"ปฏิเสธ"
เสียงนั้นก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิดของผม แม้ว่าหน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงของระบบจะยังคงกะพริบเตือนด้วยตัวอักษรสีแดงฉานยั่วเย้าสติสัมปชัญญะ '[แจ้งเตือนระบบ: สกิล 'เนตรอัศวินผู้กอบกู้' ปลดล็อกแล้ว - คุณต้องการแลกเปลี่ยนมานาทั้งหมดที่มี เพื่อดึงอาวุธระดับตำนานออกมาหรือไม่?]' แต่ผมกลับเลือกที่จะหลับตาลง ตัดสินใจกดปุ่มปฏิเสธในใจอย่างแน่วแน่
ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังเวทมนตร์และการคำนวณ ความโลภคือจุดเริ่มต้นของความหายนะ ผมรู้ดีว่าอาวุธระดับตำนานอาจช่วยให้ผมรอดพ้นจากสถานการณ์คับขันตรงหน้าได้ชั่วพริบตา แต่การแลกเปลี่ยนด้วยมานาทั้งหมดที่มี—ซึ่งหมายถึงการทิ้งรากฐานพลังอันน้อยนิดที่ผมเพียรพยายามสะสมมา—ไม่ใช่การกระทำของอัศวินผู้รอบคอบ แต่มันคือการพนันของคนสิ้นคิด
"ดูเหมือนคุณจะมีสติมากกว่าที่ฉันประเมินไว้นะ คายน์ เอลไรท์"
เสียงราบเรียบทว่าแฝงความนัยลึกซึ้งดังขึ้นทำลายความเงียบ อาจารย์เซเลสเทียยืนกอดอกพิงผนังหินเก่า
ของห้องใต้ดินหอคอยโบราณ แสงจากคบเพลิงวับแวมสะท้อนบนเส้นผมสีเงินยวงและแว่นตากลมโตของเธอ ดวงตาสีอเมทิสต์คู่นั้นจ้องมองผมราวกับกำลังอ่านหนังสือที่เปิดค้างไว้
ผมลืมตาขึ้น ปรับลมหายใจให้เข้าที่ ก่อนจะโค้งศีรษะลงเล็กน้อยตามธรรมเนียมปฏิบัติ "ขอบพระคุณที่ชมครับอาจารย์ แต่ผมคิดว่าดาบที่แท้จริงไม่ใช่สิ่งที่ถูกเรียกออกมาด้วยความสิ้นหวังครับ"
อาจารย์เซเลสเทียเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วเสียจนแทบสังเกตไม่เห็น เธอดันกรอบแว่นขึ้นด้วยปลายนิ้วเรียวยาว "คำพูดดูสวยหรูสมกับที่เป็นเด็กหัวรั้นประจำชั้นเรียนเวทมนตร์ภาคปฏิบัติ แต่เธอรู้ใช่ไหมว่า การปฏิเสธระบบเมื่อครู่ ทำให้เราต้องหาทางออกด้วยวิธีที่ยากกว่าเดิม"
ผมกวาดสายตามองไปรอบห้องใต้ดิน ผนังศิลาแกร่งสลักอักขระโบราณที่กำลังเรืองแสงสีฟ้าจางๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับมันมีชีวิต ชีพจรของมานาในห้องนี้เต้นผิดปกติมาตั้งแต่ที่เราก้าวเข้ามาแล้ว มันไม่ใช่ความบังเอิญที่ระบบเลือกปลดล็อกสกิลในสถานที่แห่งนี้
"นั่นคือเหตุผลที่เราต้องร่วมมือกันใช่ไหมครับ" ผมถาม กลับเข้าสู่ประเด็นสำคัญด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
ห้องใต้ดินแห่งนี้คือเขตหวงห้ามชั้นในสุดของหอคอยเวทมนตร์ บันทึกของโรงเรียนระบุว่ามันถูกปิดตายมานานกว่าสามร้อยปีหลังจากการหายตัวไปของผู้ก่อตั้งรุ่นแรก แต่ร่องรอยการใช้งานเมื่อไม่นานมานี้—คราบมานาสดๆ บนพื้นศิลา และกลิ่นอายของเวทมนตร์ต้องห้าม—บ่งบอกชัดเจนว่ามี "ใครบางคน" ใช้ที่นี่เป็นสถานที่ทดลองลับ
อาจารย์เซเลสเทียเดินเข้ามาใกล้ผมทีละก้าว เสียงฝีเท้าของเธอกระทบพื้นหินดังสะท้อนก้อง กลิ่นจางๆ ของชาสมุนไพรและกระดาษเก่าลอยมาแตะจมูก "เธอฉลาดเกินไป คายน์... เด็กหนุ่มอายุสิบหกปีที่ไม่ควรจะรู้ด้วยซ้ำว่ากระแสมานาไหลเวียนอย่างไร กลับยืนอยู่ตรงนี้และตั้งคำถามกับโครงสร้างทั้งหมดของสถาบันแห่งนี้"
"ผมแค่สงสัยว่าทำไมอัศวินอย่างผมถึงใช้เวทไม่ได้ ทั้งที่ร่างกายตอบสนองต่อกระแสมานาได้ดีกว่าใคร" ผมสบตากับเธออย่างไม่หลบเลี่ยง "และผมก็สงสัยด้วยว่า... ทำไมอาจารย์ถึงมักจะปรากฏตัวในสถานที่ที่ความลับพวกนี้ถูกซ่อนอยู่เสมอ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นจนรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากมานาที่กดทับบ่า แต่นั่นกลับทำให้ผมมั่นใจยิ่งขึ้นว่าเรากำลังเข้าใกล้แก่นแท้ของปัญหา
อาจารย์เซเลสเทียถอนหายใจยาว แววตาที่เคยเย็นชาและห่างเหินเมื่อครู่กลับฉายแววอ่อนล้าบางอย่างที่เธอพยายามซ่อนไว้มาตลอด "เธออยากรู้ความจริงสินะ... ความจริงที่อาจทำให้เธอถูกไล่ออกจากโรงเรียน หรืออาจจะ... เลวร้ายยิ่งกว่านั้น"
"ถ้าความจริงนั้นแลกมาด้วยการเข้าใจว่าตัวตนของผมมีความหมายอย่างไรในโลกใบนี้ ผมยอมเสี่ยงครับ" ผมตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด
เธอจ้องมองผมนิ่งนานหลายวินาที ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักความตั้งใจของผมในตาชั่งที่มองไม่เห็น ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ เป็นเชิงยอมจำนน
"ตกลง... ถ้าเช่นนั้นเรามาทำสัญญาพันธะกัน" อาจารย์เซเลสเทียยื่นมือขวาออกมาเบื้องหน้า ฝ่ามือของเธอเปล่งแสงสีขาวนวลอ่อนโยน "เธอช่วยฉันไขปริศนาอักษรรูนโบราณที่เชื่อมโยงกับระบบโครงสร้างของหอคอย และฉันจะช่วยเธอปลดล็อกข้อจำกัดในการร่ายเวท... แลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งหมดที่เราต่างฝ่ายต่างถือครอง"
ผมมองมือที่ยื่นมาตรงหน้า นี่ไม่ใช่แค่การร่วมมือกันแบบผิวเผิน แต่มันคือการก้าวเข้าสู่สมรภูมิที่อันตรายที่สุดในฐานะพันธมิตร
ผมยกมือขึ้นจับมือกับเธอ สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบที่ส่งผ่านจากปลายนิ้วของอาจารย์ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความมุ่งมั่นอันแรงกล้าแฝงอยู่ ทันทีที่ฝ่ามือสัมผัสกัน หน้าจอระบบสีฟ้าก็เด้งขึ้นมาอีกครั้งด้วยเสียงเตือนที่คุ้นเคย
'[แจ้งเตือนระบบ: สร้างพันธะสัญญาระหว่างผู้ใช้ระบบและผู้ดูแลหอคอยสำเร็จ - ปลดล็อกภารกิจร่วม: "ร่องรอยแห่งผู้ล่วงลับ" (ระดับความยาก: SSS)]'
ก่อนที่ผมจะได้ทันอ่านรายละเอียดทั้งหมดของภารกิจ พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของเราก็เกิดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่หลับใหลอยู่ใต้ชั้นหินลึกที่สุดกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยปฏิกิริยาของพันธะที่เราเพิ่งสร้าง
อาจารย์เซเลสเทียขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด "แย่แล้ว... มานาจำนวนมหาศาลนี่มันอะไรกัน..."
ในความมืดมิดของอุโมงค์ลึกเบื้องล่าง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังก้าวตรงขึ้นมาทางที่เรายืนอยู่ พร้อมกับประกายแสงสีแดงฉานของเวทมนตร์ที่สาดส่องขึ้นมาตามทางเดินศิลา
และก่อนที่ผมจะทันได้ชักดาบไม้ฝึกซ้อมออกจากฝัก เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะอัศวินโบราณที่ควรจะผุพังไปตามกาลเวลาก็้าวพ้นขอบบันไดขึ้นมา ดวงตาสีชาดใต้หมวกเหล็กจ้องเขม็งมาที่เรา พร้อมกับเสียงคำรามต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับเติบโตของคายน์ในตอนนี้นะครับ
อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย•ตอนที่ 8
พันธะแห่งการเรียนรู้
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!