"บอกแล้วไงครับว่าอย่าซุ่มซ่ามเข้าไปใกล้เขตหวงห้ามของกล้องโปรเลนส์เทเลตัวนั้น... เห็นไหมครับว่าฝุ่นผงจากเสื้อกันหนาวของคุณมันเกาะหน้าเลนส์หมดแล้ว ยัยตัวยุ่ง"
เสียงทุ้มต่ำติดจะดุเล็กน้อยของธันวา ลอยเคว้งอยู่กลางห้องพักขนาดกะทิของโฮมสเตย์ไม้โบราณริมทะเลสาบ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่องกระทบโครงหน้าคมเข้มที่กำลังก้มหน้าก้มตาใช้แปรงขนนุ่มพิเศษปัดป้องชิ้นส่วนกระจกราคาแพงลิบลิ่วอย่างทะนุถนอม ราวกับมันคือทารกแรกเกิด
กะทิยืนตัวลีบอยู่มุมห้อง มือเล็ก ๆ สองข้างบิดชายเสื้อกันหนาวไหมพรมสีครีมจนยับยู่ยี่ เธอไม่ได้เถียงกลับด้วยประโยคยาวเหยียดเหมือนทุกที ดวงตากลมโตหลังกรอบแว่นใสทำได้เพียงกะปริบปริบมองการกระทำอันแสนเบามือของช่างภาพหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและรักษาระยะห่างกับทุกสิ่งบนโลกใบนี้ ยกเว้นก็แต่... อุปกรณ์ถ่ายรูปของเขา
"ก็... ก็นึกว่าตรงนั้นมันวิวสวยนี่นา เห็นแสงมันลอดผ่านม่านหน้าต่างพอดี ใครจะไปรู้เล่าว่าคุณจะเอาลูกรักลูกหวงไปตั้งหมิ่นเหม่ตรงขอบโต๊ะแบบนั้น" กะทิแหวเสียงอ้อมแอ้ม ข้อแก้ตัวฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลยในสายตาของคนฟัง
ธันวาถอนหายใจออกมาเบา ๆ เป็นเชิงยอมแพ้ เขาวางเลนส์ตัวโปรดลงในกล่องกันชื้นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาตรง ๆ นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตานั้นมีประกายบางอย่างที่อ่านยากสะท้อนอยู่เสมอ แต่วันนี้... มันกลับมีความอ่อนล้าเจือจางซ่อนอยู่ใต้ร่องรอยความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางตลอดทั้งวัน
"ถ้ากล้องพัง ผมยังหาซื้อใหม่ได้ครับ... แต่ถ้าคุณซุ่มซ่ามตกโต๊ะหัวฟาดพื้นขึ้นมาจริง ๆ ใครจะรับผิดชอบค่าเสียหายทางใจของผมล่ะครับ"
ประโยคหยอกเย้าแกมดุที่หลุดออกมาจากปากคนฟอร์มจัดอย่างธันวา ทำเอาหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ กะทิเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะไปสามริกเตอร์กับคำพูดกำกวมที่ชวนให้คิดลึกเกินกว่าสถานะ 'คู่กัดร่วมทริป'
"พูดอะไรไม่เข้าท่า ใครจะไปหัวฟาดพื้นกัน... ว่าแต่..." กะทิรีบเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อกลบเกลื่อนอาการใบ้าร้อนผ่าวบนใบหน้า สายตาเหลือบไปเห็นการ์ดความจำ (SD Card) สีดำสนิทที่ถอดวางไว้ข้างแท่นชาร์จแบตเตอรี่บนโต๊ะทำงานไม้ตัวเก่า "นั่น... การ์ดของวันนี้เหรอครับ ขอดูหน่อยสิ อยากรู้ว่าฝีมือบล็อกเกอร์สายบันเทิงอย่างฉัน เวลาโดนช่างภาพมืออาชีพแอบถ่ายเผลอ ๆ จะออกมาเป็นยายเพิ้งหน้าตาแบบไหน"
ธันวาชะงักไปนิด ชั่ววินาทีนั้นมีความลังเลฉายชัดผ่านแววตา เขาเอื้อมมือจะคว้าการ์ดตัวนั้นหลบ แต่มันช้าเกินไปเมื่อกะทิไวเท่าความคิด เธอพุ่งมือเรียวไปคว้ามันขึ้นมาถือไว้ในกำมือเสียแล้ว
"ห้ามดูนะครับ!" ธันวาเอ่ยเสียงเข้มขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ทว่ามันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความกระวนกระวายใจที่แปลกประหลาด
"ทำไมล่ะ หรือว่าแอบถ่ายฉันตอนนอนอ้าปากหวอไว้? โธ่เอ๊ย... ไม่ต้องกลัวเสียภาพลักษณ์หรอกน่า ฉันชินกับการทำตัวตลกให้รี้ดเดอร์หัวเราะแล้ว..." กะทิหัวเราะร่วนพยายามทำเป็น
"ส่งคืนมาเถอะครับ กะทิ..." ธันวาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ระยะห่างที่เขามักจะสร้างไว้เสมอเพื่อป้องกันอาณาเขตส่วนตัวถูกพังทลายลงในพริบตา แผ่นหลังของกะทิแนบชิดติดกับชั้นวางหนังสือไม้เก่าคร่ำคร่า ขณะที่ธันวายื่นมือข้างหนึ่งยันขอบชั้นไว้ กักตัวเธอไว้ในวงแขน
กลิ่นหอมสะอาดจาง ๆ ของสบู่สมุนไพรผสมกับกลิ่นอายฝนยามเย็นจากตัวของช่างภาพหนุ่มลอยอบอวลอยู่ปลายจมูก กะทิกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองประมวลผลช้าลงกะทันหันเมื่อใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ดวงตาสีเข้มคู่นั้นมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ สะท้อนเงาร่างเล็ก ๆ ของเธอไว้ข้างในอย่างชัดเจน
"ธะ... ธันวา..." กะทิเผลอหลุดปากเรียกชื่อจริงของเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ไร้ซึ่งความกวนประสาทเหมือนทุกครั้ง
ธันวากะพริบตาช้า ๆ เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เขารีบชักมือกลับแล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าเรียบเฉยถูกดึงกลับมาสวมทับอย่างรวดเร็ว ราวกับเกราะกำบังที่คุ้นเคย
"ผม... แค่ไม่อยากให้คุณดูไฟล์ดิบที่ยังไม่ได้คัดเลือกครับ มันมีแต่ภาพรก ๆ" น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่อนั้นทรยศความนิ่งขรึมเสียหมดสิ้น
กะทิกะพริบตาปริบ ๆ ความกล้าบ้าบิ่นที่มักจะมีเกินร้อยพุ่งพล่านขึ้นมา เธอไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้หลุดลอยไปเด็ดขาด ในเมื่อเขาถอย เธอจึงเป็นฝ่ายรุกบ้าง
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของบล็อกเกอร์สาว มือเล็กเสียบการ์ดความจำเข้ากับแล็ปท็อปส่วนตัวที่เปิดหน้าจอรอไว้ทันทีด้วยความเร็วแสง "ช้าไปแล้วครับคุณช่างภาพ! ไหนดูซิ... ภาพรก ๆ ของคุณมันจะสักแค่ไหนเชียว!"
หน้าจอคอมพิวเตอร์สว่างวาบขึ้นในความมืดสลัวของห้อง โฟลเดอร์ภาพถ่ายนับร้อยไฟล์ปรากฏขึ้นต่อสายตา
กะทิเลื่อนเมาส์คลิกเปิดดูภาพทีละภาพ ภาพแรก ๆ เป็นวิวทิวทัศน์ริมทะเลสาบยามเย็นที่สวยงามราวกับภาพวาด ท้องฟ้าสีครามอมส้มสะท้อนผืนน้ำระยิบระยับ ฝีมือการจัดองค์ประกอบภาพและแสงเงาของธันวาไม่เคยทำให้ผิดหวัง สมฐานะช่างภาพนิ่งมือรางวัลจริง ๆ
เธอยิ้มกริ่ม เลื่อนเมาส์ผ่านภาพวิวทิวทัศน์ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเข้าสู่หมวดหมู่ภาพถ่ายบุคคล
บรรยากาศในจอเปลี่ยนไป...
รอยยิ้มซน ๆ บนใบหน้าของกะทิค่อย ๆ เลือนหายไปทีละน้อย ลมหายใจสะดุดกึกในอก
ภาพบนหน้าจอไม่ใช่ภาพ "ยายเพิ้งหน้าตาตลก" อย่างที่เธอปรามาสไว้แม้แต่ภาพเดียว
มันคือภาพโคลสัปช่วงเวลาเผลอไผลของเธอตลอดทริป 5 วันที่ผ่านมา...
ภาพแรก คือตอนที่กะทิกำลังนั่งยอง ๆ ใช้มือข้างหนึ่งเขี่ยแมวสามสีข้างร้านกาแฟริมทาง แสงแดดช่วงบ่ายสาดกระทบเส้นผมสีน้ำตาลอ่อน รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอในตอนนั้นกว้างและสดใสเสียจนคนมองรู้สึกอิ่มเอมใจตาม ภาพนี้ถูกถ่ายด้วยเลนส์เทเลระยะไกล ทำให้ฉากหลังเบลอละมุน ขับเน้นให้ตัวเธอดูกลายเป็นศูนย์กลางของโลกใบนั้น
ภาพถัดไป... เป็นตอนที่เธอนั่งหลับสัปหงกอยู่เบาะหลังรถกระบะ หัวโยกเยกไปมา แกMป่อง ๆ แนบอยู่กับกระจกหน้าต่าง แว่นตาเอียงกระفะ แต่อีกมุมหนึ่งของภาพสะท้อนให้เห็นเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ที่ถูกคลุมทับไหล่บางไว้อย่างเบามือ เป็นฝีมือของใครบางคนที่ยืนบังลมให้เธอตลอดการเดินทางโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ
และภาพสุดท้าย... เป็นภาพโคลสัปใบหน้าของเธอตอนที่กำลังหัวเราะร่าเริงขณะกินไอศกรีมละลายเลอะมุมปากริมสะพานไม้เก่า ดวงตากลมโตคู่นั้นเป็นประกายระยิบระยับเต็มไปด้วยความสุข ความอ่อนโยน และความไร้เดียงสา
ไม่มีการปรุงแต่ง ไม่มีท่าโพสแบบนางแบบอาชีพ แต่มันเต็มไปด้วยความจริงใจ และที่สำคัญที่สุด... ทุกภาพถูกถ่ายทอดออกมาด้วยสายตาของคนที่ "มองเห็น" ความงามในความซุ่มซ่ามและธรรมดาของเธอ
กะทิเงยหน้าขึ้นช้า ๆ มองสบตากับช่างภาพหนุ่มที่ยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างกาย ใบหน้าของธันวาไร้ซึ่งรอยยิ้ม แต่แววตาคู่นั้นกลับไหววูบอย่างรุนแรง ราวกับความลับที่พยายามเก็บซ่อนไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจมานานแสนนานถูกเปิดโปงออกจนหมดสิ้น
"ธันวา..." เสียงของกะทิกดต่ำลง มีความสั่นเครือเจือปนอยู่ในนั้นอย่างปิดไม่มิด "นี่คือ... ภาพรก ๆ ของคุณเหรอครับ?"
ธันวาเม้มริมฝีปากแน่น สันกรามคมขบเข้าหากันเล็กน้อย เขาเบือนหน้าหนีออกไปมองนอกหน้าต่างที่สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอีกระลอก ท่าทีแบบนั้น... ยิ่งตอกย้ำความจริงทุกอย่างโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใด ๆ ออกมาเลยสักคำ
ความเงียบโรยตัวปกคลุมไปทั่วห้อง มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงฝนกระทบหลังคา
ธันวาหันกลับมามองเธออีกครั้ง แววตานิ่งสนิทคู่นั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่สายตาของช่างภาพผู้รักษาระยะห่างอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือสายตาของมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังยอมจำนนต่อความรู้สึกที่แท้จริงของหัวใจตัวเอง
"ผมเป็นคนหลังกล้องมาตลอดชีวิตกะทิ..." ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่ามั่นคง ชนิดที่ทำให้หัวใจคนฟังกระตุกวูบ "ผมมองโลกผ่านเลนส์เพื่อเก็บบันทึกความทรงจำของคนอื่น... และเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บปวดกับการสูญเสียสิ่งที่รักไปอีกเหมือนในอดีต"
กะทิเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เธอนิ่งฟังอย่างตั้งใจ
"แต่ทริปนี้..." ธันวาก้าวเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง คราวนี้ไม่มีการถอยหลังหนี เขายื่นมืออุ่นจัดมาแตะที่ปลายคางของเธอเบา ๆ บังคับให้เธอนิ่งมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "ภาพพวกนั้น... ไม่ใช่ภาพที่ผมแค่กดชัตเตอร์บันทึกบันเทิง แต่มันคือภาพเดียวที่ทำให้ผมรู้ตัวว่า... หัวใจที่เคยปิดตายของผม มันกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ก็เพราะมีรอยยิ้มของคุณอยู่ในเฟรมนั้น"
กะทิรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าวไปถึงใบหู สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดโต้ตอบไม่ถูก นี่มันไม่ใช่การหยอกล้อเล่น ๆ แบบทุกที แต่มันคือ...
คำสารภาพที่จริงจังที่สุดในรอบหลายปีของช่างภาพผู้ไม่เคยเปิดใจให้ใคร
ก่อนที่กะทิจะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไป เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น "ติ๊ง!" ทำลายความเงียบงันลงอย่างฉับพลัน
กะทิก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์โดยอัตโนมัติ
มันคือข้อความจากบัญชีแชตส่วนตัวของธันวาที่ส่งเข้ามา ทั้ง ๆ ที่เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอห่างกันไม่ถึงคืบ!
นิ้วเรียวของเธอกดเปิดอ่านข้อความนั้นด้วยความประหลาดใจ และทันทีที่เห็นตัวอักษรบนหน้าจอ ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างยิ่งกว่าเดิมด้วยความตกตะลึง
[Thanwa]: "ถ้าผมบอกว่า... ผมไม่อยากเป็นแค่คนถ่ายรูปคุณแล้ว... แต่ผมอยากเป็นคนดูแลรอยยิ้มนั้นไปตลอดชีวิต... คุณจะว่ายังไงครับ?"
ข้อความถูกส่งมาเมื่อสามวินาทีที่แล้ว... และก่อนที่ธันวาจะทันได้ตั้งตัว กะทิก็เงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปถึงต้นคอ หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล
ธันวาเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นเธอก้มมองโทรศัพท์สลับกับใบหน้าของเขา ร่างสูงสะดุ้งสุดตัวด้วยความลนลาน รีบพุ่งมือเข้าไปหมายจะแย่งโทรศัพท์มือถือออกจากมือเธอก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งสติ
"เฮ้ย! ดะ...เดี๋ยวก่อนกะทิ! นั่นมัน... ผมไม่ได้ตั้งใจจะส่งตอนนี้—!"
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้รักษาระยะห่าง•ตอนที่ 6
รูปถ่ายที่ไม่มีใครเห็น
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้รักษาระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!