รอยบาปอาบเงาศพ•ตอนที่ 8

รอยแผลเป็นในอดีต

ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
คราบเลือดบนพื้นพรมราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัวของคณินยังคงส่งกลิ่นคาวจางๆ เจือจางอยู่ในอากาศ ยามที่รินรดาก้าวเท้าเข้ามาโดยปราศจากการต้อนรับ ร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มไม่ได้นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานหินอ่อนอย่างเคย เขา berdiri ค้ำร่างอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ที่ปิดทึบ แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่ถูกพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกไหวสะท้อนเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจที่กระชากกระชั้น ก่อนที่เขาจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นไม่ได้ฉายแววเยชาชาเย็นชาดั่งเช่นทุกครั้ง แต่กลับลุกโชนด้วยไฟแห่งโทสะที่พร้อมจะแผดเผาKüทุกสิ่งให้มอดไหม้ และลึกลงไปในความมืดมิดคู่นั้น... รินรดากลับมองเห็นรอยร้าวบางอย่างที่เขาพยายามปกปิดไว้อย่างสุดชีวิต "ใครอนุญาตให้เธอเข้ามา?" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจกลับแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยอย่างผิดวิสัย รินรดากลืนก้อนความกลัวลงคออย่างยากลำบาก เธอยืนนิ่ง ศักดิ์ศรีที่ค้ำคอทำให้เธอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตากับเขา "ฉันแค่นำเอกสารที่เฮียต้องการมาให้... และอีกอย่าง ที่นี่ก็ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวของเฮียคนเดียวเสียหน่อย" "หุบปาก!" เสียงคำรามต่ำลอดไรฟัน พร้อมๆ กับร่างสูงที่พุ่งเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วราวกับเสือชีตาห์ ร่างบางถูกดันกระแทกเข้ากับผนังห้องเย็นเยียบอย่างแรง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นบุหรี่และแอลกอฮอล์พุ่งปะทะเข้าที่ข้างแก้ม แรงกดดันจากมัดกล้ามเนื้อและกลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาโอบล้อมเธอไว้จนแทบ คณินก้มลงมองเธอ ดวงตาของเขาแดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนบ่งบอกถึงการควบคุมอารมณ์ที่ใกล้จะขาดผึ่ง มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นบีบเข้าที่คางคางเรียวของเธอแน่นจนขึ้นรอยแดง แต่นิ้วมือของเขากลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ "เธอคิดว่าเธอกล้ามากใช่ไหมรินรดา? คิดว่ารู้ทันฉันทุกเรื่องงั้นสิ!" คณินเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากหยักลึก แต่มันช่างดูเจ็บปวดและบิดเบี้ยวเหลือเกิน "อยากรู้เรื่องในอดีตนักใช่ไหม อยากขุดคุ้ยความเน่าเฟะของฉันนักใช่ไหม!" "ฉันไม่ได้..." รินรดาพยายามจะปฏิเสธ แต่แรงบีบที่คางทำให้เธอทำได้เพียงส่งเสียงประท้วงในลำคอ ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วใบหน้า แต่สิ่งที่ทำให้เธอสะท้านไม่ใช่ความเจ็บทางกาย หากแต่เป็นหยาดน้ำใสที่คลอหน่วยอยู่ในดวงตาคู่คมของมาเฟียหนุ่มต่างหาก... มันคือความอ่อนแอที่คณินไม่เคยแสดงให้ใครเห็น และเขากำลังเกลียดชังตัวเองที่เผลอแสดงมันออกมาต่อหน้าเธอ "อย่ามาแก้ตัว!" เขาสบถลั่น ก่อนจะใช้ความดิบเถื่อนกลบเกลื่อนความอ่อนไหวที่พรั่งพรูออกมา มือหนาที่เคยสั่นเทากลับเปลี่ยนเป็นความป่าเถื่อน เขาใช้มืออีกข้างกระชากสาบเสื้อของรินรดาออกอย่างไร้ความปรานี แรงกระชากทำให้กระดุมเม็ดบนหลุดกระเด็น เสียงเนื้อผ้าฉีกขาดเบาๆ ดังก้องอยู่ในความเงียบงัน รินรดาสะดุ้งเฮือก หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความตื่นตระหนกเข้าจู่โจมจนเธอต้องยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ แต่มีหรือที่เรียวแรงอันน้อยนิดจะต้านทานมหาอำนาจแห่งความดิบเถื่อนนี้ได้ "เฮียคณิน! ปล่อยนะ..." เธอกัดริมฝีปากแน่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของอากาศที่กระทบผิวเนียน "เงียบ!" คณินคำรามลั่น ดวงตาดิบเถื่อนกวาดมองเรือนร่างอรชรที่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและโกรธเกรี้ยว ความต้องการที่จะครอบครองเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยแห่งอดีตที่ตามหลอกหลอนกำลังกัดกินจิตวิญญาณของเขา เขาก้มลงซุกไซร้ซอกคอขาวเนียนอย่างเอาแต่ใจ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อจนเกิดรอยขนลุกชัน สัมผัสของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเร่าร้อน ดิบกระด้าง และเต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่รุนแรงราวกับต้องการลงทัณฑ์ รินรดาหลับตาลงแน่น น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินผ่านหางตา ความรู้สึกหลากหลายตีรวนอยู่ในอก ทั้งความหวาดกลัว ความเคียดแค้น และความหวามไหวอันตรายที่เธอเกลียดชังตัวเองนักที่มันเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ นิ้วมือแกร่งเลื่อนไล่ลงมาตามโครงร่างบอบบาง บีบเค้นเอวคอดกิ่วอย่างแรงเพื่อประกาศความเป็นเจ้า "เจ็บไหมรินรดา..." เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตา กระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงของเขาทุ้มพร่าและเต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความร้าวราน "เธออยากรู้รอยแผลเป็นบนหลังฉันใช่ไหม... อยากรู้ว่ามันแลกมาด้วยอะไรใช่ไหม งั้นก็จดจำสัมผัสนี้ไว้! จำไว้ว่าเธอเป็นของใคร!" รินรดาลืมตาขึ้นจ้องมองลึกลงไปในดวงตาที่กำลังพายุคลั่งของเขา แม้ร่างกายจะถูกพันธนาการไว้ด้วยความเร่าร้อนอันดิบเถื่อน แต่สายตาของเธอกลับท้าทายและดื้อรั้นไม่แพ้กัน "ต่อให้เฮียจะใช้ร่างกายฉันมากลบเกลื่อนอดีตที่เฮียเกลียดชังแค่ไหน... มันก็ลบความจริงไม่ได้หรอกค่ะว่าเฮียมันก็แค่คนขี้ขลาดคนหนึ่ง!" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจคณิน ดวงตาของมาเฟียหนุ่มเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ความโกรธเกรี้ยวระดับสูงสุดจะระเบิดออกมา มือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวตรึงเธอไว้กับผนังอย่างแน่นหนาจนข้อมือแทบหัก ริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากของเธออย่างไร้ความปรานี เป็นจูบที่ทั้งดุดัน คลั่ง า และเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด รินรดาครางอือในลำคอ พยายามเบือนหน้าหนีแต่ถูกมือใหญ่บีบกรามบังคับให้รับสัมผัสอันป่าเถื่อนนี้อย่างจำยอม ความหอมหวานที่เจือด้วยรสเลือดจางๆ ทำให้ห้องทั้งห้องร้อนระอุราวกับตกอยู่ในกองเพลิงแห่งตัณหา ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดและเร่าร้อนจนแทบขาดใจ เสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาสามครั้งอย่างหนักแน่น ตามด้วยเสียงเปิดประตูผางโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยдя "ขอโทษทีนะเฮีย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวาทอันเร่าร้อนของแกเข้าซะแล้วสิ" เสียงทุ้มกวนประสาทของ *'ภาคิน'* น้องชายต่างแม่ผู้ซ่อนคมเขี้ยวไว้ภายใต้รอยยิ้มเอ่ยขึ้น พร้อมกับเอกสารลับในมือที่ทำให้ร่างของคณินชะงักกึกทันที ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามความมืดมนและเร่าร้อนนี้ร่วมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยบาปอาบเงาศพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%