"ก้มตัวลงครับ! อย่าส่งเสียงดังเด็ดขาด!"
เสียงกระซิบแหบพร่าแต่เฉียบขาดของธันวา, ช่างภาพหนุ่มผู้มักจะรักษาระยะห่างกับคนอื่นเสมอ, ดังลอดผ่านความมืดมิดในเต็นท์สนามหลังใหญ่ แรงฉุดกระชากที่ข้อมือของผมไม่ได้นุ่มนวลนัก แต่มันหนักแน่นและทรงพลังพอที่จะดึงร่างของผมให้หมุนเคว้งเข้าไปซุกแนบอยู่กับแผงอกของเขาได้อย่างพอดิบพอดี กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมกับกลิ่นอายฝนจางๆ ลอยแตะจมูกท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมคราม—ไม่ใช่เสียงของช้างป่าข้างนอกนั่นหรอกครับ แต่เป็นเสียงจากอกเสื้อของผมเองนี่แหละที่เต้นดังจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
ข้างนอกเต็นท์, เสียงกิ่งไม้หักดัง "กรอบแกรบ" เป็นระยะ พร้อมกับเสียงลมหายใจฟึดฟัดและเงาตะคุ่มขนาดมหึมาที่ทาบทับลงบนผ้าใบสีเขียวเข้มของเต็นท์ เหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ตะโกนแจ้งเตือนเรื่องช้างป่าลงจากสันเขา เล่นเอาผมเกือบทำกระเป๋าอุปกรณ์พังคามือ ดีที่ธันวาคว้าคอเสื้อผมแล้วลากเข้ามาหลบในเต็นท์นี้ได้ทันก่อนที่เจ้าภูเขาตัวโตจะเดินเฉียดผ่านไปเพียงไม่กี่คืบ
"คุณ... ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าเลยนะกะทิ" เสียงกระซิบของธันวาที่ดังอยู่เหนือศีรษะเจือรอยยิ้มหยันนิดๆ ตามนิสัยปากเสียของเขา "ไหนบล็อกเกอร์สายลุยที่บอกว่าผ่านทริปมาโชกโชนไงครับ?"
"ผมไม่ได้กลัวช้างสักหน่อย..." ผมเถียงอุบอิบ พยายามขยับตัวออกห่างแต่พื้นที่ในเต็นท์กลับแคบลงอย่างประหลาดเมื่อเราต้องมาเบียดกันในมุมอับเพื่อหลบรัศมีสายตาจากข้างนอก "ผมแค่... หนาวต่างหาก พื้นป่าตอนกลางคืนมันชื้นจะตายไป"
"อ๋อ หนาวเหรอครับ" ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่เขายกเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวผ้าฟลีซตัวหนาของเขาขึ้นมาคลุมไหล่ให้ผมอย่างไม่ทันตั้งตัว ปลายนิ้วอุ่นๆ ของเขาเผลอแตะโดนต้นคอผมโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่างไม่ใช่เพราะอากาศหนาว แต่เป็นเพราะสัมผัสเรียบง่ายที่จู่ๆ ก็ทำเอาสมองผมรวนไปหมด "งั้นก็นิ่งๆ สิครับ จะได้ไม่หนาว"
เรานั่งเงียบกันอยู่แบบนั้นร่วมสิบนาที ฟังเสียงฝีเท้าของเจ้าช้างป่าที่ค่อยๆ เดินห่างออกไปทางลำธารเบื้องล่าง จนกระทั่งเสียงฝีเท้าเงียบหายไปในความมืด เหลือเพียงเสียงหริ่งเรไรและเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ดังสลับกันในความเงียบสงบ
ธันวาค่อยๆ คลายมือออกจากไหล่ของผม เขานั่งพิงเสาเต็นท์ ถอนหายใจยาวเหยียดออกมาด้วยความโล่งอก แสงไฟฉายดวงเล็กที่วางตั้งไว้มุมเต็นท์สาดสะท้อนให้เห็นใบหน้าด้านข้างของเขาที่ดูคมคายและจริงจังกว่าทุกครั้งที่พบเจอ
"คุณธันวา..." ผมเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ หลังจากรวบรวมความกล้าอยู่พักใหญ่ "ทำไม..."
"หื้ม?" เขาหันมามอง ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นใสสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ
"ทำไมคุณถึงต้องทำตัวรักษาระยะห่างกับทุกคนขนาดนั้นด้วยล่ะครับ" ผมตัดสินใจถามออกไปตรงๆ "ไม่ใช่แค่กับผมนะ... แต่กับทุกทริป ทุกคนที่คุณร่วมงานด้วย คุณมักจะมีกำแพงบางๆ กั้นไว้ตลอดเวลา เหมือนกลัวว่าถ้าสนิทกับใครมากๆ แล้วจะมีเรื่องแย่ๆ เกิดขึ้นอย่างนั้นแหละ"
บรรยากาศในเต็นท์นิ่งงัดไปชั่วขณะ รอยยิ้มกวนประสาทที่เคยประดับอยู่บนมุมปากของธันวาเลือนหายไป แทนที่ด้วยความเงียบงันที่ลึกซึ้งจนผมเริ่มนึกเสียใจที่ถามออกไปแบบนั้น
ช่างภาพหนุ่มหลุบสายตาลงมองพื้นเต็นท์ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนเข่าตัวเองอย่างใช้ความคิด
"คุณเคยสูญเสียอะไรที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปต่อหน้าต่อตาไหมล่ะครับ... กะทิ" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่มีความกวนประสาทเหลืออยู่เลย มีเพียงความเปราะบางและรอยร้าวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง
ผมชะงัก เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"เมื่อก่อน... ผมไม่ได้เป็นคนแบบนี้หรอกนะ" ธันวาเงยหน้าขึ้นมองเพดานเต็นท์ สายตาของเขามองทะลุออกไปไกลแสนไกล "ผมเคยเป็นช่างภาพที่บ้าระห่ำ อยากได้ภาพที่ดีที่สุด มุมที่สวยที่สุด โดยไม่สนใจคำเตือนของใคร จนกระทั่งวันหนึ่ง... ทริปที่ผมดึงดันจะไปให้ถึงยอดเขาให้ได้ เกิดอุบัติเหตุขึ้น... และผมรักษาคนสำคัญที่สุดไว้ไม่ได้"
เขากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ประโยคสั้นๆ นั้นหนักอึ้งราวกับภูเขาที่กดทับลงกลางอกของผม
"ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมเลยคิดว่า... การไม่ผูกพันกับใครเลย คือวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้เราไม่ต้องเจ็บปวดกับการสูญเสียอีก" ธันวาหันกลับมาสบตาผมตรงๆ แววตาคู่นั้นไหวระริกจนผมรู้สึกเจ็บแปลบในอกแทน "แต่พอมาเจอคุณ... บล็อกเกอร์จอมวุ่นวายที่เดินยิ้มรับทุกปัญหา ซุ่มซ่ามแต่จริงใจกับทุกย่างก้าว... มันทำให้ผมเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองเหมือนกันนะ"
"ตั้งคำถามอะไรเหรอครับ?" ผมถามเสียงแผ่วเบา หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก
"ตั้งคำถามว่า... กำแพงที่ผมสร้างขึ้นมาหลายปีเนี่ย จริงๆ แล้วมันเอาσόวไว้ป้องกันคนอื่น หรือจริงๆ แล้วมันกักขังผมให้อยู่คนเดียวกันแน่" ธันวาขยับตัวเข้ามาใกล้ผมอีกนิด ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้เหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น "คุณทำให้ผมอยากลองเสี่ยงที่จะเปิดประตูดูสักครั้ง... ถึงแม้ว่ามันจะน่ากลัวมากก็เถอะนะ"
คำพูดเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมานานนั่น ทำให้ผมพูดไม่ออก โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุนไปชั่วขณะ ความรู้สึกต่อต้านและความหมั่นไส้ที่เคยมีต่อช่างภาพหนุ่มคนนี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเข้าใจและความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ
ผมยิ้มบางๆ ให้เขา เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่เราเริ่มออกเดินทางด้วยกัน
"บางครั้ง... การเดินทางคนเดียวมันก็เหงานะครับคุณธันวา" ผมเอ่ยเสียงนุ่ม "แต่ถ้ามีใครสักคนยอมเดินเคียงข้าง แม้ทางข้างหน้าจะมืดหรือมีช้างป่าโผล่มาอีกรอบ... ผมว่ามันก็น่าสนุกกว่าเดินอยู่คนเดียวตั้งเยอะนะ"
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะคลายยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาในรอบหลายวัน
"พูดแบบนี้... ระวังผมจะถือวิสาสะเดินข้างคุณไปตลอดทุกทริปจริงๆ นะครับกะทิ"
"ก็ลองดูสิครับ... ผมไม่ยอมให้คุณเดินทิ้งห่างไปไหนอีกแล้วเหมือนกัน" ผมตอบกลับด้วยรอยยิ้มท้าทาย
บรรยากาศระหว่างเรากำลังจะหวานชื่นและลงตัวกว่าครั้งไหนๆ หากไม่ใช่เพราะจู่ๆ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธันวาที่วางอยู่ข้างหมอนก็สั่นครืดคราดขึ้นมาทำลายความเงียบ
ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ แสงไฟจากหน้าจอสาดกระทบใบหน้าเขาให้เห็นรอยประหลาดใจระคนตกใจ ก่อนที่เขาจะหันหน้าจอมาให้ผมดู
ข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่ข้อความข้างในกลับทำให้เลือดในกายของผมเย็นเฉียบลงทันที
*[ข้อความจากเบอร์แปลก]: "ยินดีด้วยนะที่รอดจากช้างป่า... แต่ระวังตัวไว้ให้ดี เพราะคนในกลุ่มพวกคุณไม่ได้มีแค่สองคนอย่างที่คิด"*
ธันวาเงยหน้าขึ้นมองผมทันที แววตาที่เพิ่งจะอ่อนโยนลงเมื่อครู่กลับมาคมกริบและเต็มไปด้วยความระแวงอีกครั้ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นรอบเต็นท์ของเราอีกระลอก... แต่คราวนี้ไม่ใช่เสียงของสัตว์ป่าอย่างแน่นอน!
----------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้รักษาระยะห่าง•ตอนที่ 5
มุกคมคายใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้รักษาระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!