คุณหนูตัวร้ายขอสลัดสามีทหารไปตั้งตัวดีกว่า•ตอนที่ 6

แผนการขอหย่าที่ยังไม่เป็นผล

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"สัญญาฉบับนี้ ลงชื่อประทับตราโดยทางการเมืองหลวง... ถ้าจะฉีกทิ้ง มีโทษฐานขัดขวางนโยบายจัดสรรที่ดินและกำลังพลของกองทัพนะคะ คุณสามีทหารผู้ซื่อตรง" น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่เจือรอยเย้ยหยันดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องโถงคับแคบของบ้านพักรับรองทหาร หลินว่านหลินยืนกอดอก ใบหน้ารูปไข่ที่เพิ่งได้รับการดูแลอย่างดีจากสกินแคร์เกรดพรีเมียมในมิติลับ ปรากฏรอยยิ้มมุมปากอย่างเหนือชั้น ดวงตากลมโตคู่สวยมองเอกสารสีเหลืองเก่าคร่ำคร่าในมือด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งขบขันและหงุดหงิดระคนกัน เมื่อครู่ เธอยื่นคำขาดขอหย่าขาดกับลู่จินหยูทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างนี้ พร้อมทั้งเตรียมสะเปะสะสะเป้เตรียมขนของหนีออกจากบ้านหลังนี้ แต่ใครจะไปรู้ว่า กฎหมายและระเบียบปฏิบัติของยุคนี้สำหรับภรรยาของนายทหารผู้สังกัดกองพลพิทักษ์ชายแดน จะรัดกุมและยุ่งยากเสียยิ่งกว่าการทำสัญญาค้าขายกับขุนนางกังฉิน! ร่างเดิมของหลินว่านหลินเคยใช้อำนาจและเส้นสายของบิดา บังคับให้ทางการทำ "หนังสือยินยอมสมรสระยะยาวพิเศษ" ผูกมัดลู่จินหยูเอาไว้ถึงสามปีเต็ม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการหย่าก่อนกำหนดโดยไม่มีความผิดร้ายแรงฝ่ายตรงข้าม (เช่น การนอกใจอย่างโจ่งแจ้ง หรือการทำร้ายร่างกายถึงชีวิต) จะต้องจ่ายค่าปรับชดเชยให้แก่กองทัพเป็นเสบียงกรังและเงินสดจำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นตัวเลขที่แม้แต่คหบดีในเมืองหลวงยังต้องกุมขมับ สำหรับหลินว่านหลินคนปัจจุบันที่มีฐานะเป็นเพียง "สะใภ้ตัวร้าย" ที่ถูกสามีรังเกียจและครอบครัวสามีชิงชัง เงินจำนวนนั้นเทียบเท่ากับทรัพย์สินทั้งหมดที่เธอยังไม่ได้หามาด้วยซ้ำ! "แปลว่า... ฉันต้องทนติดแหง็กอยู่กับคุณไปอีกนานเลยอย่างนั้นสินะคะ?" ว่านหลินถอนหายใจออกมาเบาๆ ดวงตาคมกริบมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านขวางประตูอยู่ ลู่จินหยู ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่รีดเรียบกริบ ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อภายใต้ร่มผ้า ใบหน้าคมคายดั่งสลักจากหินผามีความเคร่งขรึมและเย็นชาเป็นเอกลักษณ์ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวของเขาจ้องมองเอกสารในมือภรรยา สลับกับใบหน้าของเธอที่วันนี้ดูแปลกตาไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีแววตาโง่เขลาเอาแต่ใจ ไม่มีเสียงกรีดร้องโวยวาย หรือการชักดิ้นชักงอไถเงินเหมือนหลายเดือนที่ผ่านมา มีเพียงความฉลาดเฉลียว เด็ดเดี่ยว และประกายความเจ้าเล่ห์ที่วับวามอยู่ในดวงตาส่อแววพานิชย์คู่นั้น "ในเมื่อหย่ายังไม่ได้... งั้นก็ต้องอยู่ร่วมกันแบบต่างคนต่างอยู่ค่ะ" ว่านหลินเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอเดินผ่านหน้าชายหนุ่มไปอย่างไร้ความเกรงกลัว ราวกับเขาเป็นเพียงเสาไม้ประดับบ้าน "แต่บอกไว้ก่อนนะคะ ว่าฉันไม่ใช่หลินว่านหลินคนเดิมที่จะมานั่งซักผ้าทำความสะอาดหรือรอคุณกลับมาด่าทออีกต่อไปแล้ว บ้านหลังนี้... ฉันจะใช้มันเป็นฐานปฏิบัติการตั้งตัว และคุณ ห้ามเข้ามาก้าวก่ายชีวิตฉันเด็ดขาด!" พูดจบ เธอก็สะบัดหน้าเดินเข้าครัวทันที ทิ้งให้ลู่จินหยูยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม สายตาคมกริบมองตามร่างอวบอิ่มที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นผิดหูผิดตาด้วยความรู้สึกประหลาดลึกซึ้งในอก หัวใจที่เคยด้านชาและรังเกียจเดียดฉันท์ กลับมีจังหวะเต้นผิดเพี้ยนไปชั่วขณะเมื่อได้กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้จางๆ ลอยผ่านปลายจมูกของเขาไป ภายในห้องครัวที่สะอาดสะอ้านขึ้นถนัดตาเนื่องจากฝีมือการจัดการของว่านหลินเมื่อวานนี้ เธอกำลังเผชิญหน้ากับ "ศัตรูตัวฉกาจ" อีกคนหนึ่ง... แม่สามี หรือ เหมยฮวา หญิงสูงวัยร่างผอมเกร็ง ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความยากลำบากและแววตาที่เคยแข็งกร้าว มองหลินว่านหลินด้วยความระแวดระวัง แต่ในขณะเดียวกัน จมูกโด่งรั้นของเหมยฮวาก็พยายามฟุดฟิดดมกลิ่นหอมลึกล้ำที่ยังคงอบอวลหลงเหลืออยู่จากเมื่อคืน เหตุการณ์เมื่อคืนยังคงตราตรึงใจ เมื่อเหมยฮวาที่ป่วยกระเสาะกระแสะและเบื่ออาหารมาหลายวัน จำใจต้องกิน "โจ๊กหมูสับเห็ดหอม" ชามเล็กๆ ที่สะใภ้ตัวร้ายคนนี้ทำวางทิ้งไว้บนโต๊ะเพราะความหิวโหย และในวินาทีที่รสชาติกลมกล่อม ล้ำลึก หอมหวานละมุนลิ้นกระจายไปทั่วโพรงปาก ดวงตาฝ้าฟางของเหมยฮวาก็เบิกกว้างขึ้นทันทีด้วยความตกตะลึง! มันไม่ใช่แค่อาหารประทังชีวิต แต่มันคือสวรรค์บนดิน รสชาตินั้นทำให้ความเกลียดชังที่สะสมมาแรมปีสั่นคลอนลงไปได้เสี้ยววินาที "เจ้า... เจ้าเข้ามาทำอะไรในครัวอีก?" เหมยฮวาเอ่ยเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนของตนเองด้วยการเชิดหน้าขึ้น "อย่าคิดนะว่าทำอาหารรสชาติพอใช้ได้เมื่อคืน แล้วฉันจะยอมรับเจ้าเป็นสะใภ้ที่ดี บ้านเรายากจน ไม่มีเงินให้เจ้าเอาไปผลาญเล่นกับชู้รักจอมปลอมคนนั้นหรอกนะ!" หลินว่านหลินหยุดมือจากการจัดเตรียมวัตถุดิบ เธอยกยิ้มมุมปากอย่างใจเย็น ดวงตาสุกใสเป็นประกายเจ้าเล่ห์ยามกวาดตามองวัตถุดิบจำกัดจำเขี่ยในตู้เสบียง "ชู้รักอะไรกันคะคุณแม่ ฟังให้ดีนะคะ... หลินว่านหลินคนเก่าที่โง่งงและเอาแต่ใจจนยอมให้คนอื่นสูบเลือดเนื้อ ได้ตายไปจากโลกนี้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ" ว่านหลินหันมาเผชิญหน้า พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลังและลื่นไหล "ส่วนเรื่องเงิน... ฉันไม่ได้คิดจะมาขอเงินบ้านตระกูลลู่ใช้หรอกนะคะ แต่ตรงกันข้าม..." เหมยฮวาขมวดคิ้วมุ่น "ตรงกันข้ามอะไรของเจ้า?" "ฉันจะทำให้บ้านหลังนี้ กลายเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในเขตทหารแห่งนี้ต่างหากล่ะคะ!" ว่านหลินเอ่ยอย่างมั่นอกมั่นใจ มือเรียวสวยจัดการหยิบแป้งสาลี น้ำสะอาด และหมูสามชั้นคุณภาพดีที่แอบหยิบออกมาจากมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างไร้ร่องรอย ออกมาวางเรียงรายบนโต๊ะไม้เก่าๆ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของแม่สามีที่อ้าปากค้าง กลิ่นหอมของเครื่องเทศและแป้งที่ถูกนวดด้วยความชำนาญเริ่มส่งกลิ่นกรุ่นไปทั่วบริเวณครัว เล็ดลอดผ่านหน้าต่างออกไปปะทะสายลมยามสาย เรียกน้ำลายของคนที่เดินผ่านไปมาให้ต้องหยุดชะงัก ในขณะที่ว่านหลินกำลังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีและเตรียมปั้น "ซาลาเปาไส้ทะลักสูตรพิเศษ" เพื่อเตรียมนำไปแอบวางขายในตลาดมืดของค่ายทหารเพื่อสร้างเงินก้อนแรก เสียงเคาะประตูก็กระแทกดังปังๆ ขึ้นที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงโวยวายแสบแก้วหูของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ "ว่านหลิน! นังหมูตอน! เปิดประตูให้พี่เดี๋ยวนี้! รู้ไหมว่าฉันอุตส่าห์ดั้นด้นมาหาเธอถึงนี่ ทำไมช่วงนี้เธอถึงใจร้ายกับฉันนัก หาส่งเงินให้ฉันช้าตั้งหลายวันแล้วนะ!" เสียงแหลมสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของ จ้าวฮ่าวหราน ชายชู้จอมหน้าตัวเมียและเห็นแก่ตัว ดังทะลุกำแพงเข้ามา ทำเอาใบหน้าของเหมยฮวาถึงกับซีดเผือดด้วยความโกรธเกรี้ยว ขณะที่ดวงตาคู่สวยของหลินว่านหลินกลับหรี่แคบลง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากทันที *เหยื่อตัวแรกเดินมาส่งส่วยถึงที่... แผนการล้างบางคนจัญไรและหาเงินตั้งตัวของเธอกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้แล้วค่ะ!* ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้สะใภ้สายสตรองคนนี้เสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายขอสลัดสามีทหารไปตั้งตัวดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%