อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย•ตอนที่ 23

ขีดจำกัดของมนุษย์

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
“กr่อก… แกsส์!” เสียงกระดูกซี่โครงด้านขวาเสียดสีกันดังลั่นในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงที่ไพเราะเสนาะหูเลยแม้แต่น้อย แต่มันคือเสียงดนตรีแห่งความจริง—ความจริงที่ว่าคายน์ เอลไรท์ ในวัยสิบเจ็ดปี กำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างความเป็นและความตาย กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของหอคอยโบราณชั้นใต้ดิน แรงกดดันจากสนามประลองเวทระดับสามทำให้เข่าทั้งสองข้างสั่นระริก พื้นหินปูลาดเบื้องล่างเปียกโชกไปด้วยหยาดเหงื่อและเลือดสีเข้มที่ไหลรินจากมุมปาก “ยอมแพ้เสียเถอะ, เด็กน้อย” เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นของอัล베르트 (อัลเบิร์ต) รองหัวหน้าผู้คุมกฎแห่งหอคอยเวทมนตร์ดังขึ้น เหนือร่างของคายน์ขึ้นไปไม่กี่ก้าว อัลเบิร์ตยืนตระหง่านราวกับรูปปั้นหินแกรนิต ไร้ซึ่งรอยขีดข่วน แม้จะมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมบ้าง แต่แววตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา “เจ้าอ่านกระแสมานาได้ทะลุปรุโปร่งจริง สมกับที่เป็นอัจฉริยะนอกรีตผู้ไร้แก่นเวท แต่การใช้สมองวิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำของมานา ไม่ได้แปลว่าร่างเนื้อเปราะบางของเจ้าจะรับแรงกระแทกจากเวทมนตร์ธาตุดินระดับกลางไหวหรอกนะ” คายน์ไม่ได้ตอบทันที เขากัดฟันแน่นจนกล้ามเนื้อกรามปูดโปーン ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์ราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าที่เส้นประสาทแขนซ้ายที่ใช้ต่างโล่กำบังการโจมตีเมื่อครู่ แขนข้างนั้นห้อยย้อยไร้เรี่ยวแรง กระดูกท่อนแขนหักงอผิดรูปอย่างชัดเจน เด็กหนุ่มค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบสีนิลฉายแววเด็ดเดี่ยว ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีความยอมแพ้ มีเพียงประกายไฟแห่งความดื้อรั้นที่ลุกโชนราวกับถ่านไฟใต้กองขี้เถ้า “เกียรติยศของอัศวิน... ไม่ได้วัดกันที่ปริมาณมานาในร่างกายหรอกครับ, ท่านอัลเบิร์ต” คายน์เอ่ยออกมาทีละคำ น้ำเสียงแหบพร่าแต่ชัดถ้อยชัดคำ ทุกพยางค์สะท้อนความมั่นคงที่ทำให้อัลเบิร์ตขมวดคิ้วมุ่นโดยไม่รู้ตัว “ดื้อด้านสิ้นดี” อัลเบิร์ตสะบัดมือขวา วงเวทสีน้ำตาลเข้มขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางอากาศอีกครั้ง ละอองมานาเริ่มรวมตัวกันเป็นหินผาแหลมคมนับสิบเล็งตรงมาที่ร่างของคายน์ “ถ้าเช่นนั้น ข้าจะสงเคราะห์ให้เจ้ารู้ซึ้งถึงขีดจำกัดที่แท้จริงของมนุษย์ไร้เวท!” *ฟึบ!* หินผาพุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูงราวกับกระสุนปืนใหญ่ ในสายตาของคนทั่วไป มันคือการโจมตีที่หลบเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน และต่อให้หลบได้ แรงระเบิดจากการปะทะก็จะบดขยี้กระดูกซี่โครงที่เหลืออยู่ของคายน์ให้แหลกละเอียดอยู่ดี ทว่า... คายน์ไม่ได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ในเสี้ยววินาทีความเป็นความตาย สมองของคายน์ทำงานด้วยความเร็วสูงสุด ระบบวิเคราะห์กระแสมานาที่ฝังรากลึกในจิตใต้สำนึกทำงานประสานกับสัญชาตญาณการเอาตัวรอด *กระแสมานาไหลวนจากซ้ายไปขวา... จุดอ่อนของวงเวทอยู่ตรงจุดตัดรัศมีสามจุดสิบห้าองศา... แรงเหวี่ยงของอากาศรอบตัวบ่งบอกว่าความหนาแน่นลดลงร้อยละเจ็ด...* แม้ร่างกายจะขยับตามไม่ทัน แต่ดวงตาของคายน์กลับมองเห็นทุกอย่างราวกับเวลาเดินช้าลง เขารวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงบนขาขวาที่ยังพอมีแรง แล้วเบี่ยงตัวหลบคมหินผาในระยะเฉียดฉิว! *ฉับ!* คมหินเฉือนเข้าที่หัวไหล่ซ้ายของคายน์จนเสื้อผ้าขาดวิ่นและเกิดแผลเหวอะหวะ เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกมาเปรอะเปื้อนพื้นหิน แต่คายน์ใช้ความเจ็บปวดนั้นเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนร่างกาย เขาอาศัยแรงเหวี่ยงจากการหลบ พุ่งเข้าประชิดตัวอัลเบิร์ตได้ในพริบตาเดียว! อัลเบิร์ตเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าสภาพปางตายเช่นนี้ เด็กหนุ่มยังจะกล้าสวนกลับในระยะประชิด “บ้าน่า! แกจะทำอะ—!” “ผมไม่ได้ชนะด้วยมานา... แต่ผมชนะด้วยจังหวะต่างหากล่ะครับ!” คายน์กำหมัดข้างที่ยังใช้งานได้แน่น แม้ไม่มีเวทมนตร์เสริมพลัง แต่เขาใช้เทคนิคการถ่ายทอดน้ำหนักตัวและการหมุนสะโพกตามตำราดาบโบราณที่เคยศึกษามาทุบเข้าที่จุดชีพจรใต้ซี่โครงของอัลเบิร์ตอย่างแม่นยำราوจับวาง! *ตุ้บ!* แม้แรงกระแทกจะไม่สามารถทำให้อัลเบิร์ตบาดเจ็บสาหัสได้ แต่อานุภาพจากการกระทบถูกจุดอ่อนพอดิบพอดีทำให้มานาในร่างกายของรองผู้คุมกฎชะงักงันไปชั่วเสี้ยววินาที วงเวทที่กำลังจะโจมตีระลอกสองสลายหายไปในอากาศทันที อัลเบิร์ตเซถอยหลังไปสองก้าวด้วยความตื่นตะลึง เขากุมหน้าอกตัวเอง พลางจ้องมองเด็กหนุ่มที่หอบหายใจโยนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—จากความสมเพช กลายเป็นความหวาดหวั่นแกแกมทึ่ง “แก... เจ้าเด็กสารเลว... ทำได้ยังไงกัน?” อัลเบิร์ตเค้นเสียงลอดไรฟัน คายน์ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้น มือข้างที่หักห้อยอย่างไร้เรี่ยวแรง เลือดหยดติ๋งๆ ลงกระทบพื้นหินจนเกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบ ร่างกายของเขาร้องประท้วงด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ขีดจำกัดของมนุษย์ถูกทดสอบจนถึงขีดสุดแล้วจริงๆ สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน ภาพเบื้องหน้าเริ่มหมุนเคว้ง แต่ทว่า ท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังจะเข้าครอบงำสติของคายน์ ประตูห้องใต้ดินเหล็กกล้าที่ปิดตายมานานนับร้อยปีก็ค่อยๆ ส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดดังสนั่นหวั่นไหว *ครืนนน—!* ลมหนาวพัดกรรโชกเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายมานาอันทรงพลังและคุ้นเคยอย่างประหลาด มานาสีครามเข้มข้นที่กดทับบรรยากาศทั้งหมดให้หยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็ง อัลเบิร์ตสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองที่ประตูทางเข้าด้วยสีหน้าซีดเผือดราวกับเห็นผีสาง ร่างระหงในชุดคลุมสีดำสนิทของอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย—เซเลสเทีย ก้าวเท้าเข้ามาท่ามกลางความมืด ใบหน้าเย็นชาภายใต้ฮู้ดเงยขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยคู่นั้นกวาดมองสภาพสะินซากของคายน์ ก่อนจะหยุดนิ่งที่รอยเลือดบนพื้น บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เซเลสเทียไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่วินาทีต่อมา เสียงแจ้งเตือนลึกลับที่ก้องกังวานอยู่ในจิตสำนึกของคายน์โดยตรง ก็ดังขึ้นพร้อมกับตัวหนังสือสีแดงฉานที่สั่นระริก **[เตือนภัยระดับสูงสุด: ตรวจพบตัวตนระดับ "ภัยพิบัติ" กำลังตื่นจากการหลับใหล...]** **[ภารกิจลับพิเศษระดับ SSS: "เงาอดีตที่หวนคืน" ได้ถูกปลดล็อกแล้ว!]** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาถึงตอนนี้นะครับ วาเลนเทียอัศวินมืด
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%