เหล็กกระทบเหล็กจนเกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบในความมืด คายน์เอี้ยวตัวหลบคมดาบที่พุ่งเข้าใส่ลำคอด้วยสัญชาตญาณดิบที่ถูกขัดเกลามาจากการฝึกฝนอันยาวนาน น้ำหนักของดาบใหญ่ในมือขวาถ่ายเทลงสู่พื้นหินอย่างสมดุล เขารู้ดีว่าในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ความตื่นตระหนกคือศัตรูตัวฉกาจที่สุด
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยยังคงสะท้อนก้องมาจากความมืดเบื้องล่าง ราวกับกองทัพที่ฟื้นคืนชีพจากหลุมศพ อัศวินเกราะดำเบื้องหน้าพวกเขาทั้งสิบตนไม่ได้ส่งเสียงหายใจ มันมีเพียงไอความเย็นยะเยือกที่พวยพุ่งออกมาจากรอยต่อของเกราะเหล็กขึ้นสนิม ดาบในมือของพวกมันอาบไล้ด้วยคราบเลือดแห้งกรังส่งกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่วบริเวณแคบ ๆ ของบันไดวนใต้ดิน
"อย่ามองที่เกราะของพวกมันครับคายน์" เสียงหวานปนความเคร่งเครียดของอาจารย์เซเลสเทียดังขึ้นเหนือเสียงโลหะกระทบกัน ร่างเพรียวบางในชุดคลุมสีดำสนิทขยับเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว มือเรียวยาววาดวงเวทสีเงินยวงกลางอากาศ ปรากฏเป็นม่านพลังงานรูปทรงเรขาคณิตเข้าต้านทานการพุ่งโจมตีของอัศวินเงาสองตนที่พยายามอ้อมมาด้านหลัง "จุดตายของหุ่นเชิดเหล่านี้อยู่ที่รอยต่อใต้ข้อศอกซ้าย... มันคือจุดที่พลังมานาถูกส่งผ่านจากแกนกลาง"
คายน์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดให้มากความ สายตาคมกริบกวาดมองวิถีการเคลื่อนไหวของศัตรูในเสี้ยววินาที ระบบวิเคราะห์กระแสมานาในหัวของเขาทำงานอย่างหนักหน่วง เส้นสายสีฟ้าอ่อนนับร้อยปรากฏขึ้นในคลองจักษุ เผยให้เห็นการไหลเวียนของพลังงานเวทมนตร์โบราณที่ขับเคลื่อนร่างไร้วิญญาณเหล่านี้
*เร็วเกินไป ถ้าปะทะตรง ๆ ดาบฝึกหัดเล่มนี้คงหักเป็นสองท่อนแน่...*
เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ฃยับเท้าถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อสร้างมุมมองที่ได้เปรียบ อัศวินเกราะดำตนตรงหน้าเงื้อดาบฟันลงมาอย่างดุดัน แรงลมจากการเหวี่ยงดาบทำเอาฝุ่นผงบนผนังหินร่วงกราว คายน์ไม่หลบ... เขากลับพุ่งตัวเข้าไปหาคมดาบนั้นแทนด้วยความกล้าหาญที่ผสมผสานกับไหวพริบอันชาญฉลาด
จังหวะที่คมดาบเฉียดผ่านหัวไหล่ซ้ายไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร คายน์ก็หมุนตัวเข้าประชิดวงใน ใช้ด้ามดาบกระแทกเข้าที่ข้อศอกซ้ายของอัศวินเกราะดำอย่างแม่นยำ เสียงโลหะแตกหักดังสนั่นพร้อมกับแสงสีฟ้าที่วูบดับลง ร่างของอัศวินเหล็กกล้าทรุดฮวบลงกับพื้นและสลายกลายเป็นละอองฝุ่นสีดำทันที
"ยอดเยี่ยมมากครับคายน์ การรักษาความสุขุมภายใต้แรงกดดันระดับนี้... คุณทำได้ดีกว่าที่ผมคาดไว้เสียอีก" อาจารย์เซเลสเทียเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงที่เจือความภาคภูมิใจจาง ๆ แม้ใบหน้าภายใต้ฮู้ดสีดำจะยังคงเรียบเฉย แต่นัยน์ตาสีม่วงเข้มคู่นั้นกลับประกายแสงวับวาวท่ามกลางความมืด
"ผมแค่ทำตามหน้าที่ของอัศวินและลูกศิษย์ที่ดีเท่านั้นครับอาจารย์" คายน์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ บนมุมปาก แม้เม็ดเหงื่อจะผุดพรายเต็มกรอบหน้าเนื่องจากความเหนื่อยล้า แต่เขาก็ไม่มีเวลาให้พักหายใจ เมื่ออัศวินเกราะดำที่เหลืออีกแปดตนกำลังก้าวเข้ามาประชิดวงล้อมอย่างพร้อมเพรียง
บรรยากาศรอบตัวเริ่มอึดอัดมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อพวกเขาเดินลึก 10 ขั้น... 20 ขั้น... จนกระทั่งพ้นโค้งสุดท้ายของบันไดวนสู่ห้องโถงใต้ดินกว้างใหญ่ที่ถูกซ่อนเร้นมานานนับร้อยปี พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงห้องใต้ดินธรรมดา แต่เป็นซากปรักหักพังของโบราณสถานขนาดมหึมา ผนังหินสลักด้วยอักขระเวทมนตร์โบราณที่เรืองแสงสีแดงก่ำสลับกับสีดำสนิม ราวกับหัวใจที่กำลังเต้นระรัวด้วยความโกรธเกรี้ยว
ตรงใจกลางห้องโถง มีแท่นหินสีนิลตั้งตระหง่าน บนนั้น... มีคัมภีร์หนังมนุษย์เก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ปล่อยคลื่นพลังงานมืดมหาศาลที่กดทับจนพวกเขารู้สึกหายใจไม่ออก
"นั่นมัน..." คายน์เบิกตากว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสมานาที่คุ้นเคยอย่างประหลาด พลังงานสายนี้... มันมีความเชื่อมโยงกับบันทึกโบราณที่เขาเคยอ่านในห้องสมุดของโรงเรียน และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น มันคือต้นตอของความผิดปกติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในหอคอยเวทมนตร์แห่งนี้
"บันทึกแห่งพันธสัญญาเลือด..." อาจารย์เซเลสเทียพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ความเย็นชาที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกและความโศกเศร้าที่ถูกเก็บซ่อนไว้ลึกสุดหัวใจ "ไม่นึกเลยว่า... มันจะถูกเก็บไว้ที่ใต้สถาบันการศึกษาแห่งนี้โดยฝีมือของคน ๆ นั้น"
"คน ๆ นั้นหมายถึงใครกันครับอาจารย์?" คายน์หันไปมองอาจารย์สาวด้วยความสงสัยระคนเป็นห่วง เขารับรู้ได้ทันทีว่าอดีตอันลึกลับของเธอกำลังเชื่อมโยงเข้ากับสถานที่แห่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ก่อนที่อาจารย์เซเลสเทียจะได้เอ่ยคำใดตอบกลับ พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับแผ่นดินไหว เสียงคำรามต่ำ ๆ ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องล่างแท่นบูชา อักขระเวทมนตร์สีแดงบนผนังเปล่งแสงสว่างจ้าจนแสบตา คัมภีร์หนังมนุษย์กลางห้องโถงค่อย ๆ กางออกเองทีละหน้า พร้อมกับเงาร่างสีดำมหึมาที่ค่อย ๆ ผุดขึ้นมาจากพื้นผิวของแท่นหิน นัยน์ตาสีแดงฉานคู่ใหญ่เปิดขึ้นจ้องมองพวกเขาจากความมืดมิด...
ทันใดนั้น หน้าต่างระบบสีฟ้าใสก็เด้งขึ้นตรงหน้าของคายน์ด้วยตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบถี่รัว พร้อมเสียงแจ้งเตือนที่ดังสะท้อนก้องในโสตประสาท
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวตนระดับภัยพิบัติ 'ผู้กล้าแห่งความมืด' (เงาตกค้างพันปี) กำลังตื่นจากการหลับใหล]
[ภารกิจเร่งด่วนระดับ SSS: 'รอดชีวิตจากเงาอดีตและปกป้องกุญแจแห่งหอคอย' ถูกกระตุ้นอัตโนมัติ]
[คำเตือน: โอกาสรอดชีวิต 0.03% — โปรดเตรียมรับมือการโจมตีที่จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของทวีปนี้ตลอดกาล]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับคายน์และอาจารย์เซเลสเทียในทุก ๆ ย่างก้าวของการผจญภัยนี้นะครับ
อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย•ตอนที่ 11
ร่องรอยสีเลือดใต้พื้นดิน
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!