ความเงียบงันในยามวิกาลของคฤหาสน์ตระกูลคณินไม่เคยเป็นความสงบสุข แต่มันคือความกดดันที่พร้อมจะบดขยี้ประสาทสัมผัสทุกตารางนิ้วให้แหลกละเอียด เสียงฝีเท้าฝีหนืดที่เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ประตูห้องนอนเรื่อย ๆ นั้น ไม่ใช่เสียงของคนธรรมดา มันมีความหนักหน่วงและเชื่องช้าประหลาด ราวกับร่างไร้วิญญาณกำลังลากสังขารเน่าเฟะผ่านพื้นไม้โบราณ
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม ความกลัวพุ่งพล่านจนปลายนิ้วเย็นเฉียบ เธอยังไม่ทันได้เปล่งเสียงอุทานสักแอะ มือหนาและแข็งดั่งคีมเหล็กของคณินก็พุ่งเข้ามาตะמתเอวบางแล้วกระชากเข้าไปแนบชิดแผงอกกว้างของเขาในเสี้ยววินาที
"ชูش..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนอ่อนลุกชัน แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ มันกลับสร้างความอุ่นวาบที่น่าประณามในความรู้สึกของเธอ
ข้างนอกนั้น... เงาดำทึบเคลื่อนผ่านช่องแสงสลัวใต้ประตู เสียงครูดคราดเบา ๆ ราวกับเล็บยาว ๆ กำลังขูดขีดเนื้อไม้ดังแกรก... แกรก... ชวนให้สติหลุดลอย รินรดาตัวสั่นเทิ้มโดยไม่รู้ตัว ความหวาดกลัวต่อสิ่งเร้นลับที่คืบคลานเข้ามาทำให้เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากฝังใบหน้าเข้ากับลาดไหล่กว้างของมาเฟียหนุ่ม และกอดรัดรอบลำตัวเขาแน่นสนิทราวกับเขาคือเกราะคุ้มกันเดียวในโลกมืดมิดใบนี้
คณินไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายืนนิ่งราดกับรูปปั้นหินแกรนิต แต่กล้ามเนื้อทุกมัดภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มกลับตึงเกร็ง สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องเขม็งไปยังประตูห้อง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างของเขาอย่างชัดเจน มืออีกข้างของเขาไม่ได้ว่างเปล่า มันกุมด้ามปืนพกสั้นสีดำสนิทที่ดึงออกจากลิ้นชักหัวเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้
ความหวาดกลัวของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดอันตราย ร่างกายที่เบียดชิดกันอย่างไร้ช่องว่างทำให้เธอรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งของเขา มันไม่ใช่หัวใจของคนที่หวาดกลัว แต่มันคือหัวใจของนักล่าที่กำลังกระหายการเผชิญหน้า
"กลัวเหรอ... หืม?" เสียงกระซิบแหบพร่าของคณินดังขึ้นชิดริมฝีปากที่สั่นเทาของเธอ เขาก้มลงมองผู้หญิงในอ้อมแขน แววตาคมปลาบนั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ยังคงคุกกรุ่นอยู่แม้ในยามวิกาลอันตราย "ไหนบอกว่าเก่งนัก... ทำไมตอนนี้ถึงได้สั่นเป็นลูกนกตกน้ำแบบนี้ล่ะ ริน"
"เฮีย..." เธอพยายามเปล่งเสียงประท้วง แต่เสียงนั้นกลับสั่นเครือและแห้งผากจนน่าสมเพช
"เงียบ ถ้ารักษาชีวิตไว้ไม่ได้ ก็ไม่มีสิทธิ์มาต่อรองอะไรกับฉันทั้งนั้น" เขาขู่ด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น แต่ท่อนแขนที่โอบกอดเธอกลับกระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สัมผัสจากร่างนุ่มนิ่มที่แนบติดทำให้สัญชาตญาณดิบในตัวเขาพุ่งพล่าน ความตายและความปรารถนาหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันในความมืดนี้
*แกรก...*
เสียงข้างนอกหยุดลงตรงหน้าประตูพอดี ตามด้วยเสียงลมหายใจเฮือกใหญ่ที่ดังลอดรอยแยกเข้ามา กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ลอยทะลุเข้ามาในห้องจนน่าสะอิดสะเอียน รินรดาหลับตาปี๋ซุกหน้าเข้ากับซอกคอของเขาแน่นขึ้น แผ่นหลังบางสะท้านเฮือกเมื่อปลายนิ้วแข็งแรงของคณินลูบไล้ขึ้นลงตามแนวสันหลังเพื่อปลอบประโลม... หรืออาจจะเพื่อปลุกเร้าให้เธอสูญสิ้นการควบคุมกันแน่
ในห้องที่มืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่ง เงาของเขาทั้งสองทาบทับกันจนแยกไม่ออก คณินไม่ยอมรอให้ผู้บุกรุกเปิดเข้ามาเอง เขาตัดสินใจขยับตัวอย่างเงียบเชียบ โดยใช้มือข้างหนึ่งประคองร่างของรินรดาไว้แน่นไม่ให้หลุดมือ ส่วนมือขวาชูอาวุธขึ้นเตรียมพร้อม
เขาก้าวเท้าช้า ๆ ไปทางประตู โดยมีร่างของหญิงสาวกอดเอวเขาตามติดไปทุกฝีก้าว แรงปะทะระหว่างความกลัวและความเร่าร้อนทางกายทำให้เลือดในกายของรินรดาร้อนฉ่า เธอไม่รู้ว่าควรจะกลัวผีสางหรือปีศาจในร่างมนุษย์ที่กำลังโอบกอดเธออยู่ตอนนี้มากกว่ากัน
ทว่า... ในวินาทีที่คณินเอื้อมมือไปแตะลูกบิดประตูเพื่อกระชากเปิดออก เสียงกรีดร้องโหยหวนอันแหลมเล็กก็ดังสนั่นมาจากระเบียงด้านนอก!
*กรี๊ดดดดดดดด—!*
ไม่ใช่เสียงจากหน้าประตูห้องนอน แต่เป็นเสียงที่ดังมาจากห้องพักของแม่บ้านที่อยู่ีกปีกหนึ่งของคฤหาสน์ และตามมาด้วยเสียงข้าวของแตกกระจายราวกับกำลังเกิดการต่อสู้แย่งชิงอย่างดุเดือด
คณินชะงักมือ ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงทันที รินรดาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจและเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
"เฮีย... นั่นมันเสียง..."
คณินไม่ได้ตอบ เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากหยักลึกเกือบจะชนกับริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวกระซิบคำขาดที่ทำให้หัวใจเธอกระตุกวาบ
"ล็อคห้องนี้ไว้ให้ดี... ถ้าฉันกลับมาแล้วเปิดประตูไม่ได้ เธอเตรียมตัวรับโทษบนเตียงได้เลย ริน"
พูดจบ เขาก็กระชากประตูเปิดออกแล้วพุ่งหายไปในความมืดของทางเดินทันที ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่น่ากลัวกว่าเดิม และในวินาทีที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปหมุนกลอนประตูปิด เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ก็วิ่งกรูขึ้นมาจากบันไดวนเบื้องล่าง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่เอ่ยเรียกชื่อเธอจากความมืดมิด
"คุณริน... เปิดประตูให้ผมเถอะครับ นายสั่งให้ผมมาคุยกับคุณเรื่อง... 'ความลับ' ที่คุณอยากรู้นักไม่ใช่เหรอ?"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งสู่ห้วงมืดแห่งตัณหาและความสยองขวัญไปกับ "แมวดำใต้แสงจันทร์" นะคะ
รอยบาปอาบเงาศพ•ตอนที่ 11
เสียงกรีดร้องยามวิกาล
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยบาปอาบเงาศพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!