ฮันเตอร์เชฟกระทะร้อน: สยบมอนสเตอร์ด้วยข้าวผัดไข่ในดันเจี้ยน•ตอนที่ 3

ลูกค้ารายแรกที่ไม่ได้ตั้งตัว

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
"กลิ่นนี้... มันไม่ใช่แค่อาหารฟื้นฟูพลังเวทระดับกลางทั่วไปนี่นา" เสียงทุ้มห้วนแต่เจือไปด้วยความกังขาของเอลาร่าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของชั้นที่สามสิบเจ็ด ดาบสั้นในมือของหญิงสาวสะท้อนแสงสีเงินยวงจากผลึกมานาบนผนังถ้ำ ใบดาบไม่ได้ถูกชักออกจากฝักจนสุด ทว่าองศาการยืนและน้ำหนักที่ทิ้งลงบนเท้าซ้ายบ่งบอกชัดเจนว่า เธอพร้อมจะเปลี่ยนสถานะจาก 'แขกผู้มาเยือน' เป็น 'นักล่า' ได้ภายในเสี้ยววินาที เร็นไม่ได้ขยับหนี เขายังคงยืนนิ่งอยู่หน้ากระทะเหล็กหล่อขนาดใหญ่ ควันสีขาวนวลที่พวยพุ่งขึ้นสู่เพดานถ้ำไม่ได้มีเพียงกลิ่นหอมของกระเทียมเจียวและต้นหอมคั่วเท่านั้น หากแต่ในมิติของระบบฮันเตอร์ที่เชื่อมต่อกับเร็นโดยตรง มันกำลังแผ่คลื่นพลังงานความร้อนระอุออกมาเป็นวงกว้าง คลื่นความร้อนนี้มีคุณสมบัติพิเศษในการลดทอนความดุร้ายของมอนสเตอร์รอบบริเวณลงร้อยละสิบห้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่ระบบคำนวณไว้จากค่าความหนาแน่นของไขมันในข้าวหอมมะลิเก่าที่ถูกผัดจนเมล็ดร่วนสวย "ถ้าคุณหมายถึงข้าวผัดไข่เกรดบีจานนี้ล่ะก็... เกรงว่ามันจะไม่มีส่วนผสมของยาฟื้นฟูราคาแพงที่คุณคุ้นเคยหรอกครับอาจารย์" เร็นตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สายตาของเขาไม่ได้มองที่ตัวของเอลาร่า แต่ทอดมองข้ามไหล่ของเธอไปยังความมืดมิดของอุโมงค์เบื้องหลัง ที่ซึ่งเสียงก้ามกระทบพื้นหินของ 'คิงครัสเตเชียน' หรือปูยักษ์หุ้มเกราะเหล็กกำลังดังใกล้เข้ามาทุกที นี่คือดันเจี้ยนระดับหายาก ปูยักษ์หุ้มเกราะเหล็กไม่ควรจะปรากฏตัวในชั้นนี้ตามผังภูมิศาสตร์มาตรฐานของสมาคมฮันเตอร์ มันเป็นความผิดปกติของระบบนิเวศน์ในดันเจี้ยนที่เกิดจากการรั่วไหลของมานาบริสุทธิ์ "ระวังตัวด้วย" เอลาร่าเอ่ยสั้นๆ โดยไม่หันกลับมามอง "เจ้าตัวนั้นไม่ใช่แค่สัตว์อสูรธรรมดา เปลือกของมันต้านทานเวทมนตร์ธาตุไฟได้เกือบสมบูรณ์แบบ เวทมนตร์ระดับสามของคุณทำอะไรมันไม่ได้หรอก เร็น" "ผมไม่ได้กะจะใช้เวทมนตร์จัดการมันตั้งแต่แรกอยู่แล้วครับ" เร็นตักข้าวผัดไข่สีทองอร่ามขึ้นมาครึ่งทัพพี กลิ่นหอมของไข่ไก่ที่เคลือบเมล็ดข้าวทุกเมล็ดจนขึ้นเงาเตะจมูกทันทีที่สัมผัสกับอากาศเย็นยะเยือกของดันเจี้ยน ในสายตาของคนทั่วไป มันอาจเป็นเพียงอาหารมื้อค่ำแก้หิวระหว่างทาง แต่ในหน้าต่างสถานะสีฟ้าโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นเฉพาะในสายตาของเร็น ข้อมูลของมันถูกบันทึกไว้อย่างละเอียด: [เมนู: ข้าวผัดไข่ปฐพี (Earth-Egg Fried Rice)] [ระดับ: หายาก (Rare)] [คุณสมบัติพิเศษ: เพิ่มอัตราการดูดซึมธาตุ ดิน-ไฟ ชั่วคราว 30 นาที, สร้างสถานะ 'หอมกรุ่น' ดึงดูดความสนใจของมอนสเตอร์ในรัศมี 50 เมตร, และเพิ่มความเสียหายทางกายภาพเมื่อโจมตีจุดอ่อนของมอนสเตอร์ประเภทเกราะหนัก 50%] นี่คือเหตุผลที่เร็นเลือกทำอาหารจานนี้ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน การดึงดูดมอนสเตอร์ไม่ใช่ข้อด้อย แต่มันคือกลยุทธ์การล่อเหยื่อเข้ามาในระยะประชิด เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องเสียแรงวิ่งไล่ล่าพวกมันให้เสียเวลา *ตึง! ตึง! ตึง!* เงาดำทะมึนขนาดเท่ารถบรรทุกเล็กพุ่งทะยานออกมาจากความมืด ก้ามสีดำสนิทขนาดใหญ่ราวกับคีมหนีบเหล็กฟาดลงมาหมายจะบดขยี้ร่างของมนุษย์ทั้งสองให้แหลกคาที่ แรงปะทะทำให้เศษหินและฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดานถ้ำ เอลาร่าเคลื่อนไหวราวกับภูตพราย ร่างบางดีดตัวถอยหลังไปสามก้าวพร้อมกับชักดาบสั้นออกจากฝักเต็มรูปแบบ แววตาของเธอฉายประกายความกังวลเล็กน้อย เพราะเธอรู้ดีว่าพละกำลังของคิงครัสเตเชียนนั้นเหนือกว่ามนุษย์ธรรมดาถึงสิบเท่า การปะทะตรงๆ มีแต่จะทำให้กระดูกแตกละเอียด ทว่า เร็นกลับไม่ถอย ชายหนุ่มก้าวเท้าขวาขึ้นหน้าหนึ่งก้าว มือขวาที่ถือตะหลิวเหล็กตวัดขึ้นรับแรงกระแทกจากก้ามปูยักษ์ที่ฟาดลงมาอย่างจัง เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว *เคร้ง!* ประกายไฟจากการเสียดสีสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด "เขาบ้าไปแล้วหรือไง?" เอลาร่าขมวดคิ้วมุ่น การใช้พละกำลังเข้าปะทะกับมอนสเตอร์เกราะหนักด้วยอุปกรณ์ทำครัว เป็นสิ่งที่แม้แต่ฮันเตอร์สายแทงค์ระดับสูงยังต้องคิดแล้วคิดอีก แต่เร็นไม่ได้ใช้แค่พละกำลัง ในเสี้ยววินาทีที่ก้ามปูชนเข้ากับตะหลิวเหล็ก เร็นใช้ทักษะเฉพาะตัวที่พัฒนาระหว่างการฝึกฝนในครัว 'การกระจายแรงสั่นสะเทือน (Vibration Dispersion)' ซึ่งเป็นเทคนิคเดียวกับการนวดแป้งขนมปังและการสับเนื้อให้ละเอียดโดยไม่ทำลายโครงสร้างของเส้นใย แรงปะทะทั้งหมดถูกถ่ายเทผ่านด้ามตะหลิวลงสู่พื้นหินเบื้องล่าง จนพื้นถ้ำใต้ฝ่าเท้าของเขาแตกร้าวเป็นใยแมงมุม แต่ตัวเร็นกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย "ตอนนี้แหละครับ อาจารย์!" เร็นตะโกนลั่น ไม่ต้องรอให้บอกซ้ำสอง เอลาร่าที่ผ่านประสบการณ์ต่อสู้มาโชกโชนอ่านสถานการณ์ออกทันที ร่างเพรียวพุ่งทะยานผ่านร่างของเร็นราวกับสายลม ดาบสั้นในมืออาบไล้ด้วยแสงสีครามจางๆ ซึ่งเป็นเศษเสี้ยวพลังเวทที่เหลืออยู่จากการเป็นอดีตผู้ดูแลระบบ เธอพุ่งเป้าไปที่รอยต่อบริเวณข้อต่อใต้ท้องของคิงครัสเตเชียน ซึ่งเป็นจุดที่เกราะมีความหนาแน่นน้อยที่สุด *ฉับ!* เสียงคมดาบตัดผ่านเนื้อเยื่อและเปลือกแข็งดังขึ้นพร้อมกับของเหลวสีเขียวเข้มที่พุ่งทะทะลักออกมา คิงครัสเตเชียนส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด มันสะบัดก้ามปูเพื่อขับไล่ศัตรู แต่เร็นที่รอจังหวะนั้นอยู่แล้วได้ซัดจานข้าวผัดไข่ในมือซ้ายสาดเข้าใส่ดวงตาทั้งสองข้างของมันโดยตรง "ข้าวผัดไข่สูตรพิเศษ... เติมพริกไทยดำป่นละเอียดพิเศษครับ!" ความเผ็ดร้อนและกลิ่นฉุนรุนแรงของพริกไทยดำเกรดพรีเมียมจากดันเจี้ยนชั้นลึก ผสมผสานกับไอร้อนของข้าวผัด ทำให้ประสาทสัมผัสการมองเห็นและการดมกลิ่นของคิงครัสเตเชียนถูกปิดกั้นโดยสมบูรณ์ มันดิ้นพล่านอย่างไร้ทิศทาง ชนเข้ากับผนังถ้ำจนหินผาถล่มลงมาปิดทางเข้าออกด้านหลัง ฝุ่นควันและเศษหินตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ความเงียบสงบเริ่มกลับคืนมาทีละน้อย เหลือเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของเอลาร่าที่ยืนปักหลักอยู่เบื้องหน้าซากมอนสเตอร์ขนาดมหึมา หญิงสาวเก็บดาบเข้าฝักด้วยความรวดเร็ว แม้ใบหน้าจะยังคงเรียบเฉย แต่ดวงตาส่อแววประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด เธอมองซากปูยักษ์ สลับกับมองชายหนุ่มที่กำลังปัดฝุ่นออกจากผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดของตนเองอย่างใจเย็น "เจ้า... ทำได้ยังไงกัน?" เอลาร่าเอ่ยถามทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอลดความแข็งกร้าวลงไปมาก "การใช้คุณสมบัติของอาหารสร้างสถานะผิดปกติให้มอนสเตอร์เกราะหนัก เป็นตำราที่แม้แต่สมาคมนักปรุงอาหารหลวงก็ยังไม่เคยบันทึกไว้" "มันไม่ใช่ตำราหรอกครับอาจารย์ มันคือสามัญสำนึกของพ่อค้าที่ต้องรู้ว่า ลูกค้าแต่ละคน... หรือควรจะเรียกว่า 'เป้าหมาย' แต่ละตัว มีความชอบและจุดอ่อนอะไรบ้าง" เร็นยิ้มบางๆ เขาก้มลงเก็บจานกระเบื้องที่ใช้แล้วขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดอย่างเรียบร้อย "อีกอย่าง มื้อนี้คงต้องถือว่าเป็นการต้อนรับแขกผู้มาเยือนอย่างไม่เป็นทางการก็แล้วกันนะครับ" เอลาร่าจ้องมองรอยยิ้มนั้นครู่หนึ่ง มุมปากของเธอขยับขึ้นเล็กน้อยคล้ายกำลังจะยิ้ม แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว "ดูเหมือนว่าฉันจะประเมินนายต่ำเกินไป, เร็น" เธอกล่าวพร้อมกับกอดอก "การซ่อนตัวอยู่ในดันเจี้ยนแห่งนี้เพื่อเปิดร้านอาหารเล็กๆ ของนาย คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญสินะ" "ก็ไม่เชิงหรอกครับ..." เร็นกำลังจะเอ่ยต่อ ทว่าจู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงอย่างไร้สาเหตุ อุณหภูมิในถ้ำลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เร็นคุ้นเคยดังขึ้นในหัว แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนสีฟ้าทั่วไป หากแต่เป็นหน้าต่างสีแดงฉานที่มีรอยแตกราวดั่งกระจก ร่อง [คำเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติระดับวิกฤต!] [วัตถุแปลกปลอมระดับ SSS กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่พิกัดปัจจุบันจากรอยแยกมิติชั้นที่ 38] [เงื่อนไขการหลบหนี: เป็นไปได้ 0%] เร็นชะงักมือที่กำลังเช็ดจาน ดวงตาที่เคยเยือกเย็นฉายแววเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขารีบหันไปสบตากับเอลาร่าที่ตอนนี้ใบหน้าถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานมหาศาลที่กำลังกดทับลงมาจากเบื้องบน "ดูเหมือนว่า..." เร็นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความนิ่งเอาไว้ "มื้อนี้เราคงต้องเตรียมวัตถุดิบชิ้นใหญ่กว่าเดิมแล้วล่ะครับอาจารย์" *ครืนนนนน—!* พื้นถ้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว ผนังหินด้านหน้าของพวกเขาค่อยๆปริแยกออก เผยให้เห็นดวงตาสสีแดงฉานคู่มหึมาที่จ้องมองทะลุกำแพงมิติออกมา... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในดันเจี้ยนกับผมนะครับ!
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์เชฟกระทะร้อน: สยบมอนสเตอร์ด้วยข้าวผัดไข่ในดันเจี้ยน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%