ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้รักษาระยะห่าง•ตอนที่ 18

เล่นเกมตอบคำถามชวนใจสั่น

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ตอบมาเดี๋ยวนี้เลยนะธันวา ถ้าคุณไม่ตอบ ความลับของคุณจะกลายเป็นสมบัติสาธารณะในบล็อกผมคืนนี้แน่นอน" ผมโน้มตัวข้ามโต๊ะไม้ตัวเล็กในบาร์ลับย่านโอลด์ทาวน์ กลิ่นไม้เก่าผสมกับกลิ่นวิสกี้จางๆ ทำให้บรรยากาศดูทึมขรึมจนน่าอึดอัด ธันวาวางแก้วลงช้าๆ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองผมผ่านเลนส์แว่นที่เขาเพิ่งถอดออกชั่วคราว เขาไม่ได้โวยวายเหมือนทุกครั้ง แต่ความเงียบของเขามันกลับทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนหน้าผาที่รอวันพังทลาย "กะทิ คุณกำลังเมา หรือกำลังจะขุดหลุมฝังตัวเองกันแน่ครับ?" น้ำเสียงเขานิ่งเรียบ ทว่ามีรอยยิ้มมุมปากที่ดูอันตรายพอๆ กับรอยยิ้มของคนถือไพ่เหนือกว่า "ผมไม่ได้เมา ผมแค่... อยากรู้จักคนตรงหน้าให้มากกว่าช่างภาพหน้านิ่งคนหนึ่ง" ผมตอบ พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น "เกมนี้กติกาคือถาม-ตอบ ใครเลี่ยงถือว่าแพ้... และคนที่แพ้ต้องยอมรับเงื่อนไขของผู้ชนะหนึ่งข้อ" ธันวาเลิกคิ้วข้างหนึ่ง เขานั่งพิงพนักเก้าอี้ ท่วงท่าผ่อนคลายแต่สายตากลับจดจ้องผมราวกับจะอ่านทะลุเข้าไปถึงสมอง "เงื่อนไข? น่าสนใจดีนี่ครับ งั้นเริ่มเลยไหมล่ะ... คุณจะถามเรื่องอะไรก่อนดี" "ทำไมคุณถึงไม่เคยพกรูปถ่ายคนที่คุณรักติดตัวไว้เลย แม้แต่ใบเดียว?" คำถามนั้นทำให้บรรยากาศในโต๊ะเงียบกริบ ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสลับขาไขว่ห้าง นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบช้า ราวกับกำลังตัดสินใจว่าจะโยนระเบิดใส่ผม หรือจะยอมให้ผมเดินเข้าไปในเขตหวงห้ามนั้น "ผมไม่ได้ไม่พกครับ" เขาเอ่ยขึ้นในที่สุด เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นเล็กน้อยจนแทบฟังไม่ออก "แต่ผมเก็บมันไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด... ในหัวของผมไงครับ" "นั่นมันคำตอบดารานะธันวา ผมต้องการความจริง" "ความจริงคือ..." เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเขา "ถ้าผมเอารูปพวกเขาติดตัวไว้ ผมก็จะต้องคอยระแวงว่าเมื่อไหร่ที่รูปพวกนั้นจะเปียกฝน จะฉีกขาด หรือจะหายไปเหมือนเจ้าของรูป... การไม่เก็บรูปไว้ คือวิธีเดียวที่ทำให้ผมมั่นใจว่า พวกเขาจะไม่มีวัน 'สูญหาย' ไปจากใจผมซ้ำสอง" คำพูดนั้นจุกอยู่ที่อกผมราวกับก้อนหิน คำว่า 'รักษาระยะห่าง' ที่ผมเคยค่อนขอดเขามาตลอด ความเย็นชาที่เขาสร้างขึ้นเป็นเกราะกำบัง แท้จริงแล้วมันคือเศษซากของความกลัวที่ยังคงตกค้างอยู่ชัดเจน ผมเม้มปากแน่น ความกวนประสาทที่เตรียมมาถามต่อพลันมลายหายไป เหลือเพียงความสงสารที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ "กะทิ" เขาเรียกชื่อผมสั้นๆ สายตาที่เคยมองอย่างถือดีเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน "ทีนี้ตาผมถามบ้าง... ทำไมคุณถึงดูเหมือนกลัวความเหงาจนต้องวิ่งเข้าหาคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่จริงๆ แล้วคุณเป็นคนเก่งและรอดชีวิตจากทริปบ้าๆ มาได้ด้วยตัวเองเสมอ?" ผมชะงัก กลายเป็นฝ่ายนิ่งอึ้งบ้าง คำถามนี้มันแทงใจดำผมยิ่งกว่าตอนที่ผมถามเขาเสียอีก "ผม... ก็แค่..." ผมพยายามจะหาคำตอบที่ดูเท่และไม่ดูน่าเวทนา แต่ท่ามกลางสายตาที่รอคอยของธันวา คำโกหกทุกอย่างกลับดูไร้ความหมาย "ผมแค่ไม่อยากกลับไปในจุดที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นครับ มันเหมือน... เหมือนการอยู่ในที่ห่างไกลที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ผมกลัวว่าถ้าวันหนึ่งผมหยุดเดิน ผมจะพบว่าตัวเองไม่มีที่ไหนให้กลับไปอีกแล้ว" เราทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบงันที่แสนเปราะบาง ธันวาหยิบโทรศัพท์มือถือของผมที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา เขาพิมพ์อะไรบางอย่างลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่งคืนให้ผมด้วยสายตาที่ลึกล้ำราวกับกำลังท้าทาย "ถ้าอย่างนั้น... ลองอ่านนี่ดูครับ" ผมก้มลงมองหน้าจอแชตที่เปิดค้างไว้ เป็นข้อความที่เขายังไม่ได้กดส่ง แต่กลับส่งถึงตัวผมโดยตรง มันเป็นข้อความสั้นๆ ที่ทำให้ลมหายใจผมแทบหยุดชะงัก [ถ้ากลัวความเงียบ ก็เลิกมองหาที่ลงหลักปักฐานจากคนอื่นได้แล้วครับ... เพราะถ้ามันยังว่างอยู่ ก็ลองหันมามองคนข้างๆ ที่เขารอจะให้คุณพิงมาตลอดดูไหมล่ะครับ?] นิ้วผมสั่นระริก หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ ผมเงยหน้าขึ้นมองเขา ธันวาไม่ได้หลบสายตา เขายังคงนั่งนิ่ง แววตาคู่นั้นไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลย "ธันวา นี่คุณ..." "ยังไม่จบครับ" เขาพูดแทรกขึ้นมา จังหวะที่ผมกำลังจะตั้งตัวติด "ถ้าคุณตอบตกลง เราจะไปต่อที่ทริปหน้าด้วยกัน... แต่ถ้าปฏิเสธ ผมจะยอมให้คุณไล่ผมออกจากชีวิตตั้งแต่วินาทีนี้เลย" เขายื่นมือขวาออกมาวางไว้บนโต๊ะ ฝ่ามือที่แข็งกร้านจากการจับกล้องมาค่อนชีวิตดูอบอุ่นและเชื้อเชิญอย่างประหลาด แต่ในขณะที่ผมกำลังจะเอื้อมมือไปแตะ ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของเขาก็ดังขึ้นรัวๆ มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนธรรมดา แต่มันคือเสียงเรียกเข้าจากสายด่วนที่เขาตั้งรหัสพิเศษไว้ ธันวาชะงักกึก สีหน้าเขาเปลี่ยนจากความโรแมนติกเป็นความตื่นตระหนกในเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอ เขารีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู แล้วหันมามองผมด้วยแววตาที่สั่นไหวและเจ็บปวดอย่างที่สุด "กะทิ... ผมคงต้องไปแล้ว" เขาพูดทิ้งท้ายก่อนจะลุกพรวดพราด "มีเรื่องที่ผมต้องจัดการ... เรื่องที่ผมคิดว่ามันตายไปจากชีวิตผมแล้ว" เขาทิ้งผมไว้กับโต๊ะที่ว่างเปล่า พร้อมกับข้อความแชตที่ยังเปิดค้างอยู่บนหน้าจอ เหมือนกับปริศนาที่เขาทิ้งไว้ให้ผมแก้ แต่ดูเหมือนว่า 'ความลับ' ที่เขาเพิ่งสารภาพออกมา จะกลายเป็นเรื่องเล็กไปทันที เมื่อเทียบกับสิ่งที่เพิ่งปรากฏขึ้นบนหน้าจอมือถือของเขาในวินาทีนี้ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนที่เข้มข้นที่สุดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ แบกเป้ท่องโลก
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้รักษาระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%