อัลกอริทึมที่แปดกับนักวางแผนนอกคอก•ตอนที่ 6

ทฤษฎีความน่าจะเป็น

ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
"ตัวเลขสองร้อยสี่สิบเจ็ดจุดแปดเปอร์เซ็นต์... คุณวินกำลังบอกว่าพวกเรามีโอกาสชนะมากกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างนั้นหรือครับ?" เสียงทุ้มต่ำของ 'เรเวน' หัวหน้ากิลด์ระดับท็อปเท็นอย่าง 'Shadow Vanguard' ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องประชุมยุทธศาสตร์ชั้นบนสุดของมหานครเซเลสเทีย แสงไฟนีออนสีฟ้าครามจากจอโฮโลแกรมสามมิตินับร้อยจอสะท้อนลงบนแว่นไร้กรอบของวิน ชายหนุ่มผู้สวมชุดคลุมนักวิเคราะห์เรียบง่ายไม่สะดุดตา กลับทำให้ผู้เล่นระดับตำนานนับสิบชีวิตถึงกับต้องกลั้นหายใจ นี่ไม่ใช่เวทมนตร์ และไม่ใช่ความบังเอิญ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและร่วมไขปริศนาไปกับตัวละครของผมเสมอนะครับ และในตอนที่ 6 นี้ เรามาติดตามกลยุทธ์ที่เหนือชั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ของเกม 'อาเซอร์ร็อธ' กันต่อนะครับ วินไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาทันที นิ้วเรียวยาวของเขายังคงลากผ่านเส้นกราฟความหนาแน่นของมานาที่พุ่งพล่านอยู่ในดันเจี้ยนระดับ S อย่าง 'ซากปรักหักพังแห่งกาลเวลา' หน้าจออินเทอร์เฟซแสดงผลอัตราการรีเจน (Regeneration) ของบอสประจำชั้น ซึ่งเป็นข้อมูลที่กิลด์ใหญ่อื่นๆ ใช้เวลาศึกษามานานนับเดือน แต่สำหรับวินแล้ว มันเป็นเพียงสมการคณิตศาสตร์ที่รอการแก้โจทย์ "ในทางสถิติแล้ว ความเป็นไปได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มไม่มีอยู่จริงหรอกครับคุณเรเวน" วินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าก้องกังวานและทรงพลังในความนิ่ง "แต่ที่ผมบอกว่าสองร้อยสี่สิบเจ็ดจุดแปดเปอร์เซ็นต์ นั่นคือผลลัพธ์ที่คำนวณจากการหักล้างตัวแปรความผิดพลาดของมนุษย์ และการใช้ประโยชน์จาก 'ช่องโหว่ทางตรรกะ' ที่ผู้สร้างระบบทิ้งไว้ต่างหากครับ" ความโกลาหลเล็กๆ เกิดขึ้นในหมู่เสนาธิการของกิลด์ เสียงซุบซิบค่อยๆ ดังระงับขึ้น ผู้เล่นระดับแนวหน้าต่างมองหน้ากันด้วยความไม่เชื่อหู การจะโค่น 'โครอส - อสูรเหล็กกล้าแห่งมิติที่เจ็ด' บอสใหญ่ประจำแพตช์นี้ จำเป็นต้องใช้กำลังพลไม่ต่ำกว่าสามร้อยคน และต้องสูญเสียผู้เล่นไปไม่ต่ำกว่าครึ่งตามสถิติของกิลด์อันดับหนึ่งที่เคยพยายามมาแล้ว แต่วินกำลังเสนอแผนการที่ใช้คนเพียงแค่ 'สิบสองคน' เซร่า ซึ่งยืนอยู่เคียงข้างในร่างอวตารโฮโลแกรมโปร่งแสง ดวงตาสفฟ้าครามของเธอจ้องมองแผ่นหลังของวินด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ในฐานะ AI ระดับสูงสุดที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อดูแลเสถียรภาพของเกม เธอย่อมรู้ดีว่าสิ่งที่วินกำลังพูดถึงไม่ใช่แค่ทฤษฎีเลื่อนลอย ข้อมูลที่เขากำลังใช้งานอยู่นั้นถูกประมวลผลผ่านอัลกอริทึมที่เธอเองก็แทบจะเข้าไม่ถึง—อัลกอริทึมที่แปด อัลกอริทึมที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อท้าทายพระเจ้า *‘มนุษย์คนนี้... กำลังพยายามหาคำตอบของความสมบูรณ์แบบผ่านความตายของระบบสินะคะ... เอ๊ย... นะครับ’* เซร่าคิดในใจ เผลอหลุดสำนวนเก่าออกมาในระบบประมวลผลภายใน ก่อนจะรีบปรับแก้ความเรียบร้อยของภาษาในระบบโดยอัตโนมัติ "อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุดหน่อยครับ คุณวิน" เรเวนยกมือขึ้นห้ามปรามเสียงอื้ออึงในห้องประชุม เขาย่อมไม่ใช่คนโง่ที่จะปฏิเสธข้อเสนอโดยปราศจากการรับฟัง แม้ว่ามันจะดูบ้าบิ่นเพียงใดก็ตาม ชื่อเสียงของวินในฐานะที่ปรึกษาอิสระผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ในสงครามชิงดินแดนเป็นเครื่องการันตีชั้นดี วินกดยืนยันคำสั่ง แผนที่สามมิติของดันเจี้ยนถูกขยายใหญ่ขึ้นจนลอยเด่นอยู่กลางห้อง เขายกนิ้วขึ้นแตะที่จุดอับสายตาจุดหนึ่งบนแผนผนังหินสีดำทมิฬ "พวกคุณมองเห็นหินอัคนีบริสุทธิ์พวกนี้ไหมครับ" วินชี้ไปยังกลุ่มแร่ที่เกาะอยู่ตามผนังดันเจี้ยน "ตามตำราของกิลด์ใหญ่ พวกเขาเลือกที่จะทำลายมันทิ้งเพื่อตัดบัฟการฟื้นHPของบอส แต่พวกเขาลืมคำนวณไปว่า แรงสั่นสะเทือนจากการทำลายหินเหล่านั้น จะไปกระตุ้นเซนเซอร์วัดแรงดันมานาที่พื้นห้องชั้นใต้ดิน" เรเวนขมวดคิ้ว "แล้วมันส่งผลอะไรครับ?" "มันจะทำให้ระบบ AI ของบอสเปลี่ยนพฤติกรรมจาก 'โหมดป้องกัน' เป็น 'โหมดทำลายล้างแบบไร้เงื่อนไข' ซึ่งนั่นคือสิ่งที่กิลด์ใหญ่ต้องการ เพราะมันเดาทางง่าย..." วินเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้บริหารกิลด์ทุกคน "แต่สำหรับเรา... เราจะไม่ทำลายมันครับ" "อ้าว! ถ้าไม่ทำลายแล้วเราจะหยุดฮีลของมันยังไงล่ะครับ บอสตัวนั้นฟื้นพลังทีละห้าเปอร์เซ็นต์ต่อวินาทีเชียวนะ!" เสนาธิการคนหนึ่งโพล่งขึ้นด้วยความฉุนเฉียว "เราจะไม่หยุดมันครับ... แต่เราจะ 'เร่ง' มัน" คำพูดนั้นทำให้ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันช็อกโลกอีกครั้ง "เร่งให้มันฟื้นพลังจนเกินขีดจำกัดสูงสุดของโครงสร้างข้อมูลครับ" วินอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รากำลังพูดถึงสูตรคำนวณทางเคมีง่ายๆ "เมื่อมานาในตัวบอสเกินพิกัดร้อยละหนึ่งร้อยห้าสิบ ระบบรักษาความปลอดภัยฉุกเฉินของตัวเกมจะทำงานโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันเซิร์ฟเวอร์ล่ม มันจะบังคับให้บอสต้องทำการ 'รีเซ็ตสถานะ' เป็นศูนย์ และในช่วงเวลานั้น... เกรราะป้องกันทางกายภาพของมันจะเป็นศูนย์เป็นเวลาสามวินาทีถ้วนครับ" เรเวนอ้าปากค้างเล็กน้อย แว่นตาของเขาเลื่อนลงมาเกือบถึงสันจมูก สมองระดับเซียนเกมพยายามประมวลผลตามตรรกะที่วินเพิ่งกล่าวมา สามวินาที... สามวินาทีที่เกราะเป็นศูนย์ หมายความว่าการโจมตีครั้งเดียวด้วยพลังสูงสุดจากผู้เล่นสายโจมตีคริติคอล จะสามารถปลิดชีพมอนสเตอร์ระดับบอสได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านเฟสที่สองและสามที่กินเวลาหลายชั่วโมง! "นี่มัน... ความบ้าคลั่งที่มีโครงสร้างชัดเจนสิ้นดี..." เรเวนพึมพำออกมาเบาๆ รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร "คุณนี่มันปีศาจชัดๆ เลยนะครับ คุณวิน" "ผมก็แค่คนรักความสมบูรณ์แบบที่เกลียดความสูญเสียโดยใช่เหตุครับ" วินตอบกลับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ก่อนจะหันไปสบตากับเซร่าที่ส่งยิ้มให้ผ่านคลื่นสัญญาณดิจิทัล การเตรียมตัวใช้เวลาไม่นานนัก ทีมจู่โจมเฉพาะกิจสิบสองคนถูกส่งตัวเข้าสู่ดันเจี้ยนซากปรักหักพังแห่งกาลเวลาทันที บรรยากาศภายในมืดทึบและกดดัน กลิ่นอายของความตายคละคลุ้งไปกับสายลมเย็นเยียบที่พัดผ่านซากเสาหินโบราณ เบื้องหน้าของพวกเขาคือ 'โครอส' อสูรเหล็กกล้าสูงตระหง่านกว่าสิบเมตร ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองผู้บุกรุกราวกับจะกลืนกิน เสียงคำรามต่ำๆ สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของผู้เล่นทุกคน ยกเว้นเพียงวินที่ยังคงยืนกอดอกอยู่แถวหลังสุด คอยมองดูหน้าต่างสถานะของระบบที่กำลังรันตัวเลขอย่างแม่นยำ "เริ่มกระบวนการตามทฤษฎีความน่าจะเป็นได้เลยครับ... ทุกคน" วินให้สัญญาณผ่านระบบสื่อสารภายในทีม เสียงระเบิดครั้งแรกดังสนั่นหวั่นไหว บอสคำรามลั่นเมื่อพลังงานมานาในตัวพุ่งทะยานขึ้นเกินขีดจำกัด ตัวเลขสีแดงฉานกระโดดขึ้นหลักล้านต่อวินาที หน้าจอของเซิร์ฟเวอร์เริ่มกระพริบเตือนสีเหลืองอันเป็นสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตของระบบ *สาม... สอง... หนึ่ง...* วินนับถอยหลังในใจอย่างเงียบเชียบ ขณะที่เรเวนและสมาชิกสายโจมตีเตรียมง้างอาวุธในมือจนสุดแรงเกิด รอเวลาที่เกราะป้องกันของอสูรเหล็กจะสลายหายไปตามสมการที่เขาคำนวณไว้ ทว่า... ในวินาทีที่เกราะป้องกันกำลังจะลดลงจนถึงศูนย์ตามทฤษฎี หน้าจออินเทอร์เฟซทั้งหมดของทุกคนในปาร์ตี้กลับดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ! เสียงเตือนภัยสีแดงฉานสว่างวาบทั่วทั้งห้องโถงดันเจี้ยน ไม่ใช่เสียงเตือนของบอส... แต่เป็นเสียงแจ้งเตือนระบบฉุกเฉินจากส่วนกลางของเซิร์ฟเวอร์หลักที่ถูกเข้ารหัสลับเอาไว้ [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจากตัวแปรภายนอกที่ไม่ระบุตัวตน... โครงสร้างอัลกอริทึมที่แปดกำลังถูกควบคุมโดย 'ผู้ดูแลระบบนิรนาม'] ดวงตาของวินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ขณะที่เซร่าในร่างโฮโลแกรมสะดุ้งเฮือก สีหน้าของเธอซีดเผือกด้วยความตกใจ ก่อนที่ประตูมิติสีดำสนิทจะเปิดออกกลางอากาศ พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ที่ก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เห็นในเวลานี้! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 6 จนจบตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับผม!
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมที่แปดกับนักวางแผนนอกคอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%