กลิ่นอายของสนิมเหล็กและควันไฟจางๆ คละคลุ้งอยู่ในความฝันของเด็กชายวัยสิบขวบ...
ในห้วงนิทราอันมืดมิด คายน์ เอลไรท์ ไม่ได้ยินเสียงนกร้องต้อนรับยุ่งเหยิงยามเช้าเหมือนเด็กทั่วไป สิ่งที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทคือเสียงโลหะกระทบกัน เสียงกรีดร้องของมนุษย์ และเสียงคำรามต่ำๆ ของสัตว์อสูรที่ดังมาจากฟากฟ้า
เบื้องหน้าของเขาคือซากปรักหักพังของหอคอยโบราณ เปลวเพลิงสีครามกำลังเผาผลาญศิลาแกร่งจนหลอมละลาย หยาดฝนสีแดงฉานโปรยปรายลงมาผสมกับหยาดน้ำตาและเลือดสดๆ บนพื้นดินที่เขายืนอยู่
"คายน์... หนีไป..."
เสียงนั้นแผ่วเบาเหลือเกิน แต่มันสั่นสะเทือนไปถึงก้นบึ้งหัวใจ เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีขาวเปื้อนฝุ่นควันกำลังทรุดตัวลงพิงเสาศิลาหักพ่นโลหิตสีเข้ม มือเรียวบางที่เคยอบอุ่นบัดนี้เย็นเฉียบและสั่นเทา กำกุญแจเงินลวดลายประหลาดเอาไว้แน่น ดวงตาสองสีที่เคยเปล่งประกายคมกล้า บัดนี้ร่วงโรยราวกับแสงสุดท้ายของเทียนไขที่ใกล้ดับมอด
เด็กชายพยายามวิ่งเข้าไปหาพยายามคว้ามือคู่นั้น แต่ทว่า... ร่างกายของเขากลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งกาลเวลา ยิ่งเขาพยายามก้าวเท่าไหร่ ระยะห่างระหว่างเขากับเงาร่างนั้นก็ยิ่งกว้างขึ้นทุกที
"อาจารย์...!"
คายน์สะดุ้งเฮือก ลืมตาโพลงขึ้นมาในความมืดมิดของห้องพักส่วนตัวภายในหอคอยเวทมนตร์ หน้าอกของเขาเคลื่อนไหวขึ้นลงอย่างรุนแรง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าและแผ่นหลัง ไอร้อนจากความฝันยังคงหลงเหลืออยู่จนรู้สึกแสบผิว
เด็กชายยกมือขึ้นกุมขมับ พยายามปรับลมหายใจให้เข้าที่ ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องที่คุ้นเคย แสงจันทร์สีนวลที่ลอดผ่านหน้าต่างบานแคบสาดส่องลงบนพื้นหิน ช่วยดึงสติให้เขากลับคืนสู่ความเป็นจริงทีละน้อย
สิบปีแล้วสินะ... ตั้งแต่วันที่เหตุการณ์นั้นพรากทุกอย่างไปจากความทรงจำของเขา
คายน์ถอนหายใจยาวเหยียด เขาพลิกตัวลงจากเตียงอย่างเงียบเชียบ สวมเสื้อคลุมสีเข้มทับชุดนอนแล้วเดินไปยังโต๊ะทำงานริมหน้าต่าง ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนพื้นผิวไม้เก่าแก่ สมองอันเฉียบคมเริ่มประมวลผลข้อมูลในหัว แม้ว่าเขาจะสูญเสียความทรงจำบางส่วนในช่วงวัยเด็กไปจากการกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรงในคืนนั้น แต่ทว่า... เศษเสี้ยวความทรงจำที่กลับมาในคืนนี้กลับชัดเจนเสียจนน่ากลัว
ภาพของกุญแจเงินในความฝัน... มันช่างคุ้นตาเหลือเกิน
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นแผ่วเบา แต่ท่ามกลางความเงียบสงบยามวิกาล กลับดังชัดเจนจนคายน์ต้องหันขวับไปมอง สัญชาตญาณอัศวินเตือนภัยทันที เขากระชับดาบไม้ที่วางพิงผนังไว้มั่น แม้จะไม่มีมานาไหลเวียนเพื่อร่ายเวทมนตร์โจมตี แต่วิชาดาบและไหวพริบของเขาก็ไม่เป็นรองใคร
"ใครน่ะครับ?" คายน์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น
"ดึกดื่นค่อนคืนแล้ว เจ้ายังไม่นอนอีกหรือ เจ้าหนูหัวรั้น"
เสียงหวานทุ้มที่คุ้นเคยดังลอดผ่านบานประตูเข้ามา มันคือเสียงของอาจารย์เซเลสเทีย อาจารย์ผู้ดูแลหอคอยเวทมนตร์ผู้ลึกลับ หญิงสาวผู้มักจะซ่อนความรู้สึกไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉยและท่าทางเย็นชา
คายน์รีบเดินไปปลดกลอนแล้วเปิดประตูออก สิ่งที่เขาพบคือร่างระหงในชุดคลุมยาวสีดำสนิท เส้นผมสีเงินยวงทอประกายล้อกับแสงจันทร์ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับไม่ได้มองมาที่เขาโดยตรง แต่มันมองผ่านไหล่ของเขาเข้าไปในห้อง ราวกับกำลังสำรวจร่องรอยบางอย่างที่หลงเหลือจากความฝัน
"อาจารย์มีธุระอะไรดึกดื่นป่านนี้ครับ?" คายน์ถามพลางขยับตัวเปิดทางให้เธอก้าวเข้ามาในห้อง
เซเลสเทียเดินผ่านเขาไปอย่างไร้เสียง กลิ่นอายจางๆ ของดอกจันทร์กระจ่างลอยแตะจมูก กลิ่นเดียวกับที่เขาเคยสัมผัสได้ในความทรงจำเมื่อสิบปีก่อน เธอยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน สายตาสะดุดเข้ากับสมุดบันทึกเล่มหนਾที่เขากำลังเปิดค้างไว้
"เจ้าฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้วใช่ไหม?" เซเลสเทียเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบจนเดาอารมณ์ไม่ออก แต่ถ้าสังเกตให้ดี ปลายเรียวนิ้วที่ประสานกันไว้ที่หน้าท้องกลับบีบเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาว
คายน์หรี่ตาลงเล็กน้อย เขาไม่เคยปิดบังอะไรจากอาจารย์สาวผู้นี้ได้เลย ตั้งแต่เขาเข้ามาศึกษาที่หอคอยแห่งนี้ เซเลสเทียคือคนเดียวที่คอยดูแลและฝึกฝนเขา แม้รูปแบบการสอนจะเข้มงวดและไร้ความปรานี แต่ทุกการกระทำกลับแฝงไปด้วยความห่วงใยที่เธอพยายามปกปิดไว้
"ครับ... ภาพมันชัดเจนกว่าทุกครั้ง เสียงเหล่านั้น กลิ่นอายของความพินาศ และ... กุญแจดอกนั้น" คายน์ตอบตามความจริง น้ำเสียงของเขามีความลังเลเจืออยู่เล็กน้อย "อาจารย์ครับ ทำไมผมถึงจำเรื่องราวก่อนอายุสิบขวบไม่ได้เลยล่ะครับ? มีความลับอะไรที่พวกท่านกำลังปิดบังผมอยู่กันแน่?"
เซเลสเทียชะงักไปชั่วขณะ เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่ม แสงจันทร์สาดกระทبใบด้านข้างของเธอ เผยให้เห็นแววไหววูบในดวงตาสองสีคู่นั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่มันจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม
"บางความจริง... การไม่รู้ อาจจะปลอดภัยกว่าสำหรับตัวเจ้าเอง, คายน์" เธอกล่าวเสียงแผ่วเบา "โลกภายนอกหอคอยนี้ไม่ได้อ่อนโยน และอดีตที่เจ้าตามหามันไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด"
"แต่อดีตมันคือราก ฐานของปัจจุบันนะครับอาจารย์!" คายน์ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ผมไม่อريدเป็นแค่อัศวินไร้ดาบที่คอยวิ่งตามเงาของตัวเอง ผมต้องการรู้ว่าผมเป็นใคร และทำไมผมถึงอ่านกระแสมานาได้แต่ร่ายเวทไม่ได้... มันเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในคืนนั้นใช่ไหมครับ?"
บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ เซเลสเทียจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความมุ่งมั่นและประกายความฉลาดในดวงตาของคายน์ ช่างทับซ้อนกับใครบางคนในอดีตเสียเหลือเกิน... คนที่เธอเคยสัญญาว่าจะปกป้องด้วยชีวิต
เซเลสเทียเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่ทว่า...
ติ๊ง!
[แจ้งเตือนระบบภารกิจพิเศษระดับ SSS: กุญแจแห่งพันธสัญญาโบราณถูกกระตุ้น!]
[เงื่อนไขลับ: เผชิญหน้ากับความจริงเบื้องหลังหอคอยแห่งกาลเวลา]
[คำเตือนจากระบบ: ภัยคุกคามจากเงาอดีตกำลังคืบคลานเข้าใกล้ หอคอยเวทมนตร์ถูกปิดตายโดยสมบูรณ์!]
เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยแต่เยียบเย็นดังขึ้นในหัวของคายน์ พร้อมๆ กับที่เปลวเพลิงสีครามลุกโชนขึ้นที่มุมห้องอย่างไร้สาเหตุ!
เซเลสเทียเบิกตากว้าง สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความลังเลกลายเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เธอกระชากแขนของคายน์ให้ถอยหลังไปชนกับผนังห้องทันที
"แย่แล้ว..." เสียงของเธอลอดไรฟันออกมาด้วยความร้อนรน "พวกมันตามหาเราเจอแล้ว..."
ยังไม่ทันที่คายน์จะได้เอ่ยถามอะไร พื้นห้องใต้เท้าของพวกเขาก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับมีบางสิ่งมหึมาขนาดมหาศาลกำลังพังทลายประตูรั้วเวทมนตร์ชั้นนอกเข้ามา และในวินาทีนั้นเอง... เงาร่างนับร้อยก็ปรากฏขึ้นรายล้อมรอบหอคอย พร้อมกับเสียงกระซิบอันเย็นเยียบที่ดังมาจากทุกทิศทุกทาง—
"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... เจ้าชายแห่งเอลไรท์"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับคายน์และอาจารย์เซเลสเทียในค่ำคืนอันมืดมิดนี้นะครับ
อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย•ตอนที่ 12
เสียงกระซิบจากอดีต
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!