รอยบาปอาบเงาศพ•ตอนที่ 12

อ้อมกอดของปีศาจ

ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
เสียงไม้เก่าลั่นเอี๊ยดอ๊าดใต้ฝ่าเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนยิ่งกว่าเสียงระฆังใดๆ รินรดายืนหลังชนกับบานประตูไม้สักทองที่เพิ่งถูกผลักเปิดออกด้วยแรงอัดอันทรงพลัง แววตาสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อร่างสูงใหญ่ของคณินก้าวล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของเธอ ความมืดสลัวยามวิกาลขับเน้นให้ใบหน้าคมคายดุดันนั้นดูราวกับซาตานที่หลุดออกมาจากขุมนรก ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสำรวจเรือนร่างสั่นเทาของเธอด้วยความกระหายใคร่รู้ ชวนให้รู้สึกราวกับถูกตรึงไว้ด้วยพันธนาการที่มองไม่เห็น "คิดจะหนีไปไหนล่ะคะ... คนสวย" เสียงทุ้มต่ำพ่นออกมาพร้อมรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก คณินสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วราวกับเสือดาวที่กำลังตะครุบเหยื่อ กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นอายอันตรายลอยเข้าแตะจมูกจนรินรดาแทบจะลืมหายใจ "ถอยไปนะเฮีย... คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉัน!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ผลักอกแกร่งออกไปเต็มแรง แต่ทว่าแผงอกนั้นกลับแน่นราวกำแพงหิน ไร้ซึ่งความสะทกสะท้าน คณินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำพร่าและเต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์ที่ดิบเถื่อน มือหนาคว้าข้อมือเรียวทั้งสองข้างของเธอแล้วตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนกระดูกข้อมือแทบร้าว แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือแววตาของเขา—แววตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งไคล้และความต้องการที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล "สิทธิ์งั้นเหรอ?" คณินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้ N สั่นผ่าว "จำใส่สมองเอาไว้รินรดา ว่าตั้งแต่เธอเดินเข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้ ทุกตารางนิ้วบนตัวเธอ... เป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว แม้แต่ลมหายใจของเธอก็ด้วย!" คำพูดนั้นเฉียบคมและทรงพลังราวกับมีดโกนที่กรีดลงบนหัวใจ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธแค้นและความหวาดกลัวตีรวนขึ้นมาจุกอก น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจที่ไม่อาจต่อกรกับอำนาจมืดนี้ได้ ทว่าในขณะเดียวกัน แรงปะทะจากร่างกายที่แนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง ก็ปลุกเร้ากระแสความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างให้แล่นริ้วไปตามแนวสันหลัง ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วผิวเนื้อราวกับถูกไฟลวก สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านที่เริ่มไล้จากข้อมือลามเลียขึ้นมาตามท่อนแขนเรียว ทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่างอย่างไม่ยอมเชื่อฟังสมอง "ปล่อย... อื้อ..." คำประท้วงที่เหลือถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหนาร้อนระอุประกบลงมาปิดกั้นเรียวปากอิ่มอย่างดุดันและไร้ความปรานี เป็นการจุมพิตที่ไม่ได้อบอวลด้วยความหวานชื่น หากแต่เป็นดั่งการประกาศสงครามและการครอบครอง คณินบดขยี้เรียวปากเธออย่างไร้ความปรานี รุกรานเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากด้วยความหิวกระหาย รินรดาทุบตีแผงอกเขาด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด แต่ยิ่งเธอขัดขืนมากเท่าไหร่ อ้อมแขนแกร่งที่โอบรัดรอบเอวคอดก็ยิ่งตึงแน่นขึ้นราวกับงูเหลือมที่กำลังรัดเหยื่อให้ขาดใจตาย รสจุมพิตที่ป่าเถื่อนค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป เมื่อความนุ่มนวลอันดุดดันเริ่มซึมซับเข้าสู่ความรู้สึก ร่างกายของหญิงสาวอ่อนระทวยลงทีละน้อย ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยคลื่นแห่งความปรารถนาที่ซัดสาดเข้ามาอย่างรุนแรงจนตั้งรับไม่ทัน คณินผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อให้เธอได้สูดอากาศ ทว่าดวงตาคมกริบยังคงจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อสีแดงก่ำของเธอด้วยความหลงใหล "เก่งนักไม่ใช่เหรอคะ ทำไมตอนนี้ถึงได้หมดฤทธิ์เร็วจังล่ะ" เขากระซิบเสียงพร่าข้างใบหู ขบเมือ่งติ่งหูเบาๆ จนรินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เสียงครางแผ่วหลุดรอดริมฝีปากออกมาอย่างน่าอาย มือข้างที่ว่างของชายหนุ่มลูบไล้ต่ำลงมาตามโค้งเว้าของสะโพก ดึงรั้งร่างบางให้แนบชิดสนิทแนบจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก ความมืดมิดภายในห้องนอนกว้างถูกเติมเต็มด้วยเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและเสียงครางระคนความทรมาน คณินไม่ได้มอบความอ่อนโยนให้เธอ มีเพียงสัมผัสที่ร้อนแรง ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยความกระหายหิวที่ไม่อาจเติมเต็ม ร่างกายของทั้งคู่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดและเสน่หาอันอันตราย ทุกสัมผัส ทุกหยาดเหงื่อ และทุกเสียงครางต่ำในลำคอของมาเฟียหนุ่ม คือการย้ำเตือนว่าเธอกำลังตกเป็นเชลยของปีศาจตนนี้อย่างสมบูรณ์แบบ รินรดารู้สึกราวกับตัวเองกำลังล่องลอยอยู่บนปากเหวแห่งความตายและความสุขสมในเวลาเดียวกัน ความเจ็บปวดจากการถูกครอบครองถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกซ่านเสียวที่กัดกินสติสัมปชัญญะทีละน้อย เธอจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่าน ขณะที่น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ไหลรินอาบแก้ม ทว่าริมฝีปากของเกลับเผยอรับรสจุมพิตที่เขามอบให้อย่างโหยหา ยอมจำนนต่อพันธนาการแห่งตัณหาที่เขาขีดเส้นไว้โดยไม่มีข้อแม้ ราตรีอันยาวนานดำเนินไปอย่างไร้จุดสิ้นสุด เสียงครางและเสียงเนื้อกระทบกันดังก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันของคฤหาสน์ คณินใช้ร่างกายของตนเองปลอบประโลมและครอบครองเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับต้องการลบเลือนทุกสิ่งทุกอย่างออกจากความทรงจำของเธอ เหลือไว้เพียงสัมผัสของเขาแต่เพียงผู้เดียว จนกระทั่งแสงสีทองแรกของรุ่งอรุณสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาขับไล่ความมืดมิด ร่างกายของทั้งคู่จึงสงบลงในอ้อมกอดที่แนบแน่น รินรดานอนซบอยู่บนแผ่นอกแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยเล็บ ลมหายใจสม่ำเสมอของเธอแสดงถึงความเหนื่อยอ่อนจนหมดแรง ดวงตาคู่สวยปิดสนิท ปล่อยให้ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะ ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะจมดิ่งสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง นิ้วเรียวยาวของคณินกลับเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากของเธออย่างอ่อนโยนผิดกับนิสัยดุดันเมื่อครู่ ริมฝีปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยในความเงียบ ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้ายามหลับใหลของเชลยสาวด้วยความพึงพอใจ ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบาข้างริมฝีปากที่ยังคงบวมเจ่อของเธอ "ตื่นมาแล้ว... เธอคงต้องฟังความลับอีกเรื่องจากปากฉันสินะ รินรดา... ว่าแท้จริงแล้ว ใครกันแน่ที่เป็นคนฆ่าพ่อของเธอ" หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างแรง ดวงตาที่ปิดสนิทเบิกโพลงขึ้นทันที ความง่วงงุนทั้งหมดมลายหายไปในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับประโยคสุดท้ายที่แขวนความรู้สึกของเธอไว้บนเส้นด้ายแห่งความจริงอันน่าสะพรึงกลัว! *** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยบาปอาบเงาศพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%