กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษโบราณผสมกับสนิมเหล็กจางๆ ลอยปะทะนาสิกทันทีที่ประตูกระจกสีชาถูกผลักเปิดออก คายน์ เอลไรท์ ไม่ได้ขยับถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว สัญชาตญาณอัศวินที่ถูกขัดเกลามาอย่างยากลำบากสอนให้เขายืนหยัดมั่นคง แม้ว่าความมืดเบื้องหน้าจะหนาแน่นเสียจนกลืนกินแสงจากตะเกียงในมือจนแทบไม่เหลือประกาย
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว... ท่านรองประธานสนักเรียนยังขยันขันแข็งมาค้นคว้าหาความรู้ในเขตหวงห้ามชั้นสามเชียวหรือครับ โลเวลล์"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ คายน์หรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อปรับโฟกัสท่ามกลางความสลัว ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทของสภานักเรียนก้าวพ้นเงาสลัวออกมา แสงจันทร์เสี้ยวที่ลอดผ่านหน้าต่างกระจกสีสาดกระทบสันกรามคมคายและรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากของอีกฝ่าย โลเวลล์ เดอ ลูเชียน อัจฉริยะผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในกลุ่มนักเรียนชั้นปีที่สาม
"ระวังคำพูดหน่อยดีกว่านะ คายน์... เด็กฝึกงานไร้เวทมนตร์อย่างนาย ไม่มีสิทธิ์มาตั้งคำถามกับสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่ในเขตที่แม้แต่สามัญญชนก็ยังไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะชายตามอง" โลเวลล์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและชวนอึดอัดชอบกล ดวงตาคู่คมของเขาเป็นประกายสีม่วงเรืองรองยามต้องแสงจันทร์ ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องปกติของมนุษย์ทั่วไป
คายน์กระชับด้ามดาบไม้ซ้อมที่พกติดตัวไว้แน่น แม้จะรู้ดีว่ามันไร้ความหมายต่อหน้าเวทมนตร์ระดับสูง แต่จิตวิญญาณแห่งเกียรติยศไม่เคยอนุญาตให้เขายอมจำนน
"เขตหวงห้ามนี้ถูกปิดตายตามคำสั่งของหอคอยเวทมนตร์มานานกว่าสองร้อยปี การที่ท่านเข้ามาในยามวิกาลพร้อมกับ... สิ่งนั้นในมือ เกรงว่าจะไม่ใช่การมาหาความรู้ตามปกติกระมังครับ" คายน์ปรายตาไปยังวัตถุโลหะทรงกลมลวดลายประหลาดในมือของโลเวลล์ มันกำลังส่งเสียงหึ่งต่ำๆ พร้อมกับดูดกลืนมานารอบตัวจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยวเป็นคลื่น
โลเวลล์หุบยิ้มทันที แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบราวนับคมมีด "นายรู้อะไรมากเกินไปแล้ว คายน์... น่าเสียดายจริงๆ นายเป็นเด็กที่มีไหวพริบและอ่านกระแสมานาได้เฉียบคมที่สุดในรอบสلاحของโรงเรียนแท้ๆ แต่ก็นั่นแหละ... คนที่รู้มากเกินไป มักจะมีอายุขัยสั้นกว่าปกติเสมอ"
สิ้นเสียง ชายหนุ่มตวัดมือซ้ายวาดวงเวทสีดำสนิทกลางอากาศอย่างไร้ร่องรอยของการร่ายคาถา!
*เปรี้ยง!*
คลื่นพลังมานารุนแรงซัดเข้าใส่คายน์อย่างจัง แรงปะทะทำให้ชั้นหนังสือโบราณสั่นสะเทือน ฝุ่นผงคละคลุ้งตลบอบอวล คายน์ใช้ไหวพริบกระโจนหลบไปด้านข้างตามสัญชาตญาณ แผ่นหลังกระแทกเข้ากับชั้นหนังสือเต็มแรงจนจุก แต่เขาก็ฝืนกัดฟันกลืนเลือดที่ตีขึ้นมาในลำคอลงไปอย่างรวดเร็ว
*(เร็วมาก... ไม่มีแม้แต่บทท่องคาถา หรือการเคลื่อนไหวของวงแหวนเวทพื้นฐาน นี่มันเวทมนตร์สายเลือดต้องห้าม...)* คายน์วิเคราะห์สถานการณ์ในเสี้ยววินาที สมองประมวลผลด้วยความรวดเร็ว ระบบการอ่านกระแสมานาของเขาสั่นเตือนยิบๆ บอกถึงความอันตรายระดับวิกฤต
"หลบได้ดีนี่... แต่ครั้งนี้ล่ะ?" โลเวลล์เหยียดยิ้มเหี้ยมเกรียม เงาร่างของเขายืดขยายออกกลายเป็นอสูรเงาทมิฬนับสิบตัวพุ่งตรงเข้าใส่คายน์จากทุกทิศทุกทาง ปิดตายทุกเส้นทางหนี
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง อุณหภูมิภายในห้องสมุดก็ลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอายความหนาวเหน็บที่ทรงพลังจนน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านกดทับลงมาบนบ่าของทุกคนจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
เงาร่างของสตรีผู้หนึ่งก้าวเท้าผ่านม่านความมืดออกมาอย่างเชื่องช้า เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนแสงจันทร์ระยิบระยับ นัยน์ตาสีฟ้าครามราวกับห้วงลึกของมหาสมุทรเย็นชาไร้ก้นบึ้ง มือเรียวบางภายใต้ถุงมือสีดำขยับเพียงเล็กน้อย ดาบน้ำแข็งบริสุทธิ์ที่ก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่าก็พุ่งปักลงเบื้องหน้าระหว่างคายน์และฝูงอสูรเงาทมิฬในชั่วพริบตา!
"เด็กน้อย... การมาเล่นซุกซนในบ้านของผู้อื่นยามวิกาล ดูจะไม่ใช่พฤติกรรมของสุภาพชนผู้ดีสกุลลูเชียนเลยนะก1ะผม"
เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจดังขึ้น อาจารย์เซเลสเทียยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าคายน์ แผ่นหลังของอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอยดูยิ่งใหญ่และมั่นคงราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันพังทลาย
โลเวลล์ชะงักฝีเท้า สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับอาจารย์ผู้ดูแลหอคอย "อาจารย์เซเลสเทีย... เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับท่าน ถอยไปเสีย ถ้ารักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้!"
เซเลสเทียไม่ได้ตอบคำถาม นางเพียงแค่ปรายตามองวัตถุประหลาดในมือของโลเวลล์ด้วยแววตาที่ไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากอิ่มจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
"ชีวิตของฉัน... จะสั้นหรือยาว ไม่ใช่สิ่งที่เด็กกะโปโลอย่างเธอจะมากำหนดหรอกนะ โลเวลล์... แต่สิ่งที่เธอพยายามจะปลุกมันขึ้นมาต่างหาก ที่กำลังจะทำให้โรงเรียนแห่งนี้ราบเป็นหน้ากลองในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า"
เซเลสเทียสะบัดมือขวาเบาๆ อากาศรอบตัวพลันแปรเปลี่ยนเป็นสนามพลังมานาอัดแน่นจนเกิดเสียงคำรามก้องกังวาน ทว่า ในวินาทีที่การปะทะกำลังจะระเบิดขึ้นอีกครั้ง เสียงแจ้งเตือนลึกลับที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในโสตประสาทของคายน์—ไม่ใช่เสียงจากเวทมนตร์ภายนอก แต่เป็นระบบสนับสนุนลึกลับที่ดังชัดเจนในห้วงความคิดของเขาเอง
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการปลุก "ประตูมิติแห่งอดีตกาล" ระดับ SSS ในรัศมี 10 เมตร]*
*[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: ตัวตนที่แท้จริงของอาจารย์เซเลสเทียกำลังจะถูกเปิดเผยผ่านพลังมานาตกค้าง]*
*[คำเตือนจากระบบ: จงมองไปที่รอยสักรูปงูและกุหลาบที่ข้อมือซ้ายของอาจารย์... นั่นคือตราประทับของ "กบฏแห่งหอคอย" เมื่อแปดปีก่อน]*
คายน์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก เมื่อเขาหันไปมองข้อมือของอาจารย์สาวที่ชายเสื้อคลุมเลื่อนหลุดลงมาตามแรงลม... ภาพตราประทับสีดำสนิทที่เขาเห็นตรงหน้า ทำให้โลกทั้งใบของเขาสั่นสะเทือนจนแทบหยุดหมุน!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปพร้อมกันในตอนนี้นะครับ
อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย•ตอนที่ 6
เงามืดในค่ำคืนจันทร์ดับ
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!