ควันสีขาวนวลพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานหินปูนชื้นแฉะของดันเจี้ยนชั้นที่สิบสอง กลิ่นหอมฉุนของกระเทียมเจียวกับน้ำปลาชั้นดีคั่วกระทะเหล็กจนส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล ตัดกับกลิ่นอับชื้นของซากมอนสเตอร์ได้อย่างน่าประหลาด
"ฝีมือพัฒนาขึ้นนี่... เจ้าลูกชาย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมมืดของห้องครัวชั่วคราว เอลาร่า เอนหลังพิงผนังหิน มือเรียวยาวถือแก้วชาสมุนไพรที่ไอร้อนยังคงลอยกรุ่น ดวงตาสสีอำพันคู่นั้นจ้องมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่กำลังสะบัดตะหลิวด้วยความคล่องแคล่ว แสงไฟสีส้มจากเตาฟืนสะท้อนลงบนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
เร็น ไม่ได้หันกลับไปตอบทันที เขายังคงรักษาจังหวะการคั่วข้าวในกระทะเหล็กหล่อให้เข้าที่ ข้าวสวยเมล็ดร่วนที่แช่เย็นไว้จนแห้งสนิทถูกโยนขึ้นรับกับความร้อนสูง เมล็ดข้าวแต่ละเม็ดเคลือบด้วยไข่ไก่สีทองอร่ามจนเป็นเงางาม นี่คือศิลปะแห่งการควบคุมอุณหภูมิที่เขาต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและค่าประสบการณ์นับไม่ถ้วนในระบบ
"คำว่า 'ลูกชาย' นี่ฟังดูแก่แดดเกินไปหน่อยนะครับ อาจารย์" เร็นเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงรอยยิ้มมุมปาก มือซ้ายยกกระทะขึ้นเขย่าเป็นจังหวะสามชั้น สไตล์การผัดแบบ 'โหวเฮย' (Huo Hei - กลิ่นอายกระทะ) ที่ได้มาจากทักษะระดับสูง "อีกอย่าง ข้าวผัดไข่จานนี้ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่มันคือ 'เครื่องมือ' ที่เราต้องใช้เคลียร์บอสชั้นนี้ต่างหาก"
เอลาร่าหัวเราะในลำคอเบาๆ นางวางแก้วชาลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ สายตากวาดมองวัตถุดิบชิ้นสุดท้ายที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเขียง—หัวใจของราชาออร์คโลหิต มอนสเตอร์ระดับบอสที่ขึ้นชื่อเรื่องเกราะหนาและพลังโจมตีมหาศาล ซึ่งเพิ่งถูกเร็นจัดการด้วยการวางยาพิษในอาหารเมื่อสองชั่วโมงก่อน
"เจ้าเด็กนี่... มองทุกอย่างเป็นวัตถุดิบจริงๆ สินะ" นางพึมพำเบาๆ "รู้ไหมว่ากิลด์สำรวจเบื้องบนเขาตามล่าหัวใจดวงนั้นมาสามปีเต็ม แต่เจ้ากลับเอามันมาเตรียมทำเป็นเครื่องเคียง"
"ของดีมีไว้กินครับ ไม่ได้มีไว้ประดับห้องโถงกิลด์"
เร็นปิดเตาไฟ เสียงซู่ซ่าของกระทะที่สัมผัสกับความเย็นสงบลง เหลือเพียงเสียงควันจางๆ และกลิ่นหอมเย้ายวนที่ทำให้กระเพาะอาหารส่งเสียงร้องประท้วงอย่างรุนแรง เขานำข้าวผัดไข่ทองคำตักใส่จานกระเบื้องสีขาวสะอาดตา จัดเรียงเนื้อหัวใจราชาออร์คที่ย่างจนสุกกำลังดีและหั่นเป็นชิ้นบางเฉียบล้อมรอบ วางทับด้วยยอดอ่อนของสมุนไพรดันเจี้ยนที่ให้รสชาติเผ็ดร้อนตัดเลี่ยน
ทันทีที่อาหารจานนี้ถูกจัดเสร็จสิ้น หน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงของระบบก็ดีดเด้งขึ้นตรงหน้าเร็นด้วยแสงสีทองกระพริบถี่
[ติ๊ง! ตรวจพบอาหารระดับตำนาน: "ข้าวผัดทองคำราชันโลหิต"]
[ประเภท: อาหารบัฟสถานะพิเศษ]
[ระยะเวลาแสดงผล: 2 ชั่วโมง]
[เอฟเฟกต์: เพิ่มพละกำลัง (STR) +300%, ความเร็วในการโจมตี (AGI) +200%, และฟื้นฟู HP 5% ต่อวินาที]
[เงื่อนไขพิเศษ: ผู้ทานจะได้รับทักษะต้านทานความเสียหายทางกายภาพ 80% เป็นเวลา 30 นาทีแรก]
เร็นเหลือบมองตัวเลขสถิติที่พุ่งกระฉูดบนหน้าจอแล้วถอนหายใจยาว ค่าบัฟระดับนี้มันน่ากลัวเกินไปเสียจนสามารถทำให้ฮันเตอร์เลเวลต่ำกลายเป็นยอดฝีมือที่ล้มมังกรได้ภายในพริบตาเดียว นี่คือพลังของระบบ 'เชฟดันเจี้ยน' ที่อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้
"กินซะ เอลาร่า" เร็นเลื่อนจานอาหารส่งให้หญิงสาว "เราเหลือเวลาอีกไม่ถึงสี่สิบนาทีก่อนที่ฝูงมอนสเตอร์ระดับสูงรอบถัดไปจะรีสawn ขึ้นมา"
เอลาร่าก้มมองจานอาหารตรงหน้า แววตาที่เคยนิ่งสงบมาตลอดฉายประกายระยิบระยับขึ้นวูบหนึ่ง นางหยิบช้อนเงินขึ้นมาตักข้าวผัดคำเล็กๆ เข้าปาก
สัมผัสแรกที่แตะลงบนลิ้นคือความกรอบนอกนุ่มในของเมล็ดข้าวที่เคลือบไข่หอมมัน ตามด้วยรสชาติเค็มกลมกล่อมจากเกลือหิมาลายันดันเจี้ยน และเมื่อเคี้ยวโดนชิ้นเนื้อหัวใจราชาออร์ค ความเผ็ดร้อนซ่าเหมือนพริกไทยดำชั้นดีก็ระเบิดขึ้นในโพรงปาก กระตุ้นต่อมรับรสทุกส่วนให้ตื่นตัวอย่างรุนแรง
พริบตานั้นเอง ร่างกายของเอลาร่าก็เรืองแสงสีทองสว่างวาบ ออร่าพลังงานมหาศาลที่เคยหลับใหลอยู่ภายในร่างถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างฉับพลัน แรงกดดันระดับเทพเจ้าแผ่ขยายออกไปรอบทิศทางจนผนังถ้ำสั่นสะเทือน ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน
"นี่มัน..." เอลาร่าเบิกตากว้างเล็กน้อย นางรู้สึกได้ถึงพลังเวทมนตร์ที่สูญเสียไปนับทศวรรษกำลังไหลกลับคืนสู่เส้นเลือดทีละน้อย แม้จะเป็นเพียงเสี้ยวเดียว แต่มันก็มากพอที่จะทำให้โครงสร้างพลังของนางกลับมาเสถียร
"อร่อยไหมครับ?" เร็นถามพร้อมกับตักข้าวผัดเข้าปากตัวเองบ้าง ความอุ่นร้อนแผ่ซ่านไปทั่วท้อง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนสถานะของตัวเขาเองที่ดังรัวไม่หยุด
"อร่อยมาก... จนน่าหงุดหงิดเลยทีเดียว" เอลาร่าวางช้อนลง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย "เจ้าทำให้ข้าประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า เร็น... อาหารจานนี้ไม่ใช่แค่เพิ่มพลัง แต่มันกำลังท้าทายกฎของหอคอยนี้"
"กฎมีไว้แหกครับ ถ้ามันทำให้เราผ่านชั้นนี้ไปได้เร็วขึ้น" เร็นพูดพลางเก็บอุปกรณ์ทำครัวลงในแหวนมิติ "เตรียมตัวให้พร้อม อาจารย์ เราต้องรีบขึ้นไปชั้นสิบสาม..."
ยังไม่ทันที่เร็นจะพูดจบประโยค บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน อุณหภูมิในห้องโถงลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก้าวสะท้อนมาจากอุโมงค์เบื้องล่าง—ไม่ใช่เสียงของมอนสเตอร์ทั่วไป แต่มันคือเสียงเกราะเหล็กกระทบกัน และกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่เร็นจำได้แม่นยำจากบันทึกของกิลด์
*กิลด์อัศวินโลหิตศักดิ์สิทธิ์? ทำไมพวกมันถึงมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้?*
แสงไฟจากคบเพลิงส่องสว่างวาบที่ปากทางเข้า เงาร่างของชายในชุดเกราะสีเงินอร่ามประดับตรากางเขนสีแดงก้าวเข้ามา นำโดยชายวัยกลางคนท่าทางเย่อหยิ่ง ใบหน้ามีรอยแผลเป็นลากผ่านดวงตาข้างซ้าย—รองหัวหน้ากิลด์ บารอน โจเซฟ
"เจอตัวแล้ว... เจ้าฮันเตอร์เร่ร่อนที่บังอาจขโมยวัตถุดิบระดับ S ของกิลด์เราไป" โจเซฟกวาดสายตามองเร็นและเอลาร่าด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "ส่งหัวใจราชาออร์คมา แล้วข้าจะเมตตาให้พวกเจ้าตายอย่างสบายหน่อย"
เร็นหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ข้อมูลในระบบระบุว่ากิลด์นี้ไม่มีทางมาถึงชั้นสิบสองได้เร็วกว่ากำหนด เว้นแต่ว่า... จะมีหนอนกระ่อนข้อมูลจากข้างบน หรือไม่ก็...
ก่อนที่เร็นจะทันได้ขยับตัว เอลาร่าก็ก้าวขึ้นมาบังหน้าเขาไว้ ช้าๆ นางปัดเศษฝุ่นบนไหล่เสื้อออก ดวงตาสีอำพันคู่นั้นเย็นชาไร้ก้นบึ้ง ราวกับมองมดปลวกกลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาหาความตาย
"โจเซฟ... กล้าดียังไง ถึงมาส่งเสียงดังรบกวนเวลาอาหารของข้า" เสียงหวานใสแต่เยือกเย็นจนกระดูกสันหลังวาบดังขึ้น
โจเซฟชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของเอลาร่า แต่เมื่อกวาดตามองชุดคลุมเก่าๆ และไม่พบสัญลักษณ์กิลด์ใดๆ บนตัวนาง เขาก็หัวเราะลั่น "นังสารเลวที่ไหนวะเนี่ย? อยากตายนักใช่ไหม ถึงได้มาปากดีกับ..."
*ฉึบ!*
เสียงตัดอากาศดังขึ้นเบาหวิวราวกับภาพตัดต่อ โจเซฟยังไม่ทันพูดจบประโยค ร่างในชุดเกราะเหล็กหนากลับหยุดนิ่งค้างไปกลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เลิอดสีแดงสดค่อยๆ ซึมผ่านรอยแยกที่คอเสื้อ ก่อนที่ศีรษะของรองหัวหน้ากิลด์จะค่อยๆ เลื่อนหลุดออกจากบ่าและร่วงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
ความเงียบสงัดปกคลุมห้องโถงทันที เหล่าอัศวินสมุนบริวารหน้าซีดเผือด ขาสั่นพับด้วยความหวาดกลัวขีดสุด พวกเขาไม่แม้แต่จะมองเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นชักอาวุธออกมาตอนไหน
เอลาร่าสะบัดมือเบาๆ หยดเลือดที่ปลายเรียวนิ้วก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย นางหันกลับมามองเร็นด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่ขัดกับภาพการฆ่าคนเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว
"หมดกังวลเรื่องน่ารำคาญแล้วล่ะ เร็น" นางเอ่ยเสียงเรียบ "ทีนี้... เราไปเคลียร์ชั้นสิบสามกันต่อเถอะ ข้ายังกินของหวานไม่พอเลย"
[ติ๊ง! แจ้งเตือนระบบ: คุณได้เผชิญหน้ากับ "กลุ่มเงาปริศนาแห่งเบื้องบน" ภารกิจลับระดับ SSS: "ความจริงเบื้องหลังหอคอยพันชั้น" ได้ถูกเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ!]
[คำเตือน: ตัวตนของอาจารย์เอลาร่าถูกเปิดเผยบางส่วน ความยากของดันเจี้ยนทั้งหมดนับจากนี้จะเพิ่มขึ้น 500%]
[โปรดรอติดตามตอนต่อไป...]
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มลองรสชาติไปด้วยกันนะครับ
*พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน*
ฮันเตอร์เชฟกระทะร้อน: สยบมอนสเตอร์ด้วยข้าวผัดไข่ในดันเจี้ยน•ตอนที่ 19
รสชาติที่หยุดเวลา
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์เชฟกระทะร้อน: สยบมอนสเตอร์ด้วยข้าวผัดไข่ในดันเจี้ยน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!