เสียงลั่นชัตเตอร์ของกล้องดิจิทัลรุ่นเรือธงดังขึ้นติดๆ กันสามครั้งในสตูดิโอสีขาวปลอด มันเป็นเสียงที่กะทิคุ้นเคยดี ยามที่มันดังอยู่กลางหุบเขาหรือริมชายหาด เสียงนั้นมักจะให้ความรู้สึกอิสระเสรี แต่พอมาย่อส่วนเหลือแค่พื้นที่สี่เหลี่ยมติดแอร์ฉ่ำของสตูดิโอใจกลางกรุงเทพฯ เสียงเดียวกันนี้กลับทำให้อากาศรอบตัวแห้งผากจนแทบหายใจไม่ออก
"กะทิ ขยับไหล่ซ้ายลงอีกนิดครับ... ใช่ ตรงนั้นแหละ แล้วก็เลิกทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปเกณฑ์ทหารได้แล้ว ผมไม่ได้จะพาคุณไปรบ แค่มาถ่ายแบบโปรโมทบล็อกท่องเที่ยวฉบับปรับปรุงใหม่นะครับ"
น้ำเสียงเรียบนิ่งติดจะกวนประสาทเล็กน้อยดังมาจากหลังเลนส์สีดำตัวใหญ่ ธันวาในวันนี้ไม่ได้สวมเสื้อแจ็คเก็ตลุยป่าลุยเขาอย่างที่คุ้นตา แต่กลับอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีพื้นเรียบร้อยกับกางเกงสแล็คเข้ารูป ดูเนี้ยบกริบจนชวนให้รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้หลุดออกมาจากหน้าฟอร์บส์มากกว่าจะมาแบกเป้ยืนตากแดดตากลมด้วยกันเมื่อสัปดาห์ก่อน
กะทิแอบเบ้ปากใส่เลนส์กล้องเบาๆ ถึงแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายมองเห็นทุกการเคลื่อนไหวผ่านช่องมองภาพก็ตามที
"พูดง่ายนี่ครับ คุณธันวา ลองให้คุณมานั่งยิ้มค้างหน้ากล้องสี่สิบหองศาแถมยังมีไฟสตูดิโอสาดเข้าหน้าจนเครื่องสำอางแทบละลายแบบนี้บ้างไหมล่ะครับ เผลอๆ อาจจะหน้าบึ้งกว่าผมอีกมั้ง" กะทิอดไม่ได้ที่จะสวนกลับตามสัญชาตญาณของการเป็นคู่กัด
"ถ้าเป็นผม ผมคงจัดท่าทางให้มืออาชีพกว่านี้ และที่สำคัญ..." ธันวาผละใบหน้าออกจากกล้องชั่วขณะ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดำสนิทคู่นั้นมองตรงมายังกะทิ "ผมคงไม่เผลอทำหน้าหงุดหงิดใส่ช่างภาพจนรูปออกมาดูเหมือนคนทะเลาะกับแฟนเก่าหรอกนะครับ"
ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้!
กะทิอยากจะหยิบกระป๋องสเปรย์เซ็ตผมแถวนั้นปาใส่หัวผู้ชายปากร้ายคนนี้เสียจริง แต่ติดที่ว่าตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในเวลางาน และทีมงานนิตยสารอีกสามชีวิตกำลังนั่งจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจความเรียบร้อยอยู่รอบๆ บรรยากาศการทำงานในวันนี้มันช่างอึดอัด ชวนให้อึดอัดยิ่งกว่าตอนติดอยู่กลางพายุฝนบนดอยสูงเสียอีก
เพราะอะไรนะเหรอ? ก็เพราะว่าในทริปเดินทางไกลครั้งก่อน พวกเขามีพื้นที่ธรรมชาติกว้างใหญ่คั่นกลาง มีเสียงลม เสียงฝน และความเหนื่อยล้าคอยเบี่ยงเบนความสนใจ แต่พอจับเขaามาอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เงียบสงบแบบนี้ ระยะห่างที่ธันวาจงใจรักษามันไว้ มันกลับชัดเจนเสียจนกะทิรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่ที่ยืนล้ำเส้นเข้ามาในเขตหวงห้ามอยู่ฝ่ายเดียว
"โอเคครับ พักกองสิบนาที ทีมงานเติมหน้าให้น้องกะทิหน่อย ส่วนธันวา เช็คไฟล์รูปทางนี้แป๊บหนึ่ง" เสียงสเตจเจอร์หนุ่มตะโกนขึ้นท่ามกลางความเงียบ
กะทิถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่จนตัวโยน รีบก้าวขาลงจากฉากถ่ายรูปแล้วเดินตรงดิ่งไปคว้าขวดน้ำเปล่าบนโต๊ะแต่งหน้ามากระดือกินอึกใหญ่เพื่อดับความหงุดหงิดในอก ทว่ายังไม่ทันที่น้ำจะลงคอดี เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็หยุดยืนอยู่ข้างๆ พร้อมกับกลิ่นหอมสะอาดๆ ของน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่คุ้นจมูก
"น้ำพุร้อนที่ว่าเดือด ยังสู้หน้าหงิกๆ ของคุณตอนนี้ไม่ได้เลยนะครับ"
ธันวาเอ่ยทักขึ้นโดยไม่ต้องหันมามอง มือหนายื่นทิชชซับเหงื่อมาให้ แต่กะทิกลับเลือกที่จะหยิบกระดาษทิชชจากโต๊ะของตัวเองแทนที่จะรับความหวังดีนั้น
"ผมไม่ได้หน้าหงิกครับ ผมแค่กำลังใช้ความคิด" กะทิกระแทกเสียงตอบ กลับตัวหันไปเผชิญหน้ากับคนตัวสูงที่สูงกว่าตนเองเกือบช่วงหัวไหล่ "แล้วก็... ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่ผมดูแลตัวเองได้ครับ คุณไปเช็ครูปแล้วรีบถ่ายให้มันจบๆ ไปเถอะ ผมอยากกลับบ้านแล้ว"
ธันวานิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมคายคู่นั้นกวาดมองใบหน้าของกะทิที่ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความร้อนและอารมณ์กรุ่นๆ ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันเล็กน้อย คล้ายกำลังชั่งใจอะไรบางอย่างก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาลงกว่าเดิมนิดหน่อย
"เย็นนี้... ว่างไหมครับ"
กะทิชะงักมือที่กำลังถือพู่กันปัดแก้ม "ถามทำไมครับ งานวันนี้ก็เสร็จตั้งแต่เย็นไม่ใช่เหรอ"
"เปล่าหรอก แค่คิดว่า... เราไม่ได้คุยกันดีๆ แบบไม่มีเลนส์กล้องคั่นกลางมาสักพักแล้ว" ธันวายังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉย แต่น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นกลับมีบางอย่างที่ทำให้หัวใจของกะทิกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ "อีกอย่าง มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากเคลียร์ให้มันชัดเจน... ก่อนที่เราจะเริ่มโปรเจกต์หนังสือเล่มใหม่ด้วยกัน"
คำว่า *'เรื่องที่อยากเคลียร์'* และ *'โปรเจกต์หนังสือเล่มใหม่'* วิ่งวนอยู่ในหัวของกะทิราวกับแผ่นเสียงตกร่อง ความกลัวลึกๆ ที่พยายามซ่อนไว้ใต้ท่าทางกวนประสาทเริ่มส่งเสียงประท้วง ธันวากำลังจะบอกอะไร? หรือเขาจะขอถอนตัวจากการเป็นช่างภาพคู่บุญ? หรือเขาจะบอกว่าเราควรรักษาระยะห่างให้มากกว่าเดิม?
ความคิดฟุ้งซ่านตีกันวุ่นวายในหัวจนกะทิเผลอกลั้นหายใจ
ในจังหวะที่กะทิอ้าปากกำลังจะปฏิเสธเพื่อตัดปัญหา ประตูสตูดิโอห้องกระจกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงเรียกชื่อของธันวาจากผู้จัดการส่วนตัวที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา พร้อมโทรศัพท์มือถือในมือที่สั่นระริก
"ธันวา! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... สำนักพิมพ์โทรมาแจ้งว่า ไฟล์ต้นฉบับภาพถ่ายทั้งหมดของทริปเชียงใหม่ที่นายเพิ่งส่งให้เมื่อเช้า ถูกแฮกเข้าระบบและถูกปล่อยหลุดลงในอินเทอร์เน็ตแล้ว!"
ธันวานิ่งงันไปในเสี้ยววินาที ร่างสูงที่เคยยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นกลับเกร็งค้าง ดวงตาที่เคยราบเรียบแปรเปลี่ยนเป็นความมืดสนิทที่กะทิไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความตกใจธรรมดา แต่มันคือแววตาของการสูญเสียการควบคุม—แววตาเดียวกันกับวันที่เขาเคยปิดปากเงียบสนิทตลอดการเดินทางบนดอยทุรกันดาร
โทรศัพท์มือถือในมือของกะทิสั่นเตือนขึ้นมาเบาๆ หน้าจอแจ้งเตือนข้อความใหม่จากแอปพลิเคชันแชท เป็นภาพหน้าจอข่าวซุบซิบวงการท่องเที่ยวและช่างภาพชื่อดัง พร้อมข้อความสั้นๆ จากใครบางคนที่ไม่คาดคิดว่าจะมีตัวตนอยู่จริงในตอนนี้:
*[คุณแบกเป้ท่องโลก... รูปพวกนั้น ระวังตัวไว้ให้ดีนะครับ คนที่อยู่ข้างๆ คุณตอนนี้ ไม่ใช่คนที่คุณคิดหรอก]*
ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้รักษาระยะห่าง•ตอนที่ 11
กลับมาเจอกันในชีวิตจริง
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้รักษาระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!