แสงสีฟ้าจากหน้าจอสมาร์ทโฟนที่สะท้อนวับอยู่บนม่านตาของคณินในความมืดสลัว ไม่ได้ทำให้ความเยือกเย็นบนใบหน้าของเขาลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับจุดประกายบางอย่างที่ดิบเถื่อนและอันตรายยิ่งกว่าเดิมในแววตาคมกริบคู่นั้น
ข้อความมรณะยังคงเด่นชัดอยู่ตรงหน้า— *"ศพที่สามในห้องใต้ดิน กำลังส่งกลิ่นเน่า... และถ้าคุณยังไม่หยุดเล่นสนุก ผู้หญิงในอ้อมแขนคุณจะเป็นรายต่อไป"*
ทว่า สิ่งที่ตรึงสายตาของมาเฟียหนุ่มกลับไม่ใช่คำขู่คุกคามจากบุคคลปริศนาที่กล้าต่อกรกับเขา หากแต่เป็นร่างระหงของรินรดาที่กำลังถอยกรูดด้วยความหวาดระแวง ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกราวกับกวางน้อยที่เพิ่งรู้ตัวว่าเดินหลงเข้ามาในเขตล่าสัตว์ของพญาเสือ
ความกลัวของเธอมันช่างหอมหวาน และในขณะเดียวกัน... มันก็กระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เขาพยายามกดทับไว้ให้ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง
"จะไปไหนล่ะคะ, ริน..." เสียงทุ้มต่ำที่เปล่งออกมาจากลำคอของคณินแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงกดดัน เขาส้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยจังหวะที่เยือกเย็นแต่มั่นคง ราวกับผู้ล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมในกรงขัง
"อย่าเข้ามานะ!" รินรดาหวีดร้องออกมาอย่างลืมตัว เมื่อแผ่นหลังบอบบางของเธอสัมผัสเข้ากับความเย็นเยียบของราวเหล็กสแตนเลสริมระเบียงชั้นสาม—เบื้องล่างคือความมืดมิดของสวนหย่อมและสนามหญ้าที่เงียบสงดัดดาล ราวกับหลุมพรางที่ไร้ทางหนี
"หึ..." เสียงหัวเราะในลำคอของเขาช่างเยียบเย็นและน่าสะพรึงกลัว คณินก้าวเข้ามาประชิดจนพื้นที่ว่างระหว่างเขากับเธอถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลือ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนของหญิงสาว ทำให้รินรดายิ่งต้องเบือนหน้าหนีและพยายามดันแผงอกกว้างของเขาออกสุดแรง
"ปล่อยฉันนะ! คุณอ่านข้อความนั่นแล้วนี่! ปล่อยฉันให้กลับบ้านไปซะ ถ้ารักษาชีวิตตัวเองไม่ได้ ก็อย่ามาดึงฉันเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องบ้าๆ ของคุณเลย!" เธอตวาดเสียงสั่นด้วยความโกรธปนหวาดกลัว ศักดิ์ศรีที่เคยมีถูกบดขยี้จนแหลکลาญภายใต้สถานการณ์อันบีบคั้นนี้ แต่เธอก็ยังพยายามใช้เรียวแรงทั้งหมดที่มีในการผลักไสร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า
ทว่า... การขัดขืนของเธอมันช่างไร้ความหมาย ราวกับสายลมที่พัดผ่านภูเขาหินผา
คณินไม่เพียงแต่ไม่ถอยหลัง แต่เขากลับยกมือข้างหนึ่งขึ้นตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย แรงบีบที่ข้อมือบางนั้นหนักหน่วงจนรินรดาต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด เรียวปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ
"ปล่อยงั้นเหรอ?" คณินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกับพวงแก้มระเรื่อ แววตาของเขาคมกริบและดุดันราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อในกรงเล็บ "คุณคิดจริงๆ หรือริน... ว่าหลังจากที่คุณได้เห็นความลับนี้กับตาตัวเองแล้ว ฉันจะปล่อยให้คุณเดินออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้ได้ง่ายๆ?"
"คุณมันบ้า... คณิน! คนโรคจิต!"
"ใช่... ฉันมันบ้า" เขายอมรับอย่างไร้ความละอาย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยัน นิ้วมืออีกข้างไล้ไปตามโครงหน้าเรียวสวยอย่างถือวิสาสะ สัมผัสที่เย็นเยียบแต่แฝงไว้ด้วยกระแสไฟร้อนรุ่มทำให้รินรดาสะท้านเฮือก ขนลุกเกรียวไปทั่วทั้งร่าง "ฉันบ้าเพราะผู้หญิงอย่างคุณ... และเพราะไอ้สารเลวที่มันส่งข้อความมาท้าทายฉันนี่แหละ"
"ถ้ารักษาชีวิตฉันไม่ได้ ก็ปล่อยให้ฉันตายไปซะสิ! จะมาขังฉันไว้ทำไม!" เธอกัดฟันกรอด น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้า แต่มันกลับไม่ยอมร่วงหล่นลงมาให้เขาได้เห็นความอ่อนแอ
"ตาย? อย่าแม้แต่จะคิดเรื่องนั้นเด็ดขาด..." เสียงกระซิบของเขาช่างพร่าเลื่อนและเต็มไปด้วยความหลงใหลอันมืดดำ คณินเคลื่อนริมฝีปากมาใกล้ใบหูเล็กจนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินซอกคอขาวผ่อง "จำใส่สมองของคุณเอาไว้ให้ดี... รินรดา ต่อให้โลกใบนี้จะพังทลายลงมาต่อหน้า หรือต่อให้ศพในห้องใต้ดินมันจะเน่าเฟะจนส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วคฤหาสน์... ผู้หญิงคนเดียวในอ้อมแขนฉันตอนนี้ ก็คือ 'คุณ' และไม่มีวันเป็นใครอื่นทั้งสิ้น"
สัมผัสจากมือหนาที่เลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางไว้แน่น บังคับให้ร่างของเธอแนบชิดติดกับแผงอกกำยำอย่างไร้ช่องว่าง ความร้อนจากร่างกายของเขาแผดเผาเข้ามาจนรินรด้ารู้สึกราวกับตัวเองกำลังจะหลอมละลาย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวระส่ำระสาย ไม่ใช่ด้วยความกลัวเพียงอย่างเดียว... แต่มันมีความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่เธียรเกลียดชังตัวเองเหลือเกินที่เผลอไผลไปกับมัน—ความรู้สึกตื่นกลัวแต่เร่าร้อน ยิ่งใหญ่แต่พังทลาย
เธอพยายามจะเบี่ยงตัวหนี แต่สรีระที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวทำให้เธอกลายเป็นฝ่ายที่ถูกกักขังไว้ในอ้อมแขนของเขาอย่างเบ็ดเสร็จ ระเบียงด้านนอกลมพัดโชยกลิ่นอดินและกลิ่นฝนจางๆ เข้ามาปะทะ แต่ภายในพื้นที่จำกัดตรงนี้ กลับมีเพียงอุณหภูมิความร้อนรุ่มจากตัวของมาเฟียหนุ่มที่แผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก
คณินกวาดสายตามองริมฝีปากสั่นระริกของเธอด้วยความกระหาย ก่อนที่ดวงตาคมกริบจะหันกลับไปมองหน้าจอสมาร์ทโฟนที่ยังคงวางอยู่บนโต๊ะกระจกใกล้ตัว ซึ่งจู่ๆ หน้าจอนั้นก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง...
ข้อความใหม่ถูกส่งเข้ามาต่อหน้าต่อตาเขาทั้งสองคน
รินรดาสะดุ้งสุดตัวเมื่อเหลือบไปเห็นตัวอักษรบนหน้าจอที่ปรากฏขึ้นมาใหม่ด้วยความเร็วสูง:
*"อย่าเพิ่งมั่นใจนักเลย... เฮียคณิน เพราะตอนนี้ สิ่งที่คุณซ่อนไว้ในห้องนอน... กำลังหายไป"*
คณินชะงักกึก ร่างสูงใหญ่ที่กำลังคุกคามนางเอกสาวอยู่เมื่อครู่หยุดนิ่งทันที แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและตัณหาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งในชั่วพริบตาเดียว!
รินรดารับรู้ได้ถึงแรงบีบที่ข้อมือของเธอที่คลายออกเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ก่อนที่สายตาของมาเฟียหนุ่มจะหันขวับกลับมามองที่ประตูห้องนอนของตนเองด้วยความระแวงขีดสุด
และในวินาทีนั้นเอง... เสียงฝีเท้าฝีหนืดย่างก้าวอย่างเงียบเชียบแต่ชัดเจน ก็ดังขึ้นมาจากทางเดินมืดสนิทด้านนอกห้องนอนของเขา... เสียงที่ไม่มีใครควรจะอยู่ที่นั่น!
แมวดำใต้แสงจันทร์ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้นะคะ
รอยบาปอาบเงาศพ•ตอนที่ 10
การขัดขืนที่ไร้ผล
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยบาปอาบเงาศพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!