กลิ่นดินปืนที่คละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอายฝนยามค่ำคืนยังไม่จางหาย เสียงคำรามต่ำในลำคอของคณินดังขึ้นชิดริมหูของรินรดา ร่างกายของเขากลายเป็นโล่อันแข็งแกร่งที่ปกป้องเธอไว้จากคมกระสุนที่เฉียดผ่านความมืดออกไปเมื่อครู่ ปลายนิ้วเรียวของเขาที่กำรอบข้อมือเธอไม่ได้คลายแรงลงเลยแม้แต่น้อย มันทั้งแน่นหนาและร้อนผ่าวราวกับจะหลอมละลายกระดูกของเธอให้กลายเป็นจุล
ความตายเพิ่งเฉียดผ่านไปเมื่อเสี้ยววินาที แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดาสั่นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก กลับไม่ใช่เสียงปืนนัดนั้น... หากแต่เป็นสัมผัสจากอ้อมแขนที่โอบกอดและพันธนาการเธอไว้ในความมืดมิดนี้ต่างหาก
"ริน..."
เสียงเรียกที่แหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกของมาเฟียหนุ่ม มันไม่ใช่เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวหรือคำสั่งอันเยือกเย็นเช่นทุกครั้ง แต่กลับเต็มไปด้วยความเปราะบางที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินจากผู้ชายที่ไร้หัวใจคนนี้
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น พยายามดึงสติท่ามกลางความตึงเครียดที่บีบเค้น "ปล่อยฉันค่ะ... สถานการณ์ข้างนอกยังอันตราย ปล่อย!"
เธอพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่ทว่าคณินกลับยิ่งใช้อำนาจที่มีทั้งหมดดึงรั้งเธอเข้ามาชิดแนบกายมากกว่าเดิม จนแผ่นหลังบางแนบสนิทไปกับแผงอกกว้างที่กำลังกระเพื่อมไหวด้วยลมหายใจร้อนผ่าว กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นอายอันตรายล้อมรอบตัวเธอไว้ทุกทิศทาง จนแทบจะสูดเอาออกซิเจนเข้าไปไม่ได้
"ปล่อยเหรอ? หึ..." คณินหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันทั้งต่อสถานการณ์รอบตัวและต่อความรู้สึกของตนเอง "เธอคิดว่าฉันเก่งกล้ามาจากไหนรินรดา? ฉันฆ่าคนมานักต่อนัก ฉันยืนอยู่บนกองเลือดและอำนาจที่ใครก็ต้องก้มหัวให้... แต่เชื่อไหมว่า ตั้งแต่วินาทีแรกที่ฉันเห็นผู้หญิงอวดดีอย่างเธอเดินเข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้ ฉันก็สูญเสียการควบคุมไปทั้งหมดแล้ว"
รินรดาชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นท่ามกลางความสลัวของเงาไม้ เธองยุดดิ้นรนและเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมคายที่อยู่ในระยะประชิด
"คุณพูดบ้าอะไรของคุณ..."
"ฉันไม่ได้บ้า!" คณินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มข้นและดิบเถื่อน ดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนความเย็นชาไว้เสมอ บัดนี้กลับลุกโชนด้วยไฟปรารถนาที่แผดเผาจนน่ากลัว "มันไม่ใช่แค่ความใคร่ ไม่ใช่แค่การเอาชนะ หรือการกักขังเธอไว้เป็นเชลยเพื่อแก้แค้นอะไรทั้งนั้น... แต่มันคือความหมกมุ่น รินรดา! มันคือความคลั่งไคล้ที่กัดกินวิญญาณฉันทุกวินาทีที่ไม่ได้เห็นหน้าเธอ"
คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาจากปากของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางความเงียบงัน รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ร่างกายของเธอสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความกลัวจากกระสุนปืนเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดอันมืดมนและอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวผู้ชายคนนี้ แรงดึงดูดที่เธพยายามต่อต้านมาตลอด แต่มันกลับยิ่งรุนแรงขึ้นทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้
"คุณกำลังเล่นเกมจิตวิทยาอะไรอีก..." เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามรักษาเกราะกำบังอันน้อยนิดไว้ "ฉันเป็นแค่... คนที่คุณเกลียดไม่ใช่เหรอคะ?"
"เกลียด?" คณินแค่น1หัวเราะ ดวงตาของเขาจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริกของเธอด้วยความกระหาย "ถ้าฉันเกลียดเธอจริง ป่านนี้ฉันคงหักคอเธอทิ้งแล้วฝังไว้ใต้ดินลึกโดยไม่ต้องมานั่งยืนบังกระสุนให้แบบนี้หรอก... แต่เพราะฉันรัก... รักจนน่าสมเพชตัวเองที่ยอมให้ผู้หญิงไร้ค่าอย่างเธอมามีอิทธิพลเหนือลมหายใจของฉัน!"
ฝ่ามือหนาที่เคยใช้กำอาวุธ เลื่อนขึ้นมาประคองกรอบหน้าของเธอไว้ด้วยความทะนุถนอม แต่น้ำหนักของการกดทับกลับเด็ดขาดและไม่อินังขังขอบต่อการปฏิเสธใดๆ นิ้วหัวแม่มือของเขาเกลี่ยไล้ริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบา แต่สัมผัสนั้นกลับร้อนรุ่มราวกับเปลวไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง
รินรดารู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวระทึกจนแทบหลุดออกมา มันคือความรู้สึกแปลกประหลาดที่ผสมผสานระหว่างความหวาดกลัว ความโกรธ และความเย้ายวนที่ยากจะปฏิเสธ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา เห็นภาพสะท้อนของตัวเองที่อ่อนแอและพ่ายแพ้ต่ออำนาจเสน่หาของเขาอย่างสิ้นเชิง
"คุณมันบ้า..." เสียงกระซิบของเธอแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับสายลม
"ใช่... ฉันมันบ้า และเธอก็เป็นคนทำให้ฉันเป็นแบบนี้" คณินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกของเขาสัมผัสเข้ากับแก้มเนียน ลมหายใจอุ่นจัดรดรินอยู่ข้างกกหูของเธอ "จำไว้รินรดา... ต่อให้โลกใบนี้จะพังทลาย หรือต่อให้พวกมันตามล่าเราจนมุมแค่ไหน เธอก็ไม่มีวันได้ไปไหนทั้งนั้น ร่างกายและหัวใจของเธอเป็นของฉัน... ตราบจนวันตาย"
ริมฝีปากหยักประทับลงบนซอกคอขาวผ่องของเธออย่างหนักหน่วงและเร่าร้อน ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของศัตรูที่กำลังใกล้เข้ามาและความตายที่รายล้อม คณินกลับเลือกที่จะดื่มด่ำกับความหวานล้ำจากเรือนร่างของเธอราวกับคนเสียสติ รินรดาสะท้านเฮือก เผลอจิกปลายนิ้วลงบนไหล่กว้างของเขาเพื่อยึดเหนี่ยว ขณะที่รสจูบอันดุดันและเอาแต่ใจเริ่มพรากสติสัมปชัญญะของเธอไปทีละน้อย
ทว่า... ในวินาทีที่ความเร่าร้อนกำลังพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงฝีเท้าปริศนาที่ดังขึ้นจากด้านหลังของพุ่มไม้ทึบก็ทำให้คณินชะงักกึก เขาผละออกจากลำคอระหงอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันในพริบตา มือหนาชักอาวุธปืนพกออกจากซองพกใต้วงแขนอย่างไร้เสียง พร้อมกับที่ร่างของใครบางคนก้าวออกมาจากความมืดมิด
"เฮียครับ..." เสียงทุ้มต่ำของลูกน้องคนสนิทเอ่ยขึ้นด้วยความรีบร้อน "คนของเราเก็บบริเวณรอบนอกหมดแล้ว แต่ว่า... ทางด้านตระกูลศัตรู ส่งคนนี้มาเจรจาครับ"
พร้อมกับคำรายงานนั้น ร่างของชายแปลกหน้าคนหนึ่งก็ถูกเหวี่ยงลงมากองแทบเท้าของคณิน ใบหน้าของมันชุ่มโชกไปด้วยเลือด แต่สิ่งที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจจนแทบหยุดหายใจ คือรอยสักรูปสัญลักษณ์ประหลาดที่ต้นคอของชายคนนั้น... มันคือสัญลักษณ์เดียวกับสร้อยคอของพี่ชายเธอที่หายสาบสูญไป!
"ปล่อยนะ!" ชายคนนั้นหัวเราะคิกคักทั้งที่เลือดอาบหน้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคณินและส่งยิ้มอย่างน่าสยดสยอง "แกคิดว่าปกป้องนังนี่ได้เหรอ... นายท่านฝากมาบอกว่า ของที่แกกำลังตามหา... มันอยู่ในท้องของนังนี่ต่างหากเล่า!"
แมวดำใต้แสงจันทร์
(ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความมืดมิดนี้ร่วมกันนะคะ)
รอยบาปอาบเงาศพ•ตอนที่ 30
คำสารภาพในความมืด
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยบาปอาบเงาศพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!