รอยยิ้มของภาคินไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงความเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของสัตว์ป่าที่กำลังมองเหยื่อในกรงขัง เอกสารลับในมือของเขาถูกโบกเบาๆ กลางอากาศ ราวกับกระดาษแผ่นนั้นมีน้ำหนักเท่ากับชีวิตของใครหลายคนในคฤหาสน์หลังนี้
คณินไม่แม้แต่จะชายตามองน้องชายต่างแม่ผู้นั้น ร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับอยู่เหนือร่างของรินรดาค่อยๆ ยืดตัวขึ้นช้าๆ แววตาคมกริบดั่งใบมีดโกนซ่อนความอำมหิตไว้ภายใต้ความนิ่งงัน อุณหภูมิในห้องทำงานส่วนตัวลดฮวบลงจนน่าใจหาย รินรดาที่นอนหายใจหอบกระชั้นอยู่ใต้ร่างของเขา รีบดึงเสื้อผ้าที่ยับย่นเข้าหากันทันที ความอับอายและหวาดระแวงตีรวนขึ้นมาจุกอก แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าสายตาของคณินในตอนนี้ คือบรรยากาศรอบตัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งอันตราย
"แกไม่มีสิทธิ์เข้ามาในห้องนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต ภาคิน" เสียงทุ้มต่ำของคณินดังขึ้น มันเรียบเฉยจนน่ากลัว เป็นความนิ่งก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ
"โอ๊ะ... อย่าทำเสียงดุใส่กันแบบนั้นเลยเฮีย" ภาคินหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานไม้เนื้อดีทีละก้าว สายตาพราวระยับเหลือบมองรินรดาที่กำลังพยายามพยุงกายลุกขึ้นยืนด้วยความทุลักทุเล รอยจูบสีแดงก่ำบนซอกคอขาวเนียนของเธอยังคงเด่นชัด เป็นหลักฐานชั้นดีว่าก่อนหน้าที่เขาจะเคาะประตู สองคนนี้กำลังทำอะไรกันอยู่ "ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาสวาทอันเร่าร้อนของแกเข้าจริงๆ สินะ... แต่ช่วยไม่ได้ เอกสารชิ้นนี้มันรอช้าไม่ได้จริงๆ ไม่งั้นความลับที่เฮียพยายามปกปิดเอาไว้ อาจจะหลุดไปถึงหูของตำรวจกองปราบภายในคืนนี้ก็ได้"
คำพูดนั้นทำให้แววตาของคณินวับโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง ร่างสูงก้าวเข้าไปหาภาคินด้วยความเร็วที่ไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัว หมัดหนัดซัดเข้าที่ใบหน้าของน้องชายต่างแม่เต็มแรงจนร่างของภาคินเซถลาไปชนกับชั้นหนังสือ เสียงกระแทกดังสนั่นพร้อมกับกองหนังสือที่ร่วงหล่นระเนระนาด
แต่ภาคินไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัว เขากลับใช้มือเช็ดคราบเลือดที่มุมปากออกลวกๆ แล้วหัวเราะร่าออกมาด้วยความสะใจ
"ฮh... แรงดีไม่มีตกสมเป็นเฮียคณิน แต่ต่อให้แกฆ่าผมตอนนี้ เอกสารในมือของผมก็จะถูกส่งต่อไปยังมือที่สามทันที... อยากลองดูไหมล่ะ?" ภาคินชูซองเอกสารขึ้นท้าทาย
ในเสี้ยววินาทีนั้น รินรดารู้สึกได้ถึงพลังงานมืดที่แผ่ออกมาจากตัวของคณิน เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกต้อนจนมุม แต่น่าแปลก... ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดและชวนอึดอัดถึงเพียงนี้ คณินกลับหันมามองเธอ สายตาคู่นั้นไม่ได้มีแค่ความโมโห แต่มันเต็มไปด้วยความกระหาย ดิบเถื่อน และความปรารถนาที่ถูกขัดจังหวะจนระอุยิ่งกว่าเดิม
"ออกไปซะ..." คณินเอ่ยเสียงลอดไรฟัน สายตายังคงจ้องมองภาคินเขม็ง "ก่อนที่ฉันจะควักไส้แกออกมาให้หมามันกิน"
"โอ C... ผมไปแน่เฮีย ไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอความหิวกระหายของเฮียนานหรอก" ภาคินยักไหล่อย่างไม่ยี่หล่า โยนซองเอกสารลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังปึก ก่อนจะเดินสวนออกไปพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก "แต่อย่าลืมนะเฮีย... ของบางอย่าง ถ้ายิ่งหวง ยิ่งเก็บไว้ใกล้ตัว มันก็ยิ่งอันตราย... ระวังมันจะแว้งมากัดคอเอา"
ประตูห้องปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่กลับมาเยือนอีกครั้ง บรรยากาศในห้องอึมครึมเสียจนแทบหายใจไม่ออก รินรดายืนตัวสั่นเทาอยู่มุมห้อง เธอรู้ดีว่าเกมอำนาจระหว่างสองพี่น้องคู่นี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้น และเธอก็คือหนึ่งในหมากที่สำคัญที่สุดบนกระดานนี้
ทว่า... ก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวเท้าหนี คณินก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วปานเสือชีตาร์ มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังของเธอกระแทกกับอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงตามแรงอารมณ์
"ปล่อยนะ..." รินรดาพยายามขัดขืน มือเล็กดันแผงอกเขาไว้ แต่มันก็ไร้ความหมายเมื่อเทียบกับพละกำลังของมาเฟียหนุ่ม
"เงียบ..." เสียงกระซิบพร่าทุ้มดังอยู่ข้างใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ คณินก้มลงฝังใบหน้าลงกับซอกคอของเธอสูดดมความหอมหวานเข้าปอดลึกราวกับต้องการระบายความเครียดทั้งหมดลงบนเรือนร่างของเธอ "เพราะไอ้สารเลวนั่น... ทำให้ฉันต้องหยุด"
"คุณคณิน... นี่ไม่ใช่เวลามา..."
"ฉันสนที่ไหนล่ะริน..." คณินตัดบท น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนทางเพศที่ดิบเถื่อน มือหนาเลื่อนลงมาบีบสะโพกอิ่มผ่านเนื้อผ้าอย่างแรงจนเธอต้องสะดุ้งเฮือก แรงปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าก่อนหน้านี้ไม่ได้มอดดับลง แต่มันกลับถูกเติมเชื้อไฟให้โหมกระหน่ำยิ่งกว่าเดิมจากความโกรธและสถานการณ์ที่บีบคั้น
สัมผัสของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเร่าร้อน ดุดัน และการเรียกร้องราวกับต้องการจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว รินรดาหัวใจเต้นระรัว ความกลัวและความหอมหวานปะปนกันอยู่ในอกจนแยกไม่ออกว่าเธอควรจะผลักไสหรือยอมจำนน
คณินพลิกร่างบางให้หันมาเผชิญหน้า สายตาดุดันจดจ้องริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อจากการจูบก่อนหน้า นิ้วโป้งหยาบกร้านลูบไล้ริมฝีปากเธอน้ำหนักมือหนักหน่วงราวกับจะลงโทษ
"จำไว้ริน... เธอเป็นของฉัน เป็นของฉันคนเดียว ต่อให้ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แย่งเธอไปจากกรงนี้ได้..."
พูดจบ เขาก็ประกบจูบลงมาอย่างรุนแรงและเร่าร้อน ไร้ซึ่งความปรานี ปลายลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาช้อนอุ้มร่างบางขึ้นจนเธอต้องใช้ขาเรียวเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาไว้โดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัย แต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อสัมผัสอันอันตรายนี้อย่างน่าละอาย
ในขณะที่ริมฝีปากยังคงบดEขยี้กันอย่างดุเดือด คณินก็ก้าวเท้าพาเธอเดินถอยหลังไปยังโซฟาตัวใหญ่กลางห้อง โดยไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ด้านนอกหน้าต่างบานใหญ่
เงาสืบสวนของใครบางคนทาบทับลงบนกระจกใส แสงไฟสลัวจากด้านนอกสะท้อนให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบของบุคคลที่สาม ที่กำลังแอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านม่านสีทึบ... และในจังหวะที่คณินกำลังจะกดร่างของรินรดาลงบนโซฟานั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของเขาก็แผדเสียงกรีดร้องทำลายบรรยากาศขึ้นมาอย่างกะทันหัน
คณินชะงัก เลิกคิ้วด้วยความหงุดหงิด เขากดตัดสายทิ้งอย่างไม่ไยดี แต่ไม่ถึงเสี้ยววินาทีต่อมา หน้าจอก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้งพร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงเข้ามาจากเบอร์นิรนาม
ดวงตาคมกริบกวาดมองข้อความบนหน้าจอเพียงแวบเดียว ร่างกายที่กำลังร้อนระอุด้วยเพลิงสวาทกลับแข็งค้างราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา
รินรดาสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของเขา เธอกลั้นหายใจแล้วเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบในมือหนา...
ข้อความบนหน้าจอปรากฏตัวอักษรชัดเจนว่า:
*"ศพที่สามในห้องใต้ดิน กำลังส่งกลิ่นเน่า... และถ้าคุณยังไม่หยุดเล่นสนุก ผู้หญิงในอ้อมแขนคุณจะเป็นรายต่อไป"*
ขอบคุณที่ติดตามและร่วมดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความมืดมิดไปด้วยกันนะคะ—แมวดำใต้แสงจันทร์
รอยบาปอาบเงาศพ•ตอนที่ 9
กับดักความเร่าร้อน
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยบาปอาบเงาศพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!