"ความแตกต่างระหว่างเหล็กกล้าที่แท้จริงกับก้อนแร่ดิบ ก็คือวิธีที่พวกมันยอมรับแรงกระแทกครับ คายน์"
เสียงทุ้มต่ำของเซเลสเทียลอยลอดผ่านความเงียบงันของลานประลองยุทธ์ใต้ดิน แสงคบเพลิงวับแวมสะท้อนดวงตาสีมรกตของเธอที่จ้องมองเด็กหนุ่มอย่างพิจารณา เบื้องหน้าของเขาทั้งสองคือ ‘กริฟฟอนเหล็กกล้า’ อสูรเวทมนตร์ระดับสูงที่ถูกสร้างขึ้นจากศิลาเวทและแร่ทังสเตน มันส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ กรงเล็บขนาดมหึมาขูดขีดพื้นหินจนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
คายน์ เอลไรท์ ไม่ได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว มือขวาของเขากุมด้ามดาบไม้ซ้อมมือแน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาว แม้ว่าเขาจะอ่านกระแสมานาและเห็นจุดอ่อนของเจ้าอักษรยักษ์ตัวนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง แต่ด้วยสรีระและพละกำลังที่ด้อยกว่า รวมถึงการที่เขาไม่สามารถร่ายเวทมนตร์โจมตีตรงๆ ได้ การเผชิญหน้ากับมันด้วยกำลังย่อมเท่ากับการเดินเข้าสู่ความตายอย่างแน่นอน
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะเอาชนะมันด้วยการปะทะพละกำลังหรอกครับ อาจารย์" คายน์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีด "บางครั้ง... ของหนักๆ ก็มักจะล้มลงได้ง่ายที่สุด หากเรารู้ว่าจุดศูนย์ถ่วงของมันอยู่ที่ไหน"
ย้อนกลับไปเมื่อสามสตรูก่อน การประเมินสถานการณ์ในสนามรบคือสิ่งเดียวที่แยกผู้มีชีวิตรอดออกจากศพ คายน์ใช้เวลาตลอดคืนที่ผ่านมาในการศึกษาพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของกริฟฟอนเหล็กกล้าตัวนี้ผ่านตำราโบราณในห้องสมุดลับของเซเลสเทีย เขารู้ว่ามันมีจุดบอดที่สำคัญที่สุด นั่นคือวงแหวนเวทมนตร์แกนกลางที่อยู่บริเวณข้อต่อหัวเข่าซ้าย ซึ่งเป็นจุดที่กระแสมานาไหลเวียนติดขัดมากที่สุดเนื่องจากความเสียหายจากการทดลองเมื่อร้อยปีก่อน
"ถ้าเช่นนั้น ข้าจะรอดูฝีมือของอัศวินไร้ดาบผู้นี้ก็แล้วกัน" เซเลสเทียถอยหลังไปสองก้าว รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ ความเชื่อใจที่เธอมีต่อเด็กหนุ่มคนนี้ถูกพิสูจน์มาแล้วหลายครั้งในยามวิกฤต
*ตึง!*
กริฟฟอนเหล็กกล้าไม่รอให้ทั้งคู่สนทนากันจบ มันพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง ปีกเหล็กขนาดใหญ่กางออกเพื่อสร้างคลื่นลมกระโชกแรงที่พัดเอาฝุ่นผงตลบอบอวล แรงปะทะจากพายุย่อยทำให้ชุดคลุมของคายน์โบกสะบัดอย่างรุนแรง
ในเสี้ยววินาทีที่อสูรเวทพุ่งเข้ามาถึงตัว คายน์ไม่ได้พยายามหลบไปด้านข้างตามสัญชาตญาณดิบ เขากลับพุ่งตัวสวนเข้าไปหาเงาทะมึนนั้นอย่างอาจหาญ การตัดสินใจที่บ้าบิ่นในสายตาคนนอกนี้ทำให้เซเลสเทียถึงกับเผลอกลั้นหายใจ
*เปรี้ยง!*
กรงเล็บเหล็กตะปบลงบนพื้นหินจุดที่คายน์ยืนอยู่เมื่อเสี้ยววินาทีមុនจนแตกละเอียดเป็น Jars เศษหินกระจายไปทั่วทิศทาง แต่ร่างของเด็กหนุ่มกลับไถลตัวต่ำลอดผ่านท้องของกริฟฟอนไปได้อย่างฉิวเฉียด กลิ่นอายของสนิมเหล็กและไอร้อนจากแกนเวทคละคลุ้งไปทั่วโพรงจมูก
นี่คือจังหวะที่เขาคำนวณไว้!
คายน์ใช้ดาบไม้ในมือกระแทกเข้าที่ ‘จุดศูนย์ถ่วง’ บริเวณข้อต่อหัวเข่าซ้ายของกริฟฟอนอย่างแม่นยำและไร้ความลังเล พลังมานาที่เขาควบคุมผ่านปลายนิ้วถูกส่งผ่านเนื้อไม้เข้าไปรบกวนวงแหวนเวทภายในทันที แรงสั่นสะเทือนระดับไมโครสร้างความปั่นป่วนให้แก่กระแสมานาของอสูรยักษ์ราวกับลิ่มตัวเล็กที่ขัดเฟืองจักรกลขนาดมหึมา
*ครืดดด—ตึง!*
เสียงโลหะเสียดสีกันดังสนั่นหวั่นไหว กริฟฟอนเหล็กกล้าเสียการทรงตัวอย่างกะทันหัน น้ำหนักนับตันของมันเทไปข้างหน้าตามแรงเหวี่ยง และด้วยความที่ข้อต่อหัวเข่าถูกขัดขวางการไหลเวียนของมานา ร่างยักษ์นั้นจึงล้มคะมำลงกระแทกพื้นศิลาอย่างรุนแรง ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ แรงสะเทือนทำให้ผนังถ้ำสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
เซเลสเทียพยักหน้ารับด้วยความชื่นชมในดวงตา การใช้หลักการของกระแสมานามาหักล้างกับเครื่องจักรเวทมนตร์ เป็นวิถีการต่อสู้ที่ชาญฉลาดและเหนือชั้นกว่าการใช้กำลังเข้าหักหาญอย่างสิ้นเชิง
คายน์ลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าอย่างใจเย็น เขากำลังจะหันไปรายงานความสำเร็จให้อาจารย์สาวฟัง แต่ทว่า... บรรยากาศภายในลานประลองกลับเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา
อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เสียงคำรามของกริฟฟอนเหล็กกล้าที่ควรจะแน่นิ่งไปแล้ว กลับดังขึ้นอีกครั้งด้วยโทนเสียงที่แหลมสูงและแปลกประหลาด ดวงตาสีแดงฉานของมันไม่ได้สะท้อนภาพของหุ่นยนต์เวทมนตร์ไร้จิตวิญญาณอีกต่อไป แต่มันกลับเปล่งประกายด้วย ‘จิตสังหาร’ อันเข้มข้นราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด
ไม่เพียงแค่นั้น รอยแยกบนพื้นหินที่กริฟฟอนล้มลงเมื่อครู่ กลับมีละอองแสงสีม่วงเข้มพวยพุ่งขึ้นมา พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท ราวกับมีดวงวิญญาณนับร้อยกำลังกรีดร้องจากใต้พื้นพิภพ
"คายน์ ถอยออกมาเดี๋ยวนี้!" เสียงของเซเลสเทียเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เธอสะบัดมือขวาเรียกคถาประจำตัวออกมาทันที
เด็กหนุ่มชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นระส่ำด้วยสัญชาตญาณอันตรายที่ส่งเสียงร้องเตือนภัยดังลั่นในหัว สายตาของเขาจ้องมองไปยังร่างของกริฟฟอนที่กำลังหลอมละลายกลายเป็นของเหลวสีดำสนิท และจากใจกลางความมืดมิดนั้น ร่างเงาสูงใหญ่สวมเกราะอัศวินโบราณที่ถือดาบเล่มยักษ์กำลังค่อยๆ ก้าวเท้าเหยียบย่างขึ้นมาจากพื้นดินทีละน้อย
บนหน้าจอโปร่งใสที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตาของคายน์ มีข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานกระพริบถี่รัว พร้อมเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังก้องกังวานในหัว
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวตนระดับภัยพิบัติ - "แม่ทัพไร้เงาแห่งป้อมปราการที่สูญหาย"]
[คำเตือน: เงื่อนไขการปลดล็อกบอสลับถูกกระตุ้นโดยไม่คาดคิด ระดับอันตราย: SSS]
[เป้าหมายการเอาชีวิตรอด: ไม่มีข้อมูล - ขอให้อัศวินทุกท่านเตรียมใจรับมือ]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบททดสอบอันตรายนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
วาเลนเทียอัศวินมืด
อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย•ตอนที่ 13
กลยุทธ์เหนือพลังทำลาย
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!