อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย•ตอนที่ 14

ความเชื่อใจกลางพายุ

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
"หลักฐานที่ประจักษ์ชัดเจนต่อหน้าพวกเราในตอนนี้ คือพลังงานมานาปริศนาที่บิดเบือนไปจากกฎเกณฑ์ของสถาบันอคาเดมี่... และผู้เดียวที่ยืนอยู่ ณ จุดศูนย์กลางของความผิดปกตินั้น ก็คือเด็กหนุ่มในความดูแลของเธอเอง อาจารย์เซเลสเทีย" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของหัวหน้าคณะกรรมการวินัยดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมลับใต้หอคอยโบราณ บรรยากาศภายในห้องนั้นอบอวลไปด้วยไอเย็นยะเยือกจากเวทมนตร์ตรวจสอบที่ยังคงคุกรุ่น แสงสีฟ้าจางๆ จากวงเวทย์อักขระโบราณยังคงทอดยาวบนพื้นหินอ่อน สะท้อนเงาของบรรดาอาจารย์อาวุโสหลายคนที่นั่งล้อมรอบโต๊ะทรงกลมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คายน์ เอลไรท์ ยืนตรงเป็นสง่าอยู่กลางห้อง แม้ร่างกายจะผ่านศึกหนักจากการประลองยุทธ์และควบคุมกระแสมานาอันบ้าคลั่งมาหมาดๆ แต่ท่าทีของเขากลับไม่มีความหวาดกลัวปรากฏให้เห็นเลยแม้แต่น้อย เด็กหนุ่มประสานสายตากับคณะกรรมการแต่ละท่านด้วยความสุขุม เยือกเย็น และยึดมั่นในเกียรติยศของอัศวินอย่างไม่เสื่อมคลาย เขารู้ดีว่าทุกคำพูดและการกระทำในตอนนี้ ไม่ได้หมายถึงแค่ชะตากรรมของตัวเขาเอง แต่มันหมายถึงเกียรติและอนาคตของอาจารย์ผู้ยืนเคียงข้างเขาด้วย เซเลสเทียขยับตัวเล็กน้อย ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวขึ้นมาบังร่างของคายน์ไว้ครึ่งหนึ่งอย่างเป็นธรรมชาติ แว่นกรอบเงินสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงวับวาม ซ่อนเร้นประกายตาคมกริบที่ยากจะคาดเดา "กฎของสถาบันระบุไว้อย่างชัดเจนว่า การใช้วิชาดาบไร้มานาและการอ่านกระแสมานาขั้นสูง ไม่ถือเป็นความผิดหากอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญระดับสูง" เสียงของเซเลสเทียราบเรียบ เย็นชา และทรงพลังราวกับน้ำแข็งขั้วโลกที่พร้อมจะแช่แข็งทุกข้อกล่าวหา "และดิฉัน... ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้รับผิดชอบโดยตรง ขอรับรองความบริสุทธิ์ของเด็กคนนี้ด้วยเกียรติทั้งหมดที่มี" "การรับปากด้วยเกียรติมันง่ายเกินไปครับ อาจารย์เซเลสเทีย" อาจารย์อาวุโสฝ่ายสอบสวนแย้งขึ้นทันควัน พร้อมกับเลื่อนแฟ้มเอกสารเวทมนตร์ส่งเสียงดังครูดบนโต๊ะ "พวกเราพบร่องรอยการเชื่อมต่อพลังงานจากมิติภายนอกในคราบของ 'อัศวินไร้ดาบ' เด็กคนนี้ไม่เพียงแค่อ่านกระแสมานาได้ แต่เขากำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างมานาของหอคอยเวทมนตร์แห่งนี้โดยที่เราไม่รู้ตัว... หากปล่อยไว้ อาจเกิดหายนะซ้ำรอยโศกนาฏกรรมเมื่อสิบปีก่อนก็เป็นได้" สิ้นคำว่า 'โศกนาฏกรรมเมื่อสิบปีก่อน' บรรยากาศในห้องก็ดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งในพริบตา คายน์สังเกตเห็นมือเรียวใต้ชายแขนเสื้อของอาจารย์เซเลสเทียกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว แม้ใบหน้าของเธอจะยังคงนิ่งสงบไร้คลื่นอารมณ์ แต่เขารู้... เขารู้ว่าบาดแผลในอดีตกำลังถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเครื่องมือโจมตี เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก 1 จังหวะ ก่อนจะก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อยืนเคียงข้างอาจารย์อย่างเต็มตัว เป็นการกระทำที่แสดงออกถึงความจงรักภักดีและปกป้องอย่างลูกผู้ชาย "เรียนท่านหัวหน้าคณะกรรมการและคณาจารย์ทุกท่านครับ" น้ำเสียงของคายน์นุ่มนวลแต่หนักแน่นก้องกังวานไปทั่วห้อง "สิ่งที่พวกท่านเรียกว่า 'ความผิดปกติ' และ 'อันตราย' นั้น แท้จริงแล้วมันคือผลลัพธ์ของการฝึกฝนอย่างไร้ความปราณี และความพยายามที่จะทำความเข้าใจในวิถีแห่งเวทมนตร์จากมุมมองที่แตกต่างต่างหากครับ" "สามห่าว!" อาจารย์ฝ่ายสอบสวนตบโต๊ะเสียงดังลั่น "เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ มีสิทธิ์อะไรมาพูดเรื่องมุมมองกับพวกเรา!" "ผมไม่มีสิทธิ์อื่นใด นอกจากสิทธิ์ในฐานะอัศวินที่ยึดมั่นในความจริงครับ" คายน์สบตาอีกฝ่ายโดยไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย "ถ้าหากการที่ผมสามารถอ่านกระแสมานาเพื่อปกป้องเพื่อนร่วมสถาบันจากภัยมืดเมื่อวานนี้ คือความผิด... ถ้างั้นเกียรติยศของอัศวินที่สถาบันแห่งนี้พยายามสั่งสอนพวกเรามาตลอด ก็คงเป็นเพียงแค่คำโกหกหลอกลวงเท่านั้น" ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ทุกสายตาหันมาจ้องมองเด็กหนุ่มวัยรุ่นผู้มีความกล้าหาญจนน่าตกใจ ความนิ่งและไหวพริบในการตอบโต้ของคายน์ทำให้บรรดาอาจารย์อาวุโสหลายคนถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคอ เซเลสเทียหันมามองเสี้ยวหน้าของคายน์แวบหนึ่ง แววตาที่เคยเย็นชาฉายประกายความอบอุ่นลึกซึ้งที่ยากจะมองเห็น เธอสัมผัสได้ถึงพลังใจอันแข็งแกร่งของเด็กหนุ่มผู้นี้ มันไม่ใช่พลังเวทมนตร์ที่รุนแรงทำลายล้าง แต่เป็นพลังแห่งจิตวิญญาณที่พร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างผู้มีพระคุณอย่างไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด "พอได้แล้วครับ" น้ำเสียงทรงอำนาจอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ผู้อำนวยการสถาบันผู้เฒ่าที่นั่งเงียบมาตลอดค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาผ่านโลกมามากกวาดมองทุกคนในห้อง "ในเมื่ออาจารย์เซเลสเทียกล้าเอาชื่อเสียงและตำแหน่งทั้งหมดมายืนยัน และตัวเด็กหนุ่มเองก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริง... เราก็ควรให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ตัวเอง" อาจารย์ฝ่ายสอบสวนทำท่าจะคัดค้าน แต่เมื่อเจอสายตาคมกริบของผู้อำนวยการเข้าไปก็จำต้องกลืนคำพูดกลับลงไปในคอ "การพิสูจน์จะมีขึ้นในการทดสอบภาคสนามประจำฤดูกาลที่จะถึงนี้" ผู้อำนวยการประกาศิตด้วยน้ำเสียงกังวาน "หากคายน์ เอลไรท์ สามารถผ่านบททดสอบแห่งหุบเขามรณะโดยไม่พึ่งพาพลังงานปริศนาที่เป็นปัญหาได้ ข้อกล่าวหาทั้งหมดจะถูกยกเลิก แต่ถ้าเขาทำไม่ได้... ทั้งตัวเขาและอาจารย์เซเลสเทียจะต้องรับโทษทัณฑ์ตามกฎสูงสุดของสถาบัน" คำประกาศนั้นสร้างความกดดันให้พุ่งทะยานถึงขีดสุด หุบเขามรณะขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายและสภาพแวดล้อมที่กลืนกินมานาของผู้ใช้เวทมนตร์ การส่งคายน์ซึ่งเป็น 'อัศวินไร้ดาบ' เข้าไปในที่แบบนั้น แทบไม่ต่างอะไรกับการส่งไปตาย แต่ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำพูดใดเพิ่มเติม ระบบแจ้งเตือนลึกลับที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของคายน์ในห้วงความคิด— [ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขพิเศษจากภารกิจระดับ SSS: "คำสาบานแห่งหุบเขามรณะ"] [เป้าหมาย: เอาชีวิตรอดและเปิดผนึกความทรงจำที่หายไปของอาจารย์เซเลสเทีย ณ ใจกลางหุบเขา] [รางวัล: ปลดล็อกสายอาชีพขั้นสูง "ดาบศักดิ์สิทธิ์แห่งพันธสัญญา" และค่าสถานะความผูกพันระดับสูงสุด] [คำเตือน: บอสลับผู้หลับใหลในหุบเขากำลังลืมตาตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลอันยาวนาน...] ดวงตาของคายน์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่ออ่านข้อความบรรทัดสุดท้ายจบ ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้นผสมผสานกับความอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครของเราในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%