ฮันเตอร์เชฟกระทะร้อน: สยบมอนสเตอร์ด้วยข้าวผัดไข่ในดันเจี้ยน•ตอนที่ 22

พันธมิตรจากกิลด์อื่น

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
"ถ้าพวกท่านยังเลือกที่จะนิ่งเฉยต่อการรีดภาษีพื้นที่ล่าสัตว์ชั้นที่สามของกิลด์ทมิฬ อีกไม่นาน... แม้แต่เกลือหยิบมือเดียวที่จะใช้หมักเนื้อราชبعป่าก็คงไม่มีเหลือให้พวกท่านได้ใช้หรอกครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใต้ดิน ณ โรงเตี๊ยมรกร้างเขตชายขอบชั้นที่สอง กลิ่นอับชื้นของอิฐเก่าและควันตะเกียงน้ำมันวาฬลอยคละคลุ้ง แต่ไม่มีใครสนใจบรรยากาศรอบตัวเลยสักคน สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังชายหนุ่มในชุดผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตาที่มีคราบซอสสีเข้มเปรอะเปื้อนอยู่เล็กน้อย—เร็น ฮันเตอร์เจ้าของร้านอาหารเคลื่อนที่ผู้กำลังพลิกกระดานอำนาจของมหาดันเจี้ยนแห่งนี้ด้วยตะหลิวเหล็กกล้า รอบโต๊ะไม้ยาวสลักลายโบราณ เต็มไปด้วยหัวหน้ากิลด์อิสระและกลุ่มนักผจญภัยอิสระยศระดับ A และ B กว่าสิบชีวิต สีหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความลังเลและความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด ข่าวลือเรื่องความโหดเหี้ยมของ 'กิลด์ทมิฬ' องค์กรใหญ่ที่ผูกขาดการค้าวัตถุดิบและเส้นทางเดินเรือใต้ดินแผ่ขยายรากลึกเกินกว่าที่ใครจะกล้าต่อกร "เร็น... เจ้าพูดง่ายนี่นา" ลุค หัวหน้ากิลด์ดาบอัคคี ขยับตัวสบถเบาๆ มือหยาบกร้านลูบด้ามดาบใหญ่ที่วางพาดอยู่บนตัก "พวกมันมีทั้งไอเทมระดับตำนาน มีกองกำลังนับร้อย และที่สำคัญ... พวกมันมี 'เบียคโค' ผู้ใช้อเวจีคอยหนุนหลัง การที่เราลุกขึ้นมาต่อต้าน ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าเตาอบของมังกรไฟดีๆ นี่เอง" เร็นไม่ได้แสดงอาการหงุดหงิด เขาเพียงแค่ยกถ้วยชาสมุนไพรกลิ่นหอมกรุ่นขึ้นจิบรักษารสชาติ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะด้วยความนุ่มนวล เสียงกระทบของก้นถ้วยเซรามิกเบาหวิวแต่กลับดังก้องในความรู้สึกของทุกคน "ท่านลุคพูดถูกครึ่งเดียวนะครับ" เร็นแย้มยิ้มบางๆ ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบวงสนทนา "กิลด์ทมิฬแข็งแกร่ง นั่นคือข้อเท็จจริงที่เราปฏิเสธไม่ได้ แต่ท่านลองคิดดูสิครับว่า อะไรคือจุดอ่อนที่สุดขององค์กรที่เติบโตจากการผูกขาด?" เอลาร่าที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้อยู่มุมมืดของห้อง ขยับยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยพิจารณาพฤติกรรมของเร็นด้วยความทึ่ง เธอรู้ดีว่าพ่อค้าหนุ่มคนนี้ไม่ได้กำลังพูดจาเพ้อเจ้อ ระบบร้านอาหารของเขาไม่ได้มีไว้แค่ทำมาหากิน แต่มันคือเครื่องมือวิเคราะห์ 'โครงสร้างเศรษฐกิจ' และ 'ระบบนิเวศ' ของดันเจี้ยนได้อย่างแม่นยำยิ่งกว่าแผนที่เวทมนตร์เสียอีก "ความโลภ... และห่วงโซ่อุปทาน" เสียงหวานนุ่มของเอลาร่าแทรกขึ้นเบาๆ แต่กลับดึงดูดความสนใจทั้งหมดไปที่เธอ "ถูกต้องครับท่านอาจารย์เอลาร่า" เร็นพยักหน้ารับอย่างให้เกียรติ "กิลด์ทมิฬไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์ แต่ขับเคลื่อนด้วย 'ผลกำไร' และ 'วัตถุดิบคุณภาพสูง' จากมอนสเตอร์ชั้นลึก หากเราสามารถตัดท่อส่งเสบียง ตัดเส้นทางลำเลียง และที่สำคัญที่สุด... ทำให้เหล่านักผจญภัยอิสระหันมาพึ่งพิงเครือข่ายอาหารและการสนับสนุนของเราแทน พวกมันก็จะกลายเป็นเพียงเสือกระดาษที่รอวันอดตายในถ้ำของตัวเองเท่านั้น" "แต่การทำแบบนั้น... นายจะต้องใช้เงินทุนมหาศาล และที่สำคัญคือ 'วัตถุดิบ' ปริมาณมหาศาลเพื่อดึงดูดใจคน" เมียร่า นักธนูสาวหูสัตว์จากกลุ่มเงาพฤกษา เอ่ยทักท้วงด้วยน้ำเสียงกังวล "ตราบใดที่พวกมันกุมสิทธิ์การล่าในเขตชั้นที่สี่ไว้ นายจะหาวัตถุดิบชั้นเลิศมาจากไหนมาทำอาหารแจกจ่ายหรือค้าขายเพื่อซื้อใจคนล่ะ?" นี่คือคำถามคีย์สำคัญ บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นทันที ทุกคนรู้ดีว่าวัตถุดิบในดันเจี้ยนคือตัวกำหนดเลเวลและพลัง หากไม่มีวัตถุดิบระดับสูง ต่อให้มีแผนการที่ดีเลิศเพียงใดก็ไม่มีทางโค่นยักษ์ใหญ่ลงได้ เร็นหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างประหลาด เขาหยิบกระดาษหนังแก้วแผ่นใหญ่ออกมาจากช่องเก็บของมิติ กางลงบนโต๊ะกลางห้อง เผยให้เห็นแผนผังเส้นทางลับที่ขีดเขียนด้วยลายมืออันเป็นระเบียบ "ใครบอกล่ะครับว่า... วัตถุดิบชั้นเลิศต้องมาจากเขตที่พวกมันควบคุม?" นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังจุดสีแดงจุดหนึ่งบนแผนที่ ซึ่งตั้งอยู่ลึกลงไปในซอกหลืบของ 'เขาวงกตหินผ่าปฐพี'—ดันเจี้ยนย่อยที่ถูกละเลยเพราะเต็มไปด้วยก๊าซพิษและมอนสเตอร์ธาตุดินที่ขึ้นชื่อเรื่องความเหนียวและกินไม่ได้ในสายตานักผจญภัยทั่วไป "นั่นมัน... ถ้ำหนอนดินกลืนวิญญาณนี่นา!" ลุคเบิกตากว้าง "ที่นั่นไม่มีอะไรนอกจากฝุ่นหินและกลิ่นกำมะถัน ไม่มีใครไปล่าสัตว์ที่นั่นหรอกนะเร็น เนื้อของพวกมันเหนียวราวกับหนังวัวต้มยางรถยนต์แถมยังมีพิษสะสม ใครกินเข้าไปมีหวังอวัยวะภายในละลายเป็นน้ำแน่ๆ" "นั่นคือมุมมองของฮันเตอร์ทั่วไปครับท่านลุค" เร็นลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือข้างหนึ่งจัดปกเสื้อผ้ากันเปื้อนให้เรียบร้อย "แต่มุมมองของเชฟ... สิ่งที่คนอื่นมองว่าเป็น 'ขยะพิษ' คือ 'เพชรเม็ดงาม' ที่รอการเคี่ยวกรุ่นด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสมต่างหากล่ะครับ" เร็นอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น โครงสร้าง World-building ของดันเจี้ยนแห่งนี้ถูกแจกแจงออกมาทีละประเด็นอย่างมีเหตุมีผล รองรับด้วยทักษะการวิเคราะห์วัตถุดิบระดับสูงของระบบ เขากล่าวถึงสารพิษในตัวหนอนดินกลืนวิญญาณที่หากนำมาหมักกับน้ำส้มสายชูผลไม้ป่าชั้นที่สองและรากโสมอัคคี จะเกิดปฏิกิริยาเคมีที่เปลี่ยนโปรตีนเหนียวหนืดให้กลายเป็นเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนลิ้นราวกับเนื้อวัวเกรดพรีเมียม และที่สำคัญ... มันมีคุณสมบัติในการ 'ต้านทานเวทมนตร์ธาตุมืด' ชั่วคราว ซึ่งเป็นจุดอ่อนตายตัวของกลุ่มกิลด์ทมิฬ "ถ้าเราใช้ 'ข้าวผัดไข่' สูตรพิเศษที่ผสานพลังงานจากเนื้อหนอนดินปรับสภาพนี้ แจกจ่ายให้แก่เหล่านักผจญภัยอิสระก่อนเข้าแนวหน้า..." เร็นกวาดสายตามองพันธมิตรทุกคนด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ "ไม่เพียงแต่พวกเขาจะมีแรงฮึดสู้โดยไม่เกรงกลัวคำสาปของพวกมัน แต่เรายังจะสร้าง 'กองทัพกระทะร้อน' ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของดันเจี้ยนขึ้นมาด้วย!" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบแห่งความหวาดกลัวอีกต่อไป หากแต่เป็นความเงียบที่เกิดจากความตื่นตะลึงและไฟแห่งความหวังที่กำลังลุกโชนขึ้นในอกของนักผจญภัยแต่ละคน เสียงลมหายใจเริ่มถี่กระชั้นขึ้น แววตาของลุคเปลี่ยนจากความลังเลกลายเป็นความฮึกเหิม เมียร่าเม้มปากแน่นก่อนจะพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น "ถ้ามันอร่อยและทำได้อย่างที่นายพูด... ฉันคนหนึ่งล่ะที่จะไม่ทนก้มหัวให้พวกสุนัขรับจ้างของกิลด์ทมิฬอีกต่อไป!" ลุคทุบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนประกาศกร้าว "พวกเราจะร่วมมือกับนาย เร็น! บอกมาเถอะว่าต้องให้พวกเราเริ่มขนย้ายวัตถุดิบจากถ้ำนรกนั่นเมื่อไหร่!" เร็นโค้งตัวลงเล็กน้อยอย่างสุภาพบุรุษ รอยยิ้มของเขาฉาบด้วยความสำเร็จขั้นแรก แต่ในใจเขารู้ดีว่า เกมกระดานนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเดินหมากตาสำคัญเท่านั้น ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังฮึกเหิมถึงขีดสุดนั้นเอง *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เร็นคุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาท แต่คราวนี้มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนการทำอาหารหรือการอัปเลเวลปกติ โทนเสียงของมันเป็นสีแดงฉานและเย็นเยือกจนสันหลังวาบ [แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบหลัก!] [ตรวจพบการแทรกแซงข้อมูลภายนอกระดับ SSS!] [เป้าหมาย 'เบียคโค' แห่งกิลด์ทมิฬ ได้รับข้อมูลการเคลื่อนไหวของท่านแล้ว และกำลังเคลื่อนพลเข้าสู่เขตพื้นที่เป้าหมายล่วงหน้า 3 ชั่วโมง...] [เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: บอสลับแห่งดันเจี้ยนชั้นที่สาม 'ราชันอสูรเงาโลหิต' ได้ตื่นจากการจำศีลก่อนกำหนด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและกลิ่นอายมานาที่หนาแน่นเกินไปจากการประชุมของท่าน!] เร็นชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมหันขวับไปมองนอกหน้าต่างบานเล็กที่มองเห็นท้องฟ้าจำลองของดันเจี้ยน ซึ่งตอนนี้กำลังเปลี่ยนจากสีครามเป็นสีเลือดสดอย่างรวดเร็ว เอลาร่าที่นั่งเงียบมาตลอด ลุกพรวดขึ้นทันที สีหน้าของเธอบ่งบอกถึงความตื่นตระหนกอย่างที่เร็นไม่เคยเห็นมาก่อน เธอกัดริมฝีปากแน่นจนหอบหายใจถี่ "เร็น... ไม่ใช่แค่กิลด์ทมิฬ..." เสียงของเอลาร่าสั่นเครือเล็กน้อยขณะมองออกไปเบื้องนอก "มีบางอย่าง... กำลังขึ้นมาจากรอยแยกที่ลึกกว่านั้น... มันไม่ใช่แค่มอนสเตอร์ แต่มันคือ..." ครืนนนนน! พื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนแก้วชาบนโต๊ะล้มคว่ำ แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งทะลุกำแพงหินเข้ามาในห้องประชุม ราวกับว่ามีอสูรกายขนาดยักษ์กำลังก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้โรงเตี๊ยมแห่งนี้ทีละก้าว... ทีละก้าว... อย่างเชื่องช้าแต่ทรงพลังจนหยุดหายใจ! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความอร่อยในดันเจี้ยนไปกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์เชฟกระทะร้อน: สยบมอนสเตอร์ด้วยข้าวผัดไข่ในดันเจี้ยน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%