“อาจารย์... ตรานั่นมันคืออะไรกันแน่ครับ?”
เสียงของผมสั่นพร่าขณะเอ่ยถาม ความเงียบงันในห้องสมุดใต้ดินชั้นลึกที่สุดของหอคอยเวทมนตร์ดูเหมือนจะกดทับลงมาจนหายใจไม่ออก กลิ่นกระดาษเก่าแก่ผสมกับกลิ่นไอมานาที่เข้มข้นจนเกือบเป็นของแข็งทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นไปอีกขั้น
อาจารย์เซเลสเทียไม่ได้รีบดึงชายแขนเสื้อลง เธอเพียงแค่จ้องมองตราประทับสีดำสนิทที่ข้อมือของตัวเองราวกับมันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่เธอเฝ้ารอเวลาให้มันกัดกินร่างกาย ดวงตาสีเงินคู่นั้นไม่มีแววหวั่นไหว แต่มันกลับฉายความเหนื่อยล้า... ความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานนับปี
“คายน์ เธอไม่ควรเห็นสิ่งนี้” น้ำเสียงของเธอยังคงราบเรียบ ทว่ามันกลับสั่นสะเทือนลึกเข้าไปในจิตใจของผมมากกว่าคำด่าทอใดๆ “การถามถึงสิ่งที่เธอไม่มีวันแบกรับไหว... มันเป็นภาระที่หนักหนาเกินไปสำหรับเด็กหนุ่มที่เพิ่งจะเริ่มต้นเส้นทางอัศวิน”
“ภาระเหรอครับ?” ผมก้าวเข้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แม้จะไร้ซึ่งดาบในมือ แต่หัวใจของผมในฐานะอัศวินไม่ได้ไร้ซึ่งจุดยืน “อาจารย์แบกรับ ‘พันธนาการ’ นี้ไว้คนเดียว เพื่อปกป้องใคร... หรือเพื่อซ่อนอะไรไว้กันแน่? ในเมื่ออาจารย์เป็นคนสอนผมเองว่า อัศวินที่แท้จริงต้องไม่ทอดทิ้งสหายร่วมรบ แล้วทำไมอาจารย์ถึงเลือกที่จะโดดเดี่ยวตัวเองด้วยตราประทับที่เป็นดั่งคำสาปนี่ล่ะครับ!”
อาจารย์เซเลสเทียชะงักไปเล็กน้อย เธอมองผมด้วยสายตาที่ซับซ้อน มันไม่ใช่ความเย็นชาที่ผมเคยคุ้นเคย แต่มันคือความเจ็บปวดที่ถูกเก็บซ่อนภายใต้หน้ากากของอาจารย์ผู้เคร่งครัด เธอค่อยๆ เลื่อนชายเสื้อปิดทับรอยมลทินนั้นอย่างเชื่องช้า
“เธอไม่เข้าใจหรอก คายน์” เธอหมุนตัวกลับหลังให้ผม “โลกที่เธอเห็นมันช่างสวยงามและเต็มไปด้วยอุดมการณ์ แต่โลกที่ฉันยืนอยู่... มันคือความเน่าเฟะที่ถูกฉาบไว้ด้วยแสงแห่งมานาชั้นสูง ตราประทับนี้ไม่ใช่แค่คำสาป แต่มันคือสัญญาเลือดที่ผูกมัดชีวิตฉันไว้กับ ‘ผู้คุมกฎแห่งความมืด’ ตราบใดที่ฉันยังมีลมหายใจ หอคอยแห่งนี้จะยังคงตั้งตระหง่าน แต่หากวันใดที่ความลับนี้หลุดรอดออกไป... อนาคตที่เธอเพียรพยายามไขว่คว้า จะมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตา”
คำพูดของเธอกระแทกเข้าที่อกผมอย่างจัง ผมพยายามอ่านกระแสมานาที่พุ่งพล่านรอบตัวเธอ แต่มันกลับยุ่งเหยิงและปั่นป่วนจนน่าตกใจ มันไม่ใช่มานาของจอมเวททั่วไป แต่มันคือมานาที่ผ่านการบีบอัดและกัดกร่อนจนแทบจะกลายเป็นพิษ
นี่คือความลับที่เธอแบกรับไว้ตลอดเวลาที่สอนผม... ความลับที่เธอยอมใช้ชีวิตตนเองเป็นกรงขังเพื่อไม่ให้มันระเบิดออกมาทำลายสถาบันแห่งนี้
“ผมอาจจะยังเป็นแค่เด็กหนุ่มที่ร่ายเวทไม่ได้...” ผมพูดพร้อมกับจ้องมองแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวของเธอ “แต่ผมอ่านกระแสมานาออก และผมรู้ดีว่าอาจารย์กำลังจะถึงขีดจำกัดแล้ว ร่างกายของอาจารย์ไม่ได้ต่อสู้กับศัตรูภายนอก แต่มันกำลังต่อสู้กับตัวของอาจารย์เอง ถ้าอัศวินต้องปกป้องผู้อ่อนแอ แล้วทำไมผมถึงจะปกป้องอาจารย์ที่กำลังเผชิญหน้ากับความตายคนเดียวไม่ได้กันครับ?”
อาจารย์เซเลสเทียหยุดเดิน เธอไม่ได้หันกลับมา แต่ผมสังเกตเห็นไหล่ของเธอที่สั่นสะเทือนเพียงแผ่วเบา
“เธอรู้ไหมว่าการเป็นอัศวิน... ไม่ใช่แค่การมีใจที่กล้าหาญ แต่มันคือการยอมรับความจริงที่โหดร้ายที่สุด” เธอเว้นช่วงหายใจ “ตรานี้จะสูบมานาของฉันไปจนหมดสิ้นในวันที่จันทร์สีเลือดปรากฏ และเมื่อถึงตอนนั้น หอคอยนี้จะเปิดประตูต้อนรับสิ่งที่ไม่มีใครในสถาบันนี้จะต้านทานได้... นั่นคือ ‘ผู้หวนคืนจากมิติเงา’”
ทันใดนั้นเอง ห้วงอากาศรอบตัวเราก็บิดเบี้ยว สัญญาณเตือนที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อนดังขึ้นในโสตประสาทของผม มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่มันคือเสียงกังวานจากระบบที่ผมไม่เคยเรียกใช้งานมาก่อน
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวตนระดับภัยพิบัติคลาส SSS กำลังข้ามมิติผ่านจุดอ่อนบนข้อมืออาจารย์เซเลสเทีย]
[ภารกิจหลัก: 'พันธสัญญาแห่งอัศวินไร้ดาบ' - ปกป้องโฮสต์ (เซเลสเทีย) จนกว่าจะถึงรุ่งสาง]
[เงื่อนไขพิเศษ: หากโฮสต์ตาย โลกที่คายน์รู้จักจะล่มสลายลงทันที]
ทว่า ในวินาทีที่ผมกำลังจะตั้งตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดเบื้องหน้า เงาร่างสูงใหญ่ที่คุ้นเคยในชุดเกราะสีเงินของสภานักเรียนเดินก้าวออกมาพร้อมกับแววตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง
“อาจารย์เซเลสเทียครับ... ดูเหมือนความลับของอาจารย์จะถูกเด็กเหลือขอนี่ล่วงรู้เข้าแล้วสินะ”
ชายคนนั้นชักดาบยาวออกมา ปลายดาบเล็งตรงมาที่หัวใจของผม “ในฐานะผู้ตรวจการพิเศษ ผมได้รับคำสั่งโดยตรงจากสภาให้กำจัด ‘ความผิดปกติ’ ทุกประการที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อหอคอย... รวมทั้งอาจารย์ด้วยครับ”
อาจารย์เซเลสเทียก้าวเข้ามาขวางหน้าผมทันที แต่ทว่าตราที่ข้อมือของเธอกลับเรืองแสงสีม่วงดำที่บาดลึกจนเธอทรุดลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด
ผมมองไปที่ดาบของศัตรู แล้วมองไปที่อาจารย์ที่กำลังทรมาน... ความรู้สึกถึงความไร้พลังโหมกระหน่ำเข้ามาในหัวใจ แต่ในชั่วพริบตานั้นเอง ระบบก็เด้งข้อความสุดท้ายที่ทำให้ผมต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต
[แจ้งเตือนระบบ: สกิล 'เนตรอัศวินผู้กอบกู้' ปลดล็อกแล้ว - คุณต้องการแลกเปลี่ยนมานาทั้งหมดที่มี เพื่อดึงอาวุธระดับตำนานออกมาหรือไม่?]
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้ หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกคนตื่นเต้นไปกับก้าวต่อไปของคายน์นะครับ!
อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย•ตอนที่ 7
ความลับที่ซ่อนหลังใบหน้าเย็นชา
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!