..."เจอตัวแล้ว เจ้าหนูผู้ตื่นรู้... ทายาทแห่งตั๋วสัญญาใช้หนี้โลหิตเอ๋ย"
เสียงกระซิบที่แหบพร่าราวกับเสียงเสียดสีของใบมีดสนิมกรีดผ่านโสตประสาทของคายน์ เอลไรท์ จนขนอ่อนทั่วร่างลุกชัน ความเย็นยะเยือกไม่ได้มาจากอุณหภูมิรอบตัว หากแต่มาจากเจตนาฆ่าที่พุ่งตรงมายังแผ่นหลังของเขาอย่างแม่นยำ ในหอคอยโบราณชั้นที่เจ็ด ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในแสงจันทร์สลัว เงาร่างหนึ่งกำลังก้าวออกจากความมืดอย่างเชื่องช้า
คายน์ไม่หันหลังกลับทันที—นั่นคือสัญชาตญาณแรกของอัศวินผู้ผ่านสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วน การเคลื่อนไหวที่ปราศจากการคำนวณมีแต่จะพาไปสู่ความตาย เขาใช้หูฟังเสียงฝีเท้าที่เหยียบลงบนพื้นหินอย่างแผ่วเบา น้ำหนัก การทิ้งตัว และจังหวะก้าว ล้วนบอกถึงความเชี่ยวชาญในการลอบสังหารระดับสูง
"คุณเป็นใคร?" คายน์ถามเสียงเรียบ แม้ในใจจะประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว มือซ้ายของเขาเอื้อมไปแตะด้ามจับดาบไม้ที่เหน็บไว้ข้างเอวโดยอัตโนมัติ ถึงแม้ว่าเขาจะร่ายเวทไม่ได้ แต่ปฏิกิริยาตอบสนองและการอ่านกระแสมานาของเขากลับคมชัดยิ่งกว่าใครในรุ่นเดียวกัน
เงาร่างนั้นหยุดเดิน เสียงหัวเราะแหบแห้งดังขึ้นในลำคอ "เจ้าหนู... เจ้าถือครองสิ่งที่ไม่ควรเป็นของเจ้า ดาบไร้คมที่ไม่มีวันร่ายเวทได้ แต่อาจกลับกลายเป็นกุญแจปลดปล่อยสิ่งที่หลับใหล... อาจารย์ของเจ้าไม่ได้สอนหรือว่า อย่าเอาหางไปเหยียบหางเสือ?"
สิ้นเสียงนั้น แรงกดดันมหาศาลก็พุ่งทะยานเข้าใส่ราวกับคลื่นใต้น้ำ คายน์กัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน เข่าทั้งสองข้างทรุดลงไปบนพื้นหินครึ่งหนึ่ง แรงดึงดูดของมานาที่กดทับทำให้ลมหายใจติดขัด นี่ไม่ใช่เวทมนตร์โจมตีทั่วไป แต่มันคือ "เขตอาคมกดดันจิตวิญญาณ" ที่มีแต่จอมเวทระดับสูงเท่านั้นที่ทำได้
ทว่า ก่อนที่คายน์จะหมดสว่างและล้มลงไป ประตูกระจกสีโบราณที่อยู่ลึกเข้าไปในห้องก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ!
เศษแก้วกระจายว่อนกลางอากาศราวกับสายฝนประกายเพชร ร่างเพรียวบางในชุดคลุมสีดำสนิทพุ่งทะยานเข้ามาขวางกั้นระหว่างคายน์กับผู้มาเยือนอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ ปลายชายผ้าคลุมสะบัดสร้างม่านมานาสีครามเข้มขึ้นปกป้องเด็กหนุ่มไว้ในพริบตา
"ใครอนุญาตให้สุนัขรับใช้จากแดนใต้ เข้ามาเหยียบเขตหวงห้ามของหอคอยนี้?"
เสียงหวานกังวานแต่เย็นยะเยือกจนบาดลึกถึงกระดูกดำหลุดออกมาจากริมฝีปากของอาจารย์เซเลสเทีย ดวงตาคู่สวยภายใต้เงาฮู้ดทอประกายสีอำพันเรืองโรจน์อย่างน่าสะพรึงกลัว บรรยากาศรอบตัวนางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ผู้เงียบขรึม กลายเป็นนักล่าผู้กระหายเลือดที่พร้อมจะฉีกกระชากผู้บุกรุกเป็นชิ้นๆ
ผู้บุกรุกในชุดคลุมสีเทาเข้มหัวเราะในลำคออย่างไม่เกรงกลัว "โอ้... ท่านหญิงแห่งพันธสัญญาโลหิต ไม่นึกเลยว่าท่านจะยังซ่อนตัวอยู่ที่นี่ สอนเด็กหนุ่มคนนี้ให้เป็นทายาทคนต่อไปสินะครับ? น่าเสียดาย... อดีตของท่านมันเน่าเฟะเกินกว่าจะล้างออกหรอกนะ"
เซเลสเทียไม่ได้ตอบคำถาม นางยกมือขึ้นช้าๆ อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงหึ่งต่ำๆ มานาเข้มข้นรวมตัวกันที่ปลายนิ้วกลายเป็นหอกแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่ส่องสว่างจนแสบตา "ถ้าเจ้ายังไม่อยากตายที่นี่ จงคายสิ่งที่เจ้าพกมาแล้วไสหัวไปซะ"
"ฮึ... ข้าไม่ได้มาเพื่อสู้กับท่านในวันนี้ ท่านเซเลสเทีย" ผู้บุกรุกถอยหลัง1ก้าว เงาร่างเริ่มเลือนรางกลายสภาพเป็นกลุ่มควันสีดำ "แต่จำคำข้าไว้... ตั๋วสัญญาใช้หนี้ใบนั้น ถึงเวลาต้องชำระแล้ว และดอกเบี้ยมันก็แพงมหาศาลเสียด้วย..."
สิ้นเสียง ร่างนั้นก็สลายหายไปกับความมืดอย่างไร้ร่องรอย ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นมาก่อน
หอคอยกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคายน์ที่พยายามพยุงตัวเองลุกขึ้นยืนด้วยความช่วยเหลือจากผนังห้อง
"อาจารย์..." คายน์เอ่ยเรียกเสียงแผ่ว เขามองแผ่นหลังของอาจารย์สาวที่ยังคงยืนนิ่งสนิท มือของนางที่ประสานกันอยู่ข้างลำตัวสั่นเทาเล็กน้อย—เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นร่องรอยความเปราะบางจากผู้หญิงที่แข็งแกร่งที่สุดในความรู้สึกของเขา
เซเลสเทียค่อยๆ ลดมือกลายลง นางหันกลับมามองลูกศิษย์ด้วยสายตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย มีทั้งความกังวล ความโกรธ และบางสิ่งที่ลึกล้ำกว่านั้น... ความเศร้าโศกที่ฝังรากลึกมานับสปีด
"เจ้าไม่ควรตามมาที่นี่ คายน์" เสียงของนางแผ่วเบาและแหบพร่ากว่าทุกครั้ง
"ผมปล่อยให้อาจารย์มาเผชิญหน้ากับอันตรายคนเดียวไม่ได้หรอกครับ" คายน์สบตาน้ำตาลเข้มคู่นั้นอย่างแน่วแน่ "ผมเป็นอัศวินฝึกหัดของอาจารย์ และ... ผมต้องการรู้ความจริง เรื่องเกี่ยวกับ 'ตั๋วสัญญาใช้หนี้โลหิต' และรอยแผลเป็นที่หลังมือของอาจารย์นั่นด้วย"
เซเลสเทียชะงักไปเล็กน้อย นางก ้มมองมือซ้ายของตนเองที่สวมถุงมือหนังสีดำมาตลอด บัดนี้รอยแยกของถุงมือเผยให้เห็นรอยแผลเป็นสีแดงเข้มเป็นรูปสลักโบราณ—ร่องรอยที่คล้ายคลึงกับรอยประทับบนข้อมือของคายน์ราวกับพิมพ์เดียวกัน
"เจ้าอยากรู้จริงๆ งั้นหรือ..." เซเลสเทียถอนหายใจยาวนานราวกับปล่อยความลับที่แบกรับมาครึ่งชีวิต "เรื่องมันเริ่มขึ้นเมื่อสิบปีก่อน ในคืนที่หอคอยแห่งนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อสอนหนังสือ... แต่มันคือสนามประลองแห่งการสังเวยวิญญาณ"
นางเดินนำไปยังแท่นหินโบราณกลางห้อง แสงจันทร์ส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของอาจารย์สาว เผยให้เห็นหยดน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นมาที่หางตา แต่นางไม่ได้ปล่อยให้มันร่วงหล่น
"ข้าเคยเป็นหนึ่งในเจ็ดจอมเวทผู้พิทักษ์... ผู้ที่ทำสัญญากับ 'ปีศาจแห่งบรรพกาล' เพื่อปกป้องอาณาจักรนี้จากสงครามเวทมนตร์ครั้งใหญ่ แต่รากเหง้าของพลังที่เรายืมมา มันต้องแลกมาด้วยดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายด้วยวิญญาณ... และสายเลือด" เซเลสเทียหันกลับมามองคายน์ด้วยแววตาที่สั่นไหว "และเจ้า... คายน์ เอลไรท์ เจ้าคือสายเลือดสายตรงสุดท้ายของผู้ทำสัญญาคนก่อน ผู้ที่เซ็นสัญญาแลกเปลี่ยนอนาคตของตระกูลเจ้า เพื่อแลกกับการมีชีวิตรอดของข้าในคืนนั้น"
คายน์นิ่งอึ้ง สมองของเขาประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่เพิ่งได้รับ ความจริงที่ว่าตระกูลของเขาไม่ได้ล่มสลายเพราะอุบัติเหตุ แต่เป็นการ "เสียสละ" เพื่อแลกกับการช่วยชีวิตอาจารย์สาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า
"ดังนั้น..." เซเลสเทียก้าวเข้ามาใกล้เด็กหนุ่ม ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะเบาๆ ที่กลางหน้าผากของเขา "พวกมันจึงกลับมาทวงหนี้... และเป้าหมายต่อไปของพวกมัน ไม่ใช่แค่ชีวิตของข้า... แต่วิญญาณทั้งหมดของเจ้า"
ในวินาทีนั้นเอง หน้าต่างระบบสีฟ้าโปร่งแสงที่คายน์คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหัน โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า ตัวอักษรสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังสะท้อนก้องในหัวของเขา
[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน!]
[ตรวจพบการปลดล็อกภารกิจลับระดับ SSS: "การชำระหนี้เลือดแห่งหอคอยบรรพกาล"]
[เงื่อนไข: ปกป้องอาจารย์เซเลสเทียจากผู้ทวงหนี้แห่งความมืด และเปิดผนึกพลังที่แท้จริงของดาบไร้คมภายใน 72 ชั่วโมง]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: วิญญาณของเป้าหมายและผู้ใช้จะถูกกลืนกินโดยสมบูรณ์]
[คำเตือนจากระบบ: ผู้ทวงหนี้ระดับสูงกำลังเคลื่อนพลเข้าสู่เขตกดดัน... เวลาที่เหลืออยู่: 71 ชั่วโมง 59 นาที]
คายน์เบิกตากว้างเมื่ออ่านข้อความบนหน้าจอระบบ หัวใจเต้นรัวเร็วดุจกลองศึก แต่ในความตื่นตระหนกนั้น รอยยิ้มบางๆ กลับปรากฏขึ้นที่มุมปากของเด็กหนุ่มผู้ยึดมั่นในเกียรติยศ
เขากำดาบไม้ในมือแน่นขึ้น จนเศษไม้คมกริบกดเข้ากับฝ่ามือเรียกหยดเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมา แต่คายน์หาได้ใส่ใจไม่ เขาสบตาอาจารย์สาวด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวและมั่นคงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
"ถ้ามันเป็นหนี้ที่บรรพบุรุษของผมทิ้งไว้... ในฐานะอัศวินคนสุดท้ายของตระกูลเอลไรท์ ผมจะเป็นคนจ่ายมันคืนให้หมดเองครับ" คายน์กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่นราวกับคำประกาศิต "ไม่ว่าหน้นั้นจะแลกด้วยอะไรก็ตาม... ผมจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องตัวอาจารย์แม้แต่ปลายเส้นผมเดียว"
เซเลสเทียเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางมองเงาสสะท้อนของเด็กหนุ่มที่ยืนหยัดอย่างองอาจตรงหน้า ภาพทับซ้อนของอัศวินหนุ่มผู้เคยปกป้องนางในอดีตซ้อนทับขึ้นมาในห้วงคำนึง
ทว่า ก่อนที่อาจารย์สาวจะได้เอ่ยคำใดตอบรับ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ก็ดังสนั่นขึ้นจากเบื้องล่างของหอคอย... เสียงเหล็กกระทบกัน เสียงคำรามต่ำที่ดังก้องมาจากความมืด และไอมานสีดำทมิฬที่พวยพุ่งทะลักขึ้นมาจากบันไดวนทีละชั้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะคาดคิด!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับอัศวินไร้ดาบคนนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย•ตอนที่ 18
แผลเป็นจากอดีต
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!