"กลิ่นนี้... มันไม่ใช่กลิ่นมานาที่รั่วไหลจากเตาหลอมเวทมนตร์ทั่วไปแน่นอนครับ"
คายน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความตื่นตัว นัยน์ตาสีเข้มกวาดมองไปทั่วห้องนอนกว้างขวางของหอพักชายปีสอง ซึ่งบัดนี้ถูกปกคลุมด้วยความเงียบงัดอันผิดปกติ ผ้าม่านสีเข้มถูกปล่อยทิ้งตัวลงนิ่งสนิท ไร้ซึ่งสายลมพัดผ่าน ทว่าเทียนไขบนโต๊ะหนังสือกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับถูกรบกวนด้วยแรงกดดันอากาศมหาศาลจากบางสิ่งที่มองไม่เห็น
เบื้องหน้าของเขาคือเตียงนอนที่ว่างเปล่า ผ้าปูที่นอนยับย่นเล็กน้อยคล้ายกับเจ้าของเพิ่งลุกขึ้นจากนداءยามดึก แต่สิ่งผิดปกติที่ทำให้สัญชาตญาณอัศวินของคายน์ร่ำร้องเตือนภัย คือคราบสีดำสนิทคล้ายเขม่าไฟที่จับตัวเป็นเกล็ดบางๆ บนขอบหน้าต่าง มันแผ่ไอความเย็นยะเยือกออกมาจนหยดน้ำค้างบนกระจกกลายเป็นผลึกน้ำแข็งสีเทา
นี่คือร่องรอยการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของ "จูเลียน" เพื่อนร่วมชั้นปีผู้มีพลังเวทธาตุดินระดับกลาง... นักเรียนคนที่สามในรอบสัปดาห์ที่หายตัวไปจากหอพักแห่งนี้โดยไม่มีใครล่วงรู้
"เจ้าเด็กนั่นทิ้งร่องรอยการต่อสู้ไว้จางมากครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมห้อง อาจารย์เซเลสเทียก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัวของตู้เสื้อผ้าโบราณ ชุดคลุมสีเข้มของเธอกลมกลืนไปกับความมืด แต่ประกายแสงสีเงินที่สะท้อนจากดวงตาสีไพลินภายใต้ฮู้ดกลับชัดเจนและเฉียบคม เธอย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ ลงบนคราบเขม่าสีดำบนพื้น "ไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์ และแน่นอนว่าไม่ใช่เวทมนตร์ระดับนักเรียน... มีบางอย่างกำลังกวาดต้อนพวกเขาทีละคน"
คายน์ขยับตัวเข้ามาใกล้โดยสัญชาตญาณ ร่างกายสูงโปร่งในชุดลำลองของหอพักขยับด้วยความระมัดระวัง เขาอาศัย "ดวงตาวิเคราะห์มานา" ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง มองทะลุผ่านความว่างเปล่า เส้นใยมานาสีแดงเข้มปนหมองคล้ำจำนวนมากกำลังพาดผ่านห้องนี้ราวกับใยแมงมุม มันไม่ได้พุ่งเข้าหาหน้าต่างหรือประตูด้านหน้า แต่มันถูกดึงดูดลงสู่เบื้องล่าง—สู่พื้นหินแกรนิตหนาเตอะที่เชื่อมต่อไปยังโครงสร้างโบราณใต้ดินของหอคอย
"เส้นทางเดินมานาพวกนี้... เชื่อมโยงกับห้องเก็บศิลาเวทโบราณชั้นใต้ดินที่เราเพิ่งเผชิญหน้ากับกองทัพเงาเมื่อคืนก่อนใช่ไหมครับ อาจารย์" คายน์หันไปสบตากับอาจารย์สาวอย่างจริงจัง สมองอันเฉียบคมกำลังประมวลผลสถานการณ์ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว "พวกมันไม่ได้แค่ต้องการซ่อนตัวอยู่ในความมืด แต่มันกำลังใช้ห้องพักนักเรียนเป็นสะพานเชื่อมเพื่อดึงตัวคนที่มีค่ามานาสอดคล้องกับเป้าหมายของพวกมันลงไป"
เซเลสเทียชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาที่มักประดับอยู่มุมปากของเธอบางลงจนแทบมองไม่เห็น เธอเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มผู้เป็นลูกศิษย์คนโปรดด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มีทั้งความชื่นชมในไหวพริบและความกังวลลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น
"เธอคิดถูกครึ่งหนึ่ง คายน์" อาจารย์สาวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กลิ่นอายเวทมนตร์โบราณรอบตัวเธอแผ่ขยายออกเพื่อปัดเป่าไอเย็นประหลาดนั้นให้จางลง "แต่สิ่งที่พวกมันต้องการไม่ใช่แค่การจับตัวนักเรียนไปเฉยๆ หรอกนะ... ศิลาเวทใต้ดินกำลังต้องการ 'ตัวเชื่อม' เพื่อปลุกผนึกบางอย่างที่ถูกฝังไว้ตั้งแต่ยุคสงครามกวาดล้าง และเด็กที่ชื่อจูเลียนคนนี้ มีโครงสร้างมานาที่เข้ากันได้กับผนึกนั้นพอดีเป๊ะ"
บรรยากาศภายในห้องอึดอัดขึ้นถนัดตา ความเงียบงันเข้ามาแทนที่บทสนทนาชั่วขณะ คายน์กำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ความรู้สึกโกรธเคืองและสำนึกในหน้าที่ของอัศวินพลุ่งพล่านขึ้นในอก การปล่อยให้เพื่อนร่วมสถาบันถูกลักพาตัวไปต่อหน้าต่อตาในเขตปลอดภัยของหอพัก คือสิ่งที่หยิ่งในเกียรติของเขาไม่มีวันยอมรับ
"ถ้าอย่างนั้น เราก็ไม่มีเวลามานั่งคาดเดาแล้วล่ะครับ" คายน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว เขาเอื้อมมือไปหยิบดาบสั้นฝึกหัดที่วางพิงผนังขึ้นมาคาดเอว แม้จะรู้ดีว่ามันไม่อาจเทียบเท่าดาบยักษ์ในตำนาน แต่ความมุ่งมั่นในแววตาของเขานั้นคมกริบยิ่งกว่าคมดาบใดๆ "ผมจะลงไปข้างล่างเดี๋ยวนี้... อาจารย์จะอนุญาตหรือไม่อย่างไร ผมก็ต้องไปพาตัวจูเลียนกลับมาให้ได้"
เซเลสเทียมองท่าทีที่แข็งกร้าวแต่เปี่ยมด้วยความรับผิดชอบของเด็กหนุ่ม เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างจนใจ ก่อนจะยกมุมปากขึ้นยิ้มเล็กน้อย "เด็กดื้อเอ๊ย... ใครบอกว่าฉันจะห้ามเธอกันล่ะ? ในฐานะอาจารย์ผู้ดูแล ฉันแค่จะเตือนว่าทางลงด้านล่างไม่ได้เปิดต้อนรับแขกที่ไม่มีมารยาท... และฉันก็เตรียมเปิดทางลัดไว้ให้เธอแล้วต่างหาก"
พูดจบ อาจารย์สาวก็สะบัดมือเบาๆ พื้นห้องบริเวณมุมอับใกล้ตู้หนังสือก็สั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่แผ่นหินขนาดใหญ่จะเคลื่อนตัวเปิดออก เผยให้เห็นบันไดวนศิลาเก่าแก่ที่ทอดยาวลงสู่ความมืดมิด พร้อมกับกลิ่นอายมานาอันรุนแรงที่พัดตีขึ้นมาปะทะใบหน้าจนแทบหายใจไม่ออก
ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่คายน์คุ้นเคยก็ดังขึ้นก้องในโสตประสาท พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีทองที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า
[ ระบบตรวจพบเงื่อนไขพิเศษ: ภารกิจเร่งด่วนระดับ SSS "ช่วยเหลือนักเรียนผู้ถูกเลือกและทำลายผนึกแห่งความมืด" ]
[ เป้าหมาย: พาตัวจูเลียนกลับมาอย่างปลอดภัย และขัดขวางพิธีกรรมของอัศวินเกราะดำในห้องโถงใต้ดิน ]
[ เวลาที่เหลือ: 00:59:59 ]
[ คำเตือนจากระบบ: หากล้มเหลว ค่ามานาพื้นฐานทั้งหมดจะถูกรีเซ็ต และวิญญาณของผู้เกี่ยวข้องจะถูกผนึกถาวร ]
คายน์จ้องมองตัวเลขถอยหลังที่กระพริบเป็นสีแดงฉานด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววท้าทายออกมาอย่างชัดเจน เขาหันไปพยักหน้าให้เซเลสเทียเป็นเชิงส่งสัญญาณ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าสู่ปากทางลงบันไดวนมืดมิดโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ทว่า... ในขณะที่เขาก้าวพ้นขอบประตูลับลงไปได้เพียงสองขั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดเบื้องล่าง พร้อมกับเสียงหัวเราะแหברי้วที่ไม่ได้มาจากมนุษย์ และเงาร่างของอัศวินเกราะดำนับสิบตนที่ก้าวขึ้นมาประจันหน้าขวางทางลงไว้จนแน่นขนัด—ไม่ใช่เพื่อป้องกัน แต่เพื่อต้อนรับการมาเยือนของพวกเขาโดยเฉพาะ!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเติบโตของคายน์ด้วยกันเสมอนะครับ
อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย•ตอนที่ 10
คดีประหลาดในหอพักชาย
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!