กลิ่นอายของกระดาษโบราณและฝุ่นผงที่สะสมมานานนับร้อยปีคละคลุ้งอยู่ในความมืดมิดของหอสมุดร้างชั้นใต้ดิน แสงคบเพลิงเวทมนตร์ในมือของคายน์ เอลไรท์ สั่นไหวเล็กน้อยตามแรงลมเย็นเยียบที่ลอดผ่านรอยแตกของผนังหินแกรนิต นี่ไม่ใช่การทดสอบความรู้ของโรงเรียนเวทมนตร์ทั่วไปอย่างแน่นอน รอยไหม้สีดำสนิทบนชั้นหนังสือไม้โอ๊กโบราณ และร่องรอยการขูดขีดเป็นสัญลักษณ์ประหลาดบนพื้นหิน คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่า เหตุการณ์เมื่อคืนวานไม่ใช่ความฝัน... แต่มันคือกับดักมรณะที่จงใจทิ้งร่องรอยเอาไว้ท้าทายเขา
เด็กหนุ่มสวมชุดเครื่องแบบนักเรียนเวทมนตร์ที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นควัน ดวงตาสีเข้มหรี่ลงอย่างใช้ความคิด นิ้วเรียวยาวสัมผัสเบาๆ ลงบนรอยแยกของอากาศ เขาสามารถสัมผัสถึงคลื่นมานาที่ตกค้างได้อย่างชัดเจน มันบิดเบี้ยวและปั่นป่วน ราวกับร่องรอยของสัตว์ประหลาดที่เพิ่งเลื้อยผ่านไปเมื่อไม่กี่นาาทีก่อนหน้านี้
"ร่องรอยการใช้เวทมนตร์ธาตุความมืดผสมผสานกับแรงโน้มถ่วงระดับสูง..." คายน์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและสุขุม ดวงตาฉายแวววิเคราะห์อย่างเฉียบคม "รูปแบบการกระจายตัวของมานาแบบนี้ ไม่ใช่วิธีการร่ายเวทของนักเรียนในสถาบันแน่ มันเหมือนกับพิธีกรรมต้องห้ามที่ถูกบันทึกไว้ในตำราโบราณยุคสงครามร้อยปี"
ในฐานะที่เขาเป็นผู้มีความสามารถพิเศษในการอ่านกระแสมานาแต่ไม่สามารถร่ายเวทมนตร์ออกมาได้ตามปกติ คายน์จึงต้องชดเชยจุดด้อยนั้นด้วยการฝึกฝนประสาทสัมผัสและการสังเกตรายละเอียดรอบตัวให้เฉียบคมยิ่งกว่าใคร ทุกย่างก้าวของเขาในหอสมุดร้างแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยความระมัดระวังและความรอบคอบตามแบบฉบับของอัศวินผู้ยึดมั่นในเกียรติยศ
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาแต่ก้องกังวานดังขึ้นจากความมืดที่ลึกเข้าไปในแถวชั้นหนังสือ คายน์ชะתาฝีเท้าทันที เขาดับเปลวไฟที่ปลายนิ้วเพื่อซ่อนตัวในเงาสลัว มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามดาบไม้ฝึกซ้อมที่พกติดตัวไว้ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงดาบไม้ไร้คมเวท แต่สำหรับเขาแล้ว มันคือเครื่องเตือนใจถึงวิถีแห่งอัศวินที่ไม่เคยยอมจำนนต่อโชคชะตา
"ใครอยู่ที่นั่นครับ?" คายน์ส่งเสียงถามออกไป น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยพลังกดดันอันน่าประหลาด ความเงียบงันคือคำตอบเดียวที่สะท้อนกลับมา มีเพียงเสียงลมหายใจของเขาเองและเสียงหยดน้ำที่ดังติ๋ๆ จากมุมห้อง
ทว่า ทันใดนั้นเอง แสงจันทร์สีนวลที่ส่องผ่านหน้าต่างกระจกสีที่แตกละเอียดก็สาดส่องลงมายังโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่กลางห้อง เผยให้เห็นร่างระหงของใครบางคนยืนหันหลังให้อยู่ก่อนแล้ว เรือนผมสีเงินยาวสยายสะท้อนกับแสงจันทร์ และกลิ่นอายมานาอันคุ้นเคยที่แผ่ออกมาทำให้คายน์ต้องคลายมือออกจากด้ามดาบ
"อาจารย์เซเลสเทีย..." คายน์เอ่ยชื่อนั้นด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
อาจารย์สาวผู้ดูแลหอสมุดและสอนประวัติศาสตร์เวทมนตร์ หันกลับมามองเขาช้าๆ ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยภายใต้กรอบแว่นตาไร้กรอบมีความเย็นชาและลึกลับซ่อนอยู่เสมอ เช่นเดียวกับในเวลานี้ ชุดคลุมสีดำสนิทของเธอยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวเธอดูลึกล้ำและยากจะหยั่งถึง
"เธอมีความกล้ามากนะ คายน์ เอลไรท์ ที่กลล้าแอบเข้ามาในเขตหวงห้ามยามวิกาลแบบนี้" เสียงหวานทุ้มเอ่ยขึ้น แต่แฝงไปด้วยความเรียบเฉยที่ชวนให้รู้สึกหน Icy "ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของอัศวินฝึกหัด"
"ผมไม่ได้มาเล่นครับอาจารย์" คายน์ตอบกลับอย่างสุภาพแต่หนักแน่น ดวงตาคมกริบสบตากับอาจารย์สาวโดยไม่หลบเลี่ยง "ผมแค่ต้องการหาคำตอบเกี่ยวกับร่องรอยมานาปริศนาที่เกือบจะคร่าชีวิตผมเมื่อวานนี้ และผมเชื่อว่า... อาจารย์เองก็รู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน"
เซเลสเทียชะงักไปเล็กน้อย ร่องรอยความประหลาดใจฉายผ่านแววตาคู่สวยนั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม เธอก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้เด็กหนุ่มทีละน้อย จนกระทั่งหยุดยืนห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ
"เธอช่างเป็นเด็กที่อยากรู้อยากเห็นเกินความจำเป็นจริงๆ" เซเลสเทียถอนหายใจเบาๆ สายตาของเธอทอดมองเลยผ่านไหล่ของคายน์ไปยังชั้นหนังสือด้านหลัง "รู้ไหมว่าการตามหาความจริงในสถานที่แห่งนี้ อาจทำให้เธอไม่ได้เห็นแสงตะวันในวันพรุ่งนี้"
"เกียรติของอัศวินสอนผมว่า ความจริงย่อมมีค่ามากกว่าความปลอดภัยจอมปลอมครับอาจารย์" คายน์ตอบด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก "อีกอย่าง... ผมไม่คิดว่าอาจารย์จะยอมปล่อยให้ผมตายในหอสมุดของตัวเองหรอกครับ"
เซเลสเทียจ้องมองเด็กหนุ่มนิ่งนาน ราวกับกำลังพยายามค้นหาบางสิ่งบางอย่างภายใต้ความนิ่งสงบนั้น ก่อนที่ริมฝีปากบางจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หา ่ยากยิ่งและเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง
"เธอช่างมั่นใจในตัวฉันเสียจริงนะ คายน์" อาจารย์สาวเอ่ยเสียงเบา ก่อนจะยื่นแผ่นกระดาษหนังโบราณแผ่นหนึ่งที่มีคราบขี้ผึ้งผนึกตราประทับรูปกางเขนไข้ให้แก่เขา "ถ้าเธออยากรู้ความจริงนัก... ก็จงดูนี่ซะ นี่คือบันทึกการสำรวจของหอคอยเวทมนตร์เมื่อสิบปีก่อน ก่อนที่มันจะถูกปิดตายอย่างเป็นทางการ"
คายน์รับแผ่นกระดาษหนังนั้นมาถือไว้ด้วยความระมัดระวัง ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาแตะสัมผัสลงบนผิวของกระดาษ กระแสมานาแปลกประหลาดก็พุ่งพล่านขึ้นมาในหัวของเขาราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเมื่อตัวอักษรบนกระดาษค่อยๆ เรืองแสงสีทองสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่ต้องร่ายเวท
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบรหัสผ่านโบราณ "พันธสัญญาแห่งอัศวินไร้ดาบ"!]
[ภารกิจลับระดับ SSS: ค้นหาความจริงเบื้องหลังการหายตัวไปของอัศวินแห่งหอคอย ถูกปลดล็อก!]
[คำเตือนจากระบบ: เป้าหมายที่ไม่ได้รับเชิญกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดปัจจุบันของคุณ... ในอีก 10 วินาที]
เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยดังขึ้นในห้วงความคิดของคายน์ พร้อมๆ กับที่พื้นหินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งที่ใหญ่โตและน่าสะพรึงกลัวกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลอยู่เบื้องล่าง!
เซเลสเทียเปลี่ยนสีหน้าจากความเรียบเฉยเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เธอคว้าแขนเสื้อของคายน์ไว้แน่นด้วยความเร่งDriving "แย่แล้ว... มันตื่นเร็วกว่ากำหนด!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับคายน์ในทุกๆ บทตอนนะครับ!
อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย•ตอนที่ 3
ร่องรอยในหอสมุดร้าง
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!