"ถ้าท่านยังหั่นใบมีดด้วยองศาเดิมแบบนั้น น้ำยางพิษสีม่วงจะซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อชั้นใน และผลลัพธ์สุดท้ายคืออาหารจานนี้จะกลายเป็นยาพิษสังหารหมู่ผู้เล่นเลเวลต่ำยกกิลด์... เร็น"
น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยอำนาจกดดันอันเป็นเอกลักษณ์ของเอลาร่าดังขึ้น ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของกระแสลมดันเจี้ยนชั้นที่เจ็ด ที่นี่คือ "สวนพฤกษาทมิฬ" ดันเจี้ยนระดับ B ที่ขึ้นชื่อเรื่องพืชพรรณกลายพันธุ์และมอนสเตอร์สายพืชดุร้าย กลิ่นอับชื้นของดินซากพืชและสปอร์เห็ดพิษลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของชายหนุ่มในตอนนี้กลับไม่ใช่ความอันตรายรอบตัว หากเป็นวัตถุดิบขนาดมหึมาตรงหน้า
เร็นหยุดปลายมีดเหล็กกล้าที่เคลือบด้วยเวทมนตร์อุ่นเครื่องลงชั่วขณะ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการหายใจ ดวงตาคมกวาดมองผ่านแว่นใสวิเคราะห์โครงสร้างเซลล์ของ "หน่อไม้ปีศาจยักษ์เหล็กไหล" พืชกลายพันธุ์ที่มีความหนาแน่นของไฟเบอร์สูงกว่าเหล็กกล้าทั่วไปถึงสามเท่าตัว การจะจัดการกับมันไม่ใช่แค่ใช้แรงดึงหรือการฟันด้วยกำลัง แต่มันคือการเข้าใจ "ธรรมชาติ" ของมัน
"อาจารย์กำลังจะบอกว่า ผมควรใช้เทคนิคการแล่สวนทางกับทิศทางของเส้นใยเวทมนตร์สินะครับ" เร็นเอ่ยถามเสียงเรียบ พร้อมกับพลิกข้อมือเปลี่ยนมุมองศาของใบมีดจากสี่สิบห้าองศาเป็นหกสิบองศาอย่างแม่นยำ
เอลาร่าที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโขดหินใกล้ๆ ใช้ปลายนิ้วเรียวเคาะแก้วน้ำแร่เวทมนตร์เบาๆ นางปรายตามองการกระทำของลูกศิษย์หนุ่มด้วยแววตาพึงพอใจที่ซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย "ฉลาดมาก... จำไว้ว่า ในระบบนิเวศของดันเจี้ยนแห่งนี้ ไม่มีสิ่งใดไร้ประโยชน์ มีเพียงพ่อครัวที่ขาดความเข้าใจในวัตถุดิบเท่านั้น หน่อไม้ต้นนี้สะสมมานาธาตุทองคำขาวมานานนับร้อยปี ถ้าเจ้าจัดการมันด้วยความร้อนสูงแบบลวกๆ มันก็จะแข็งจนกลายเป็นหิน แต่ถ้าเจ้าใช้วิธี 'ตุ๋นด้วยน้ำซุปกระดูกมังกรไฟ' ควบคู่กับการหมักด้วยน้ำผึ้งเกสรราตรี มันจะอ่อนนุ่มละลายในปากราวกับเต้าหู้ชั้นดี"
หน้าต่างระบบสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าเร็นทันทีที่เขาเริ่มลงมือจัดการกับวัตถุดิบ
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบวัตถุดิบระดับ A 'หน่อไม้ปีศาจยักษ์เหล็กไหล']
[สถานะ: ดิบ / เป็นพิษระดับปานกลาง]
[คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ (เอลาร่า): ต้องทำการล้างพิษด้วยเกลือหินดันเจี้ยน นำไปต้มด้วยไฟอ่อนเป็นเวลา 45 นาที เพื่อคลายโครงสร้างมานาที่ยึดเกาะกันแน่น]
[ทักษะ 'พ่อครัวเหล็กดันเจี้ยน' ทำงาน: ตรวจพบความเข้ากันได้ 94%]
เร็นพยักหน้ารับในใจ ระบบการทำงานของโลกใบนี้ช่างโหดร้ายและงดงามในเวลาเดียวกัน ฮันเตอร์ทั่วไปมองมอนสเตอร์พืชเหล่านี้เป็นอุปสรรคที่ต้องกำจัดด้วยดาบและเวทมนตร์ทำลายล้าง แต่สำหรับเขาแล้ว มันคือ "ซูเปอร์มาร์เก็ตธรรมชาติ" ที่รอการแปรรูป
เขานำกระทะเหล็กกล้าเคลือบพิเศษขนาดใหญ่로서ตั้งเตาเวทมนตร์เพลิงกัลป์ กลิ่นหอมของน้ำมันหมูป่าดันเจี้ยนเริ่มส่งกลิ่นหอมฉุยทันทีที่สัมผัสกับความร้อน การทำเมนูมังสวิรัติสายโหดในวันนี้ ไม่ใช่การทำอาหารคลีนจืดชืดเพื่อสุขภาพ แต่เป็นการระเบิดรสชาติ (Umami Explosion) จากพืชผักที่ดุร้ายที่สุดในดันเจี้ยนให้กลายเป็นอาหารจานเด็ดที่แม้แต่ขุนนางชั้นสูงยังต้องกราบกรานขอซื้อ
"เร็น กลิ่นเริ่มดึงดูดพวกมันมาแล้วนะ" เสียงเตือนของเอลาร่าดึงสติเขากลับมา นางลุกขึ้นยืน ชายผ้าคลุมสีเงินสะท้อนแสงสลัวจากหินเรืองแสงในถ้ำ ดวงตาสีเพลิงกวาดมองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า
*ฟึ่บ! ฟึ่บ!*
เสียงแหวกพงหญ้าหนาทึบดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดวงตาสีนวลนับสิบคู่ปรากฏขึ้นในความมืด พวกมันคือ "เถาวัลย์หนามโลหิต" มอนสเตอร์พืชระดับ B ที่ขึ้นชื่อเรื่องความรวดเร็วและพิษชาอัมพาต พวกมันถูกกระตุ้นด้วยกลิ่นหอมหวานของน้ำผึ้งเกสรราตรีที่เร็นใช้หมักหน่อไม้ปีศาจ
"มาได้จังหวะพอดีเลยครับ..." เร็นมุมปากกระตุกยิ้มเล็กน้อย มือซ้ายยังคงคุมความร้อนของเตาไฟให้คงที่ด้วยความนิ่งสงบ มือขวาคว้าทัพพีเหล็กด้ามยาวขึ้นมาแทนตะหลิว
แทนที่จะหยิบอาวุธขึ้นมาตั้งรับเหมือนฮันเตอร์ทั่วไป เร็นกลับตักน้ำมันร้อนๆ ที่ผสมเครื่องเทศป่าและพริกไทยดำดันเจี้ยนสาดใส่ฝูงเถาวัลย์ที่พุ่งเข้ามาอย่างแม่นยำ!
*ฉ่าาาาา!*
เสียงน้ำมันเดือดพล่านปะทะกับเปลือกไม้อันเปราะบางของเถาวัลย์หนามโลหิต ดังสนั่นหวั่นไหว กลิ่นหอมฉุนของพริกไทยผสมกับกลิ่นไหม้ของยางไม้ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ พวกมันกรีดร้องด้วยเสียงแหลมสูงที่สะท้อนก้องไปทั่วผนังถ้ำ ก่อนจะดิ้นพล่านและสลายกลายเป็นละอองแสงสีเขียวอย่างไร้แรงต่อต้าน
"ใช้ไขมันของวัตถุดิบและเครื่องเทศเป็นอาวุธ... เจ้าชักจะใช้ประโยชน์จากสิ่งรอบตัวได้เก่งขึ้นทุกทีแล้วนะเร็น" เอลาร่าเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก นางใช้ปลายนิ้วปัดเศษละอองแสงที่ลอยมาโดนไหล่ออกอย่างไม่ใส่ใจ
"ขอบพระคุณสำหรับคำชมครับอาจารย์ แต่ตอนนี้ งานหลักของเรายังไม่เสร็จ"
เร็นหันกลับมาสนใจกระทะตรงหน้าอีกครั้ง หน่อไม้ปีศาจยักษ์เหล็กไหลที่ผ่านการเคี่ยวจนได้ที่ เปลี่ยนสภาพจากสีม่วงเข้มกลายเป็นสีทองอร่าม เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนแต่ยังคงความกรุบกรอบเฉพาะตัว ส่งกลิ่นหอมหวลตลบอบอวลไปทั่วทั้งชั้นเจ็ดของดันเจี้ยน กลบกลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดของมอนสเตอร์เสียจนหมดสิ้น
เขากำลังจะปิดเตาและตักอาหารใส่จานเพื่อทำการประเมินผลลัพธ์ขั้นสุดท้าย แต่ทว่า... บรรยากาศรอบกายกลับเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
อุณหภูมิในถ้ำลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เปลวไฟจากเตาเวทมนตร์กระพริบไหวราวกับหวาดกลัวอะไรบางอย่าง แรงกดดันมหาศาลระดับที่ทำให้เข่าแทบทรุดถาโถมใส่ร่างของทั้งสองคนทันที
เอลาร่าหุบยิ้มทันที สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ดวงตาสีเพลิงจ้องเขม็งไปยังความมืดมิดเบื้องลึกของดันเจี้ยนชั้นที่เจ็ด ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามที่แม้แต่กิลด์อันดับหนึ่งยังไม่กล้ากรายเข้าไป
[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับวิกฤต!]
[ตรวจพบการตื่นของบอสลับดันเจี้ยน: 'ราชันพฤกษาบรรพกาล' เลเวล 75]
[คำเตือน: พลังงานรอบตัวท่านกำลังถูกดูดกลืน การหนีไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา...]
เสียงแจ้งเตือนระบบดังถี่รัวจนแสบแก้วหู พร้อมกับพื้นดินที่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินไหว รากไม้ขนาดมหเท่าลำตัวคนโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินล้อมรอบตัวพวกเขาไว้ทุกด้าน และในความมืดมิดนั้น ร่างของสิ่งมีชีวิตโบราณที่ปกคลุมด้วยเปลือกไม้สีดำสนิทและดวงตาสดใสสีแดงฉานก็ก้าวออกมา พร้อมกับจ้องมองมาที่ "กระทะข้าวผัด" และ "หน่อไม้" ในมือของเร็นด้วยความกระหาย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเปิดเตามาพร้อมกับผมในตอนนี้นะครับ
ฮันเตอร์เชฟกระทะร้อน: สยบมอนสเตอร์ด้วยข้าวผัดไข่ในดันเจี้ยน•ตอนที่ 13
เมนูมังสวิรัติสายโหด
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์เชฟกระทะร้อน: สยบมอนสเตอร์ด้วยข้าวผัดไข่ในดันเจี้ยน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!