ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้รักษาระยะห่าง•ตอนที่ 14

เมื่อเพื่อนไม่เข้าใจความสัมพันธ์

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"กะทิ... แกอธิบายสภาพนี้ให้ฉันฟังหน่อยซิ ว่าทำไมนักเขียนบล็อกเดินทางสายฮีลใจ ถึงได้มานั่งกึ่งนอนทับร่างช่างภาพหน้านิ่งแถวโซฟาห้องรับแขกแบบนี้ได้วะ หรือว่าแบกเป้จนกระดูกสันหลังเคลื่อน จนต้องหาที่พิงเป็นอกผู้ชายแทน?" เสียงแหลมปรี๊ดของกะทิ... ไม่สิ เสียงแหลมปรี๊ดของ "มีน" เพื่อนสนิทตัวแม่สายจิกกัดดังทะลุสเกกเกอร์โทรศัพท์มือถือที่เปิดลำโพงค้างไว้บนโต๊ะกาแฟ ทำเอาผมที่เพิ่งผละออกจากธันวาแทบไม่ทันเกือบจะสะดุดขาตัวเองล้มคว่ำซ้ำสอง ให้ตายเถอะครับคุณผู้ชม ใครจะไปคิดว่ายายมีนเพื่อนรักตัวดี จะวิดีโอคอลเข้ามาจังหวะนรกแตกแบบพอดีเป๊ะ ชนิดที่ว่าถ้าช้ากว่านี้อีกเสี้ยววินาที มีหวังรูปคู่ในตำนาน "ช่างภาพหน้านิ่งกับไกด์ตกมัน" คงได้ไปโผล่ในกรุ๊ปไลน์กลุ่มเม้าท์มอยของคณะแบบเรียลไทม์ ผมรีบดีดตัวขึ้นจากโซฟาด้วยความเร็วแสง ใบหน้าร้อนผ่าวจนไม่ต้องสงสัยเลยว่าตอนนี้มันคงแดงแจ๋เหมือนกุ้งต้มสุก มือไม้เก้กะจนไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน ได้แต่ยืนบิดไปบิดมาเหมือนคนเป็นโรคข้ออักเสบเฉียบพลัน ผิดกับอีกคนที่นั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาตัวเดิม ธันวาไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่ยี่หระ เขายกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นทิพย์ที่เสื้อตัวเก่งช้าๆ สายตาคมกริบมองตรงมาที่ผมด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดในสามโลก "เปล่าสักหน่อย ยัยมีน! แกอย่ามาใส่ไข่ ฉันแค่... เอ่อ สะดุดพรมต่างหากเล่า!" ผมแก้ตัวเสียงหลง ปัดมือปฏิเสธเป็นพัลวันจนแขนแทบพันกัน "สะดุดพรมบ้าอะไร หน้าแนบชิดซะขนาดนั้น เกือบจะแลกเปลี่ยนออกซิเจนกันอยู่แล้วมั้งนั่น!" จอไอแพดขยายภาพใบหน้าของมีนที่ยื่นเข้ามาใกล้จอจนตาแทบจะทะลักออกมา เธอหรี่ตามองผมอย่างจับผิด ก่อนจะหันไปโฟกัสภาพด้านหลัง "แล้วนี่... คุณช่างภาพน้ำแข็งแห้งของแกไปทำอีท่าไหนถึงมาสิงอยู่ในห้องพักแกได้ล่ะเนี่ย ปกติเห็นหวงพื้นที่ส่วนตัวยิ่งกว่าไข่ในหิน ไม่ใช่ว่าแอบย่องเข้าห้องกันตั้งแต่เมื่อคืนหรอกนะ!" "พูดจาพล่อยๆ นะมีน!" ผมแหวใส่หน้าจอด้วยความร้อนตัว "เขาแค่มารับ... เออ มาเอาของที่ลืมไว้ต่างหาก!" "ของลืม หรือลืมใจไว้แถวนี้ล่ะจ๊ะคุณเพื่อนรัก?" เสียงหัวเราะคิกคักของมีนดังลอดออกมาจากลำโพง ชวนให้หมั่นไส้จนอยากจะปาโทรศัพท์ทิ้งสระน้ำข้างรีสอร์ทให้รู้แล้วรู้รอด "บอกมาซะดีๆ แกสองคนมีซัมติิงอะไรรึเปล่า ช่วงนี้ทริปสวีท... เอ๊ย ทริปทำงานด้วยกันบ่อยเกินเบอร์นะยะ ปกติเห็นจิกกัดกันยิ่งกว่าหมากับแมว แต่นี่อะไร รูปคู่ในไอจีของแก ยอดไลก์ถล่มทลายจนฉันนึกว่าพวกแกเปิดตัวคบกันซะอีก" ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหล่สายตาไปมองเจ้าของชื่อที่นั่งเงียบกริบ ธันวายังคงนั่งไขว่ห้าง กอดอกมองผมด้วยแววตานิ่งสนิท เดาไม่ออกเลยว่าไอ้พ่อหนุ่มเพอร์เฟกต์ชันนิสต์คนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ แต่ที่แน่ๆ เขาร1ู้อยู่แก่ใจว่าคำพูดของมีนมันจี้ใจดำแค่ไหน "ไม่มีอะไรร่วมกันทั้งนั้นแหละ แกเลิกมโนแล้ววางสายไปซะ ฉันจะเคลียร์งาน!" ผมรีบตัดบท เสียงเริ่มสั่นพร่าด้วยความเขินอายขั้นสุด "แน่ใจนะว่าไม่มี? ระวังเถอะแก... คนที่ปากแข็งบอกว่าไม่มีอะไร สุดท้ายมักจะตกม้าตายเพราะคำว่า 'เผลอใจ' ทุกรายไป" มีนลากเสียงยาวอย่างรู้ทัน ก่อนจะหัวคิกคักแล้วกดตัดสายใส่หน้าผมทันที ติ๊ด! หน้าจอกลับมามืดสนิท ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่โรยตัวปกคลุมไปทั่วห้องรับแขก บรรยากาศอบอ้าวแปลกๆ ลอยวนเวียนอยู่รอบตัว จนผมต้องแกล้งทำเป็นเดินไปหยิบแก้วน้ำบนเคาน์เตอร์ครัวเพื่อหลบสายตาคู่นั้น "เพื่อนเธอนี่... ฉลาดเป็นกรดดีนะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ผมทีละก้าว จนผมต้องถอยหลังจนสะโพกชนขอบเคาน์เตอร์ "เขาก็บ้าบอไปเรื่อยเปื่อยตามประสาคนว่างงานแหละคุณ อย่าไปถือสาเลย" ผมหัวเราะแห้งๆ พยายามเบี่ยงหน้าหนีสายตาที่มองตรงมาอย่างมีความหมาย "แล้วที่เพื่อนเธอพูด... มันจริงรึเปล่าล่ะ" ธันวาหยุดยืนห่างจากผมแค่คืบเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นอายแดดอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูกจนหัวใจผมกระหน่ำเต้นรัวเหมือนกลองเพล "เรื่องที่บอกว่า... เรามีซัมติิงกัน" "นี่!" ผมหันขวับไปมองค้อนใส่เขาด้วยความหมั่นไส้ "คุณก็บ้าจี้ตามยายมีนไปด้วยอีกคนเหรอ เราสองคนเป็นแค่คู่กัดที่ต้องจำใจมาร่วมงานกัน เพราะไอ้โปรเจกต์ไกด์บุ๊กงี่เง่านี่ต่างหาก เลิกมโนไปกันใหญ่โตได้แล้วคุณช่างภาพ!" ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแต่มองหน้าผมนิ่ง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างนึกสนุก ดวงตาคมคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่ทำเอาผมหายใจไม่ทั่วท้อง "งั้นเหรอ... แค่ร่วมงานกัน" เสียงของเขาแผ่วเบาลงราวกับกระซิบ "แต่ทำไมเมื่อกี้... ตอนที่ฉันคว้าชายเสื้อเธอไว้ เธถึงไม่ยอมผละออกทันทีล่ะ หืม? กะทิ" สมองผมชัตดาวน์ไปชั่วขณะ คำพูดติดอ่างแล่นพล่านอยู่ในลำคอจนพูดไม่ออก ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้เวลารุกฆาตขึ้นมานี่มันอันตรายต่อหัวใจเกินไปแล้ว! ผมอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ใบหน้าร้อนผ่าวจนคิดว่าถ้าเอาไข่มาทอดบนแก้มตอนนี้คงสุกพอดี "ผม... ผมแคตกใจต่างหากเล่า! ปล่อยนะคุณ จะมาประชิดตัวอะไรแถวนี้ รีบออกไปจากห้องผมได้แล้ว ผมจะทำงาน!" ผมใช้สองมือดันอกแกร่งของเขาให้ออกห่าง แต่ทว่า... ร่างสูงใหญ่ของธันวากลับนิ่งสนิท ราวกับเขาทำด้วยเหล็กกล้าทั้งแท่ง ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ซ้ำร้ายเขายังเอื้อมมือมาคว้าข้อมือผมทั้งสองข้างรวบไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย แล้วดันตัวเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังผมแนบชิดติดกับขอบเคาน์เตอร์ "ถ้าไม่พูดความจริง... ฉันก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น" เสียงกระซิบกระเส่าดังอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณต้นคอจนขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ว่ายังไงล่ะ ไกด์กะทิ... ตกลงว่าที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ มันคืออะไรกันแน่?" ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้นขัดจังหวะพอดี เหมือนเสียงสวรรค์มาโปรดผมจากสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ธันวาชะงักเล็กน้อย เขายอมคลายมือที่จับข้อมือผมออกอย่างเสียดาย ผมรีบฉวยโอกาสนั้นกระโดดถอยหลังหนีออกมาสามก้าวทันที หอบหายใจโกยอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ ผมก้มลงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูด้วยมือที่ยังสั่นเทา คิดว่าน่าจะเป็นยายมีนที่ส่งข้อความมาแซวต่อ แต่ทว่า... หน้าจอกลับปรากฏข้อความจากใครอีกคน คนที่ผมคาดไม่ถึงที่สุดในเวลานี้ ชื่อที่แสดงอยู่บนหน้าจอแชต ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของผมแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ นั่นคือข้อความจาก **"พี่กรณ์"** ช่างภาพรุ่นพี่ชื่อดัง อดีตคนรักเก่าของธันวา... คนที่ควรจะอยู่ที่กรุงเทพฯ และเป็นปมในใจที่ทำให้ธันวารักษาระยะห่างกับทุกคนมาตลอดชีวิต *(ข้อความจากพี่กรณ์): "กะทิครับ... พี่ถึงหน้ารีสอร์ทแล้วนะ พอดีมีเรื่องสำคัญมากที่ต้องคุยกับธันวา... แล้วก็... เรื่องของเราด้วยครับ"* ผมยืนแข็งทื่อ ข้อความสั้นๆ บนหน้าจอทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจเมื่อครู่วิเหยหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเย็นยะเยือกที่วิ่งพล่านไปตามสันหลัง ผมเงยหน้าขึ้นมองธันวาที่ยืนขมวดคิ้วสงสัยกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของผม ชายหนุ่มกำลังจะเดินเข้ามาหาผมอีกครั้ง แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปาก... เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างหนักแน่น ก๊อก ก๊อก ก๊อก! --- *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินร่วมทางและส่งกำลังใจให้ไกด์กะทิกับช่างภาพหน้านิ่งมาถึงตอนนี้ด้วยนะครับ!*
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้รักษาระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%