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของทหารยามที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "ผู้กองลู่! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! โกดังเสบียงลับท้ายค่าย... ถูกคนลอบวางเพลิงวอดวายหมดแล้ว!" รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินว่านหลินแข็งค้างทันที ตะหลิวในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้น -------------------------------------------------- *(ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" มาโดยตลอดนะคะ)*
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายขอสลัดสามีทหารไปตั้งตัวดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%