"ถ้าพวกนายคิดจะล้มกำแพงศิลาของตระกูลวาลคาร์ด้วยการพุ่งชนตรงๆ ฉันว่าพวกนายควรไปนอนแล้วฝันถึงดาบไม้ในวัยเด็กยังจะเข้าท่ากว่านะ"
เสียงทุ้มต่ำของคายน์ เอลไรท์ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องประชุมใต้ดินของหอพักอัศวิน แสงไฟจากตะเกียงเวทมนตร์วับแวมสาด
กระทบใบหน้าด้านข้างที่ฉาบด้วยความจริงจัง ดวงตาคู่คมกวาดมองเพื่อนร่วมชั้นปีที่นั่งล้อมรอบโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ เอกสารแผนผังสนามประลองเวทถูกกางแผ่หรี่แสงสีฟ้าจางๆ จากอักขระป้องกันการแอบฟังที่คายน์เป็นคนร่ายกำกับไว้ด้วยตัวเอง
นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นขายของ... ภัยคุกคามจากกลุ่มนักเรียนชนชั้นสูงสายเลือดบริสุทธิ์กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที
หลังจากการปะทะคารมกันในคาบประวัติศาสตร์เวทมนตร์เมื่อวาน คายน์รู้ดีว่าเป้าหมายต่อไปที่พวกมันเล็งไว้ไม่ใช่ตัวเขาคนเดียว
แต่คือการทำลายกลุ่มมิตรภาพเล็กๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นเพื่อคานอำนาจความอยุติธรรมในสถาบันแห่งนี้
"แล้วนายจะให้พวกเราทำยังไงล่ะ คายน์?" เรย์เนอร์ หนุ่มร่างใหญ่ผู้เชี่ยวชาญเวทมนตร์ธาตุดินกระแทกกำปั้นลงบนโต๊ะเบาๆ
ใบหน้าของเขามีรอยฟกช้ำจางๆ จากการฝึกซ้อมหนักหน่วงเมื่อวาน "พวกมันมีทั้งกำลังคน ทุนทรัพย์ และอาจารย์ผู้สนับสนุนเบื้องหลัง ตั้งสี่คนรุมคนเดียว แบบนั้นต่อให้เป็นอัศวินเหล็กกล้าก็แหลกเป็นผุยผงได้เหมือนกันนะ"
"เพราะรู้ว่าแหลกได้ เราถึงต้องไม่ไปยืนให้มันบดขยี้ยังไงล่ะครับ เรย์เนอร์"
คายน์ตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบแต่เฉียบคม เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังจุดสำคัญบนแผนผังสนามประลอง
"พวกนายจำที่อาจารย์เซเลสเทียเคยสอนเรื่อง 'ทฤษฎีการสะท้อนมานา' ได้ไหม? ศัตรูกลุ่มนั้นถนัดการโจมตีระยะประชิดด้วยเวทธาตุไฟและลม
พวกมันรวดเร็ว ดุดัน และทะยานเข้าหาเป้าหมายด้วยความมั่นใจ... แต่จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของความมั่นใจ ก็คือความประมาทเลินเล่อเมื่อเจอสิ่งที่ไม่เป็นไปตามคาด"
ลี오 โจรกรรมหนุ่มผู้ปราดเปรื่องประจำกลุ่ม ซึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่มุมมืดเงยหน้าขึ้นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏที่มุมปาก
"หึ... นายกำลังจะบอกว่า จะให้พวกเราตั้งรับแล้วรอให้พวกมันพุ่งเข้ามาชนกำแพงหนามที่เราสร้างไว้เองสินะ? ฟังดูเข้าท่าดีนี่คุณหัวหน้าห้องจำเป็น"
"ไม่ใช่แค่ตั้งรับครับ ลี오" คายน์หันไปสบตากับเพื่อนสนิทด้วยแววตาที่ลุ่มลึกขึ้น "เราจะสร้าง 'เกราะป้องกัน' ที่มากกว่าแค่เวทมนตร์
เราจะประสานพลังเวทของพวกเราทั้งสี่คนเข้าด้วยกันผ่านโครงข่ายมานาที่ฉันออกแบบไว้... เกราะนี้จะไม่เพียงแค่รับการโจมตี แต่มันจะดูดซับแรงกระแทก
แล้วส่งกลับไปยังจุดอ่อนของพวกมันในคราวเดียว"
บรรยากาศในห้องเงียบลงไปชั่วขณะ ทุกคนต่างกลืนน้ำลาย
พวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่คายน์พูดนั้นฟังดูง่ายในทางทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติ การประสานวงจรมานาของเด็กปีหนึ่งสี่คนที่มีธาตุและวิถีเวทแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ในตำราเรียนเล่มไหนๆ การทำพลาดแม้แต่นิดเดียวอาจหมายถึงวงจรมานาตีกลับจนร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส
เรย์เนอร์กลืนน้ำลายฝืดคอ "แต่นายก็รู้ว่ามานาของฉันกับลี오มันเข้ากันไม่ได้..."
"ฉันถึงต้องอยู่ที่นี่ไงครับ"
เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากมุมห้อง ม่านสีเข้มถูกเปิดออกเผยให้เห็นร่างเพรียวบางในชุดคลุมสีดำสนิท
อาจารย์เซเลสเทียก้าวเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาที่เคลื่อนไหวได้ กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรโบราณและกระดาษเก่าลอยมาแตะจมูก
ดวงตาสีมรกตภายใต้กรอบแว่นใสคู่นั้นกวาดมองลูกศิษย์ทุกคนด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แต่แฝงไว้ด้วยความอบอุ่นที่พวกเขาสัมผัสได้เสมอ
"อ...อาจารย์เซเลสเทีย!" ทุกคนลุกขึ้นทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง
อาจารย์สาวยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามไม่ให้พิธีรีตองมากความ นางเดินตรงมาหยุดยืนข้างๆ คายน์ สายตานิ่งสงบจับจ้องไปยังแผนผังบนโต๊ะ
"คายน์พูดถูกครึ่งหนึ่ง... พวกเธอมีความสามารถพอที่จะสร้างเกราะนั้น แต่มันขาดตัวเชื่อมที่เสถียร
และนั่นคือเหตุผลที่ฉันมาที่นี่ในยามวิกาลแบบนี้"
นางหยิบขวดแก้วคริสตัลขนาดเล็กบรรจุของเหลวสีทองส่องประกายเรืองรองออกมาวางไว้กลางโต๊ะ
"นี่คือ 'ศิลามายาโลหิต' วัตถุดิบโบราณที่จะช่วยประสานธาตุของเรย์เนอร์และลี오เข้าด้วยกันชั่วคราว
แต่มันแลกมาด้วยการที่พวกเธอต้องแบกรับภาระทางมานาที่หนักหน่วงขึ้นเป็นสองเท่า... พวกเธอพร้อมจะเดิมพันกับบทเรียนนอกตำราบทนี้ไหมล่ะ เหล่าอัศวินตัวน้อยของฉัน"
คายน์หันไปมองหน้าเพื่อนร่วมทีมทีLละคน แววตาของเรย์เนอร์ไม่มีความลังเลเหลืออยู่ มีเพียงความฮึกเหิม
ส่วนลี오ก็พยักหน้ารับอย่างรู้กัน เช่นเดียวกับสมาชิกอีกคนในกลุ่มที่กำหมัดแน่นด้วยความมุ่งมั่น
คายน์สูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากหยักยิ้มบางๆ อย่างมั่นใจ ก่อนจะหันไปประสานสายตากับอาจารย์สาวผู้กุมความลับ
"พวกเราพร้อมครับอาจารย์... ไม่ว่าทางข้างหน้าจะยากเย็นแค่ไหน เราจะก้าวข้ามมันไปด้วยกันในฐานะสหาย"
อาจารย์เซเลสเทียชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ฉายแววเด็ดเดี่ยวเกินวัยของคายน์
มุมปากของอาจารย์สาวเผยรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคายน์เต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
ในวินาทีที่ทุกคนกำลังจะเริ่มกระบวนการประสานมานาตามแผนที่วางไว้ เสียงระฆังเตือนภัยเวทมนตร์ยามค่ำคืนก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งหอพัก!
*ก๊อง! ก๊อง! ก๊อง!*
สนามพลังป้องกันรอบหอพักสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนฝุ่นละอองร่วงกราวลงมาจากเพดาน
แรงกดดันมหาศาลจากมาตรวัดที่ไม่รู้จักพุ่งทะยานเข้ามาใกล้ประตูห้องอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่คุ้นเคยดังทะลุกำแพงเข้ามา
[แจ้งเตือนระบบสนับสนุน: ตรวจพบการบุกรุกจากบุคคลระดับสูง (ภัยคุกคามระดับ SSS)
ระบบกำลังทำการวิเคราะห์โครงสร้างศัตรู... คำเตือน: เป้าหมายไม่ใช่กลุ่มนักเรียนทั่วไป แต่เป็น 'ผู้ควบคุมเงา' จากสภาสูง!]
ก่อนที่คายน์จะทันได้เอ่ยปากเตือน ประตูไม้หนาหนักของห้องประชุมก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยคลื่นเพลิงสีดำทมิฬ
และร่างในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของชายผู้หนึ่งก็ก้าวเท้าเหยียบเศษซากปรักหักพังเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่สลักไว้ด้วยความตาย...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับอัศวินไร้ดาบคนนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย•ตอนที่ 19
มิตรภาพที่แข็งแกร่ง
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!