อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย•ตอนที่ 20

ทางเลือกของผู้นำ

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
"ถ้าเจ้าเลือกใช้มัน เส้นทางอัศวินที่เจ้าศรัทธามาตลอดชีวิตจะพังทลายลงทันที คายน์... เจ้าพร้อมจะแลกเกียรติยศกับเลือดของคนรอบข้างแล้วหรือ" น้ำเสียงของอาจารย์เซเลสเทียเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์ เธอไม่ได้มองมาที่ใบหน้าของผม แต่สายตาคมกริบของเธอกำลังจ้องมองไปยัง 'อักขระต้องห้าม' ที่สลักอยู่บนฝ่ามือขวาของผม ซึ่งบัดนี้มันกำลังเรืองแสงสีม่วงหม่นสั่นระริกราวกับมีชีวิต ผมนิ่งเงียบ เสียงลมหายใจของตัวเองดังชัดเจนในห้องสมุดใต้ดินที่เงียบงันจนน่าอึดอัด กลิ่นกระดาษเก่าและมานาที่เข้มข้นจนเกือบกลายเป็นของเหลวอบอวลอยู่ในอากาศ เบื้องหลังกำแพงหินแกร่งนี้ กองทัพเงาที่บุกรุกเข้ามาในเขตหอคอยกำลังทำลายม่านพลังป้องกันชั้นสุดท้ายลงทีละชั้น "อาจารย์ครับ..." ผมเอ่ยขึ้นพลางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ "ถ้าผมไม่ใช้มัน เพื่อนร่วมชั้นที่อยู่ข้างบนนั้น... คนที่เชื่อใจผมจนถึงวินาทีสุดท้าย พวกเขาจะไม่มีวันได้เห็นแสงตะวันของวันพรุ่งนี้เลย" เซเลสเทียหมุนตัวกลับมา เผยให้เห็นดวงตาที่สั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเช่นเดิม เธอเดินเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไลแลคที่มักจะติดตัวเธออยู่เสมอ "ความเมตตาที่ต้องแลกด้วยการสูญเสียตัวตน มันไม่ใช่ความกล้าหาญ แต่มันคือการฆ่าตัวตายในนามของอัศวิน" ผมยิ้มตอบ เป็นรอยยิ้มที่ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันดูน่าสมเพชเพียงใด "อัศวินไร้ดาบอย่างผม ไม่เคยมีดาบให้พังทลายตั้งแต่แรกแล้วครับ สิ่งที่ผมมีคือชีวิต... และถ้าการตัดสินใจในครั้งนี้จะทำให้ผมกลายเป็นปีศาจในสายตาของประวัติศาสตร์ อย่างน้อยผมก็ขอเป็นปีศาจที่ปกป้องคนของตัวเองได้" สถานการณ์ภายนอกทวีความรุนแรงขึ้น แรงสั่นสะเทือนจากเวทมนตร์ระเบิดทำให้ฝุ่นผงบนเพดานหินร่วงกราวลงมา เสียงคำรามของศัตรูที่ดังก้องผ่านกำแพงเข้ามาเป็นเครื่องยืนยันว่าเราเหลือเวลาอีกไม่มาก ผมไม่รอให้เธอคัดค้านอีกต่อไป ผมหลับตาลง รวบรวมมานาที่กระจัดกระจายอยู่ในอากาศ—มานาที่คนอื่นมองเห็นเป็นเพียงสายลม แต่สำหรับผม มันคือสายใยที่เชื่อมโยงทุกสรรพสิ่งเข้าด้วยกัน ทันใดนั้น กระแสมานาที่ควรจะไหลเวียนอย่างสงบกลับเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่งรอบกายผม พลังต้องห้ามเริ่มกัดกินกระดูกและเส้นเลือดของผม ราวกับถูกเข็มพิษนับพันเล่มทิ่มแทง "คายน์! หยุดเดี๋ยวนี้!" เสียงของเซเลสเทียขาดห้วงไปทันทีเมื่อเธอมองเห็นออร่าสีดำสนิทแผ่ออกจากร่างกายของผม ผมลืมตาขึ้น ดวงตาข้างขวาของผมเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองที่ลุกโชนอย่างผิดธรรมชาติ ผมมองเห็นโครงสร้างเวทมนตร์ของกำแพงหอคอย มองเห็นจุดอ่อนของเวทมนตร์ลวงตาที่ศัตรูสร้างขึ้น และที่สำคัญที่สุด... ผมมองเห็นชะตากรรมที่กำลังจะดับสูญของเพื่อนพ้อง "ผมขอโทษครับอาจารย์ แต่ผมขออนุญาตทำหน้าที่อัศวิน... ในแบบของผม" ผมสะบัดมือขวาออกไปเพียงครั้งเดียว ทันใดนั้น อักขระบนมือก็ขยายตัวออกเป็นลวดลายสลับซับซ้อนในอากาศ มันไม่ใช่เวทมนตร์ที่ร่ายด้วยมนตราทั่วไป แต่มันคือการ 'เขียนโค้ด' ใหม่ให้กับความเป็นจริง พลังมหาศาลพุ่งออกจากตัวผมราวกับเขื่อนที่แตกทะลัก กวาดเอาเสียงกรีดร้องและเสียงระเบิดภายนอกให้ดับวูบลงในพริบตา ความเงียบเข้าปกคลุมแทนที่ความวุ่นวาย แต่ความเงียบนี้กลับน่ากลัวยิ่งกว่า ร่างของผมทรุดลงคุกเข่ากับพื้น เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมไปทั่วแผ่นหลัง ความเจ็บปวดจากการใช้พลังเกินขีดจำกัดทำให้สมองแทบระเบิด แต่สิ่งที่ทำให้ผมใจสั่นยิ่งกว่าคือการแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานตรงหน้า [แจ้งเตือนจากระบบ: ยินดีด้วย คุณได้ทำการปลดล็อก 'ทักษะระดับ SSS: ผู้เขียนโชคชะตา (Fate Writer)'] [คำเตือน: ร่างกายของคุณได้รับความเสียหายในระดับวิกฤต และผลกระทบข้างเคียงจากการใช้พลังกำลังเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางพันธุกรรม] [ภารกิจลับพิเศษ: การก้าวข้ามขีดจำกัดของอัศวินมนุษย์ ได้รับการยืนยันจาก 'ผู้สังเกตการณ์นิรนาม' ที่กำลังจ้องมองคุณอยู่ ณ ขณะนี้] ผมเงยหน้าขึ้นมองไปยังช่องว่างของอากาศที่บิดเบี้ยวตรงหน้า ที่นั่น... มีเงาร่างหนึ่งยืนอยู่ ร่างที่ไม่มีใครในโลกนี้ควรจะมองเห็นได้นอกจากคนที่เป็น 'ต้นกำเนิด' ของพลังนี้ ใบหน้าของเงาร่างนั้นค่อยๆ ชัดขึ้น... มันคือใบหน้าของผมเอง แต่เป็นเวอร์ชันที่สวมเกราะสีดำทมิฬและถือดาบที่ทำจากความว่างเปล่า "เจ้าทำได้ดีมาก... อัศวินไร้ดาบ" ร่างเงากระซิบ เสียงของมันดังก้องอยู่ในหัวใจของผม "แต่จงจำไว้ว่า การแลกเปลี่ยนที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น" พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะแรงเวทมนตร์ แต่เพราะหอคอยทั้งหลังกำลังถูกบางสิ่งจาก 'เบื้องบน' กระชากให้พังทลายลงมา ประตูห้องสมุดที่ล็อคแน่นหนาถูกกระแทกจนพังยับเยิน และร่างของอาจารย์เซเลสเทียที่ดูเหมือนจะล้มลงไปนั้น บัดนี้กำลังถูกห้อมล้อมด้วยเงาดำประหลาดที่ค่อยๆ ลากเธอหายเข้าไปในมิติที่ไม่มีใครรู้จัก "คายน์... หนีไป..." เธอเอ่ยทิ้งท้ายด้วยเสียงที่แผ่วเบาที่สุด ผมขยับร่างกายที่แตกสลายไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว ขณะที่เงาร่างของผมเองที่ปรากฏขึ้นเมื่อครู่ค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาหาผมพร้อมกับดาบสีดำในมือที่เล็งตรงมาที่คอหอยของผม ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับอัศวินไร้ดาบคนนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%