ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้รักษาระยะห่าง•ตอนที่ 23

ความหึงหวงที่ซ่อนไม่มิด

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"บอกว่าอย่ามองกล้องมุมนี้ไงครับคุณกะทิ หน้ามันจะออกมาเหมือนซาลาเปาโดนทับด้วยหนังสือพิมพ์รายวันนะ" เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทของธันวาดังขึ้น พร้อมกับเสียงชัตเตอร์ *แชะ* ที่ดังติดต่อกันสามครั้งซ้อนในจังหวะที่กะทิกำลังอ้าปากจะเถียงพอดี เจ้าของบล็อกเดินทางสาวขยับตัวขมุกขมักด้วยความหมั่นไส้ เธอตั้งใจจะหันไปแยกเขี้ยวใส่ช่างภาพหนุ่มจอมเนียบสักป้าบ แต่กลายเป็นว่าปลายจมูกของเธอเกือบจะเฉียดเข้ากับปลายคางของเขาที่โน้มตัวลงมาดูจอภาพพอดี ระยะห่างระหว่างใบหน้า... สั้นเกินไป มันไม่ใช่ระยะปลอดภัยที่ธันวาเคยขีดเส้นเอาไว้ตลอดการเดินทางยี่สิบสองตอนที่ผ่านมา และยิ่งไม่ใช่ระยะที่หัวใจของกะทิจะเต้นด้วยจังหวะปกติได้เลย ตึกตัก... ตึกตัก... เสียงหัวใจตัวเองดังชัดเสียจนเธอแอบกังวลว่าคนตรงหน้าจะได้ยินมันไปด้วย ธันวานิ่งค้างไปเสี้ยววินาที ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาไหววับชั่วพริบตา ก่อนที่เขาจะยอมผถอยหลังออกไปเว้นระยะตามเดิมอย่างรวดเร็ว พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความเจ้าเล่ห์ขึ้นมาเบาๆ "อะแฮ่ม... หน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกเลยนะครับ หรือว่าอากาศที่คาเฟ่บนดอยนี่มันร้อนเกินไป?" ธันวาแกล้งทักพลางเลิกคิ้วมอง "ร้อนอะไรล่ะ! ฝนเพิ่งตกปรอยๆ เมื่อกี้เนี่ยนะคุณธันวา... ฉันแค่... แค่สำลักกาแฟต่างหากเล่า!" กะทิแก้ตัวเสียงดังกลบเกลื่อนพลางคว้าแก้วลาเต้ร้อนขึ้นมาทำทีเป็นจิบ ทั้งที่ความจริงลิ้นแทบพองเพราะความรีบร้อน บรรยากาศในร้านกาแฟไม้สนสีอบอุ่นบนดอยสูงเคล้าคลอไปด้วยเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ แต่มันไม่ได้ช่วยให้สติสัมปชัญญะของกะทิเข้าที่เข้าทางเลยสักนิด ตลอดสองวันที่ผ่านมา พวกเขาต้องติดอยู่ด้วยกันในโฮมสเตย์กลางหุบเขาเนื่องจากพายุฤดูร้อนถล่มเส้นทางลงข้างล่าง จากเดิมที่ควรจะเป็นทริปต่างคนต่างถ่ายรูปต่างคนต่างเขียนงาน มันกลับกลายเป็นทริปที่กะทิพบว่า "พื้นที่ส่วนตัว" ของธันวาเริ่มถูกเธอล่วงล้ำเข้าไปทีละน้อย... หรือพูดให้ถูกคือ เขาต่างหากที่ยอมเปิดประตูต้อนรับเธอเข้ามาทีละนิดโดยไม่รู้ตัว จังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนสมาร์ทโฟนบนโต๊ะก็ดังขึ้น *ปิง!* หน้าจอแสดงผลข้อความจากแอปพลิเคชันแชตยอดฮิต เป็นข้อความจาก 'พี่กรณ์' ตากล้องหนุ่มรุ่นพี่ร่วมวงการที่มักจะแวะเวียนมาทักทายกะทิอยู่เสมอ *[พี่กรณ์]: กะทิครับ พายุที่นู่นสงบยัง? พี่เห็นข่าวทางภาคเหนือฝนตกหนัก เป็นห่วงนะเนี่ย กลับลงมาเมื่อไหร่ ไปกินชาบูกันนะ พี่เลี้ยงเอง* กะทิมองข้อความนั้นแล้วเผลอยิ้มออกมาบางๆ ตามนิสัยที่เป็นคนเฟรนด์ลี่และมองโลกในแง่ดี แต่เธอยังไม่ทันได้พิมพ์ตอบอะไร นิ้วเรียวยาวของใครอีกคนก็ยื่นมาคว้ามือถือของเธอไปต่อหน้าต่อตาอย่างหน้าตาเฉย! "เฮ้ย! คุณธันวา เอาโทรศัพท์ฉันคืนมานะ มายุ่งเรื่องส่วนตัวได้ยังไง!" กะทิโวยวายลั่น โน้มตัวข้ามโต๊ะพยายามจะแย่งมือถือคืน แต่ธันวากลับยกมันขึ้นสูงเหนือศีรษะ ด้วยความที่ส่วนสูงต่างกันลิบลับ ทำให้กะทิทำได้เพียงคว้าอากาศว่างเปล่า "มารยาทในการเดินทางร่วมกันข้อแรก... ห้ามสนใจหน้าจอมากกว่าคนตรงหน้าโดยเด็ดขาดครับ โดยเฉพาะเวลาที่มี 'ไอ้หนุ่มหน้าไหนก็ไม่รู้' ส่งข้อความมาหยอดตอนกำลังจิบกาแฟด้วยกัน" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาหลังเลนส์แว่นกลับตึงเปรี๊ยะอย่างเห็นได้ชัด "มันเรื่องส่วนตัวของฉันน่า! ส่งคืนมาเลยนะ คุณไม่มีสิทธิ์มาเช็คมือถือฉันนะเว้ย!" กะทิหน้าตาตื่น เธอไม่ได้กลัวว่าพี่กรณ์จะส่งอะไรมาประเจิดประเจ้อ แต่เธอแค่อายที่ถูกธันวาทำท่าทางแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนี้ ธันวาหรี่ตามองหน้าจอก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "หึ... ชาบูเหรอครับ? ท่าทางจะว่างมากสินะถึงได้ชวนคนอื่นกินนู่นกินนี่ตลอดเวลา" "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณเล่า! พี่กรณ์เขาเป็นรุ่นพี่ที่รู้จักกันมาก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้วนะ" "แล้วผมเป็นใครล่ะครับ?" คำถามสั้นๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของธันวา พร้อมกับดวงตาคมกริบที่ตวัดกลับมามองหน้าเธอตรงๆ น้ำเสียงของเขาไม่ได้ติดตลกเหมือนทุกที แต่มันเต็มไปด้วยความจริงจังบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงทันที กะทิชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตมองสบกับแววตาที่ซ่อนความรู้สึกมากมายเอาไว้ของช่างภาพหนุ่ม "คุณ... คุณก็เป็นคู่กัด เป็นช่างภาพทริปนี้ เป็น... เป็นคนกวนประสาทไง" กะทิเสียงค่อยลงเรื่อยๆ จนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ หัวใจเจ้ากรรมกลับมาเต้นรัวโครมครามอีกครั้ง รุนแรงเสียยิ่งกว่าตอนที่จมูกเกือบชนกันเมื่อครู่เสียอีก ธันวาถอนหายใจยาว วางมือถือของเธอกลับลงบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ กอดอกมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "นั่นสินะครับ... ผมก็เป็นแค่คนรักษาระยะห่างคนหนึ่งนี่นา ไม่มีสิทธิ์ไปหวงก้างอะไรคุณอยู่แล้ว" คำว่า *'หวงก้าง'* ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศระหว่างคนทั้งคู่ กะทิรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนอยู่ในท้อง ใบ้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ คำพูดจิกกัดฝอยๆ ที่เคยเตรียมไว้ตอบโต้หายเกลี้ยง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำสารภาพกลายๆ ที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายสายคูลคนนี้ ให้ตายเถอะ... นี่เธอกำลังทำให้ผู้ชายที่ประกาศตัวว่าขออยู่คนเดียวและรักษาระยะห่างจากโลกใบนี้มาตลอด เกิดอาการ 'หึงหวง' ขึ้นมาจริงๆ งั้นเหรอ? ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่เริ่มซาลงจนกลายเป็นเสียงหยดน้ำกระทบหลังคาร้านกาแฟ ธันวาเบือนหน้าหนีไปมองวิวด้านนอก ปล่อยให้กะทินั่งใจเต้นไม่เป็นส่ำอยู่ฝั่งตรงข้าม ความรู้สึกแปลกประหลาดไหล ทะลักเข้ามาในอก ความกลัวความเหงาที่เคยเกาะกินหัวใจเธอมาตลอด ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นประหลาดที่มาจากสายตาและท่าทีหึงหวงแบบเนียนๆ ของคนปากแข็ง กะทิเม้มริมฝีปากแน่น มือเล็กเอื้อมไปเลื่อนแก้วกาแฟของตัวเองวนเล่นแก้เก้อ สมองกำลังตีกันยุ่งเหยิงระหว่างความกลัวที่จะเผลอใจไปรักคนที่มีปมเรื่องการสูญเสีย กับความรู้สึกตรงหน้าที่มันต้านทานความใส่ใจของเขาไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เธอสูดลมหายใจเข้าลึก, รวบรวมความกล้าทั้งหมดเงยหน้าขึ้นเพื่อจะเอ่ยอะไรบางอย่างทำลายความเงียบ แต่ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะอ้าปากพูด ธันวากลับหันขวับกลับมามองเธอ พร้อมกับยื่นสมาร์ทโฟนหน้าจอเปิดค้างไว้ให้เธอดูลอยๆ "ผมกดบล็อกไลน์ไอ้รุ่นพี่นั่นไปเรียบร้อยแล้วนะครับ... ในฐานะหัวหน้าทริป ถือว่าผมจัดการปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อความสงบสุขของทีมก็แล้วกัน" กะทิอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน "คุณธันวา! คุณทำอะไรลงไปเนี่ย! นั่นมันสิทธิ์ส่วนบุคคลนะเว้ย!" ธันวายักไหล่หน้าตาเฉย รอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นอีกครั้ง แววตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความสุขอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "มือมันลั่นครับ... และถ้าคุณยังโวยวายเสียงดังอีก ผมอาจจะเผลอ 'กดบล็อก' อย่างอื่นเพิ่มอีกก็ได้นะ... เช่นบล็อกจูบอำลาตอนจบทริปนี้เป็นต้น" สิ้นคำพูดหน้าไม่อายนั้น กะทิก็รู้สึกเหมือนเลือดทั้งหมดในร่างกายพุ่งขึ้นมาสุมอยู่ที่ใบหน้าจนร้อนฉ่า เธอคว้าหมอนอิงบนโซฟาปาใส่หน้าเขาเต็มแรง แต่ธันวากลับคว้ามันไว้ได้ทันพร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังลอดออกมาอย่างอารมณ์ดี และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่หน้าจอโทรศัพท์บนโต๊ะของธันวาซึ่งวางคว่ำอยู่ เกิดสั่นเตือนขึ้นมาเบาๆ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากบัญชีปริศนาที่โผล่ขึ้นมาบนหน้าต่างป๊อปอัป— *[ระบบแจ้งเตือน]: ข้อความใหม่จาก 'พราว (อดีตคนรัก)' : ธันวาคะ... พี่กลับมาเมืองไทยแล้วนะ เรามีเรื่องต้องคุยกัน* รอยยิ้มบนใบหน้าของธันวาแข็งค้างทันที บรรยากาศอบอุ่นฟีลกู๊ดเมื่อครู่ดิ่งฮวบลงติดลบในพริบตาเดียว... ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับความสัมพันธ์กวนๆ ของกะทิและธันวาในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ แบกเป้ท่องโลก
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้รักษาระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%