กลิ่นคาวเลือดและควันปืนยังคงอบอวลคละคลุ้งอยู่ในความมืดมิดเบื้องหน้า ร่างของรินรดาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ หลังจากเฉียดเข้าใกล้ประตูนรกมาเพียงแค่เสี้ยววินาที ความตายเมื่อครู่ยังไม่น่ากลัวเท่าเงาร่างที่ปรากฏขึ้น ณ เบื้องหน้า ดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดผวาค่อย ๆ สะท้อนภาพของบุคคลที่เธอกลัวที่สุดและโหยหาที่สุดในเวลาเดียวกัน
คณินไม่ปล่อยให้เธอจมดิ่งอยู่กับความตกตะลึงนานกว่านั้น มือหนาที่เปื้อนคราบเขม่าดินปืนและหยาดเลือดกระชากร่างบางเข้าหาตัวอย่างแรง แรงปะทะทำให้หน้าอกของเธอแนบชิดกับแผงอกแกร่งที่กระเพื่อมไหวรุนแรงตามจังหวะลมหายใจอันร้อนระอุ เฮียคณินกอดเธอแน่นราวกับต้องการจะหลอมรวมร่างของเธอให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับเขา ความหวาดกลัวที่จะสูญเสีย—สิ่งที่ผู้ชายดิบเถื่อนอย่างเขาไม่เคยแสดงออกให้ใครเห็น—บัดนี้กลับสะท้อนชัดอยู่ในอ้อมกอดที่รัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยเยือกเย็นและทรงอำนาจ บัดนี้กลับสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่อัดอั้น เขาฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ สูดกลิ่นกายสาวที่ปะปนกับกลิ่นอายความตายอย่างตะกละตะกลาม ราวกับว่านี่คือวิธีเดียวที่จะยืนยันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ "เธอกล้าดียังไง... ถึงทำให้ฉันเกือบคลั่งตายตรงนี้"
รินรดารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากร่างกายของมาเฟียหนุ่ม หัวใจของเธอกระหน่ำ
รัวเร็วจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แม้สมองจะสั่งให้ผลักไสเขาออกไป แต่เรียวแขนที่เคยแข็งขืนกลับค่อย ๆ ยกขึ้นโอบรอบเอวสอบของเขาไว้โดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้แผดเผาความหนาวยะเยือกในจิตใจจนหมดสิ้น มันทั้งอันตราย ทั้งเร่าร้อน และเต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศที่ดิบเถื่อนจนเธอแทบละลายคาอก
"เฮีย... ฉัน..." เสียงของเธอขาดห้วง ดวงตารื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นและโล่งอกในคราวเดียวกัน
แต่บรรยากาศอันเร่าร้อนและเปราะบางนี้กลับถูกกระชากให้ขาดวิ่นลงอย่างไม่ใยดี เมื่อเงาร่างที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของพวกเขาขยับตัว เสียงหัวเราะต่ำ ๆ ในลำคอดังขึ้นราวกับเสียงเยาะเย้ยจากขุมนรก รินรดาสะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นจากอกของคณินแล้วมองไปยังผู้มาเยือนอีกครั้งด้วยความตื่นตระหนก
บุคคลที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือคนที่ควรจะตายไปจากกองเพลิงเมื่อคืนก่อน
"น่าประทับใจเสียจริง..." เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มบิดเบี้ยวบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากไฟไหม้ "ความรักของมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่... ช่างเปราะบางและน่าสมเพชเสียเหลือเกิน"
คณินผละออกจากรินรดาช้า ๆ ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีนิลมืดสนิทราวกับห้วงอเวจี รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างของเขาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที มือขวาของเขาเลื่อนไปแตะด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย แม้ว่าสถานการณ์ตอนนี้พวกเขาจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบก็ตาม
"คิดไว้แล้วว่าสุนัขอย่างแก... ตายยากตายเย็นเสียจริง" คณินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเยียบเย็นจนน่าขนลุก "แต่ในเมื่อแกอุตส่าห์คลานกลับมาหาที่ตายถึงที่นี่... ฉันก็จะสงเคราะห์ให้แกได้ตายสนิทเป็นครั้งที่สอง"
บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบระเบิด รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้านหลังของคณิน มือเรียวเล็กกำชายเสื้อของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งเครียดราวกับเสือดาวที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อได้ทุกเมื่อ แรงกดดันมหาศาลระหว่างผู้ชายสองคนทำให้ลมหายใจของเธอติดขัด
ผู้มาเยือนไม่ได้แสดงความหวาดกลัวต่อคำขู่ของมาเฟียหนุ่มเลยแม้แต่น้อย เขากลับหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะชี้ปืนในมือมาที่รินรดา ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่สุมอก
"แกคิดว่าแกชนะแล้วงั้นเหรอ คณิน?" เสียงนั้นกรีดแทงเข้าไปในโสตประสาท "ผู้หญิงคนนี้... ความลับที่เธอกำลังปกปิดอยู่... ถ้าแกได้รู้ความจริงทั้งหมดว่าตระกูลของเธอทำอะไรไว้กับแม่ของแก... แกจะยังกอดเธอแน่นแบบนี้อยู่ไหม หรือจะควักปืนออกมายิงหัวเธอทิ้งด้วยมือของตัวเอง!"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ รินรดาหน้าถอดสี ร่างกายชาวาบไปถึงไขสันหลัง เธอกำชายเสื้อของคณินแน่นขึ้นไปอีก หยาดน้ำตาที่เพิ่งแห้งเหือดกลับเอ่อล้นออกมาดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวสุดขีด—ไม่ใช่เพราะความตาย แต่อยู่ที่ความจริงที่เธอกลัวมาตลอดกำลังจะถูกเปิดเผย
คณินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบก้มลงมองรินรดาที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างกาย แววตาของเขาเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความสงสัยที่ล้ำลึกและอันตรายยิ่งกว่าเดิม ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของรินรดากระหน่ำตีอกราวกับกลองศึก
ก่อนที่คณินจะทันได้เอ่ยปากถามอะไร ร่างของผู้มาเยือนก็ขยับวูบ นิ้วชี้เริ่มเหนี่ยวไกปืนพร้อมกับเสียงคำรามลั่น "ตายเสียเถอะทั้งคู่!"
"ระวัง!" รินรดาหวีดร้องลั่นด้วยความตกใจ สัญชาตญาณดิบผลักดันให้เธอพุ่งเข้าหาคณินเพื่อเอาตัวเข้าบังกระสุน แต่ทว่า...
ข้อมือเรียวกลับถูกกระชากด้วยแรงมหาศาล คณินดึงเธอกลับมาอยู่ด้านหลังของเขาในเสี้ยววินาที พร้อมกับที่เสียงปืนนัดแรกดังสนั่นหวั่นไหวผ่าความเงียบของค่ำคืนอันมืดมิด!
...โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ
รอยบาปอาบเงาศพ•ตอนที่ 29
อ้อมกอดหลังความตาย
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยบาปอาบเงาศพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!