กระดาษเอกสารสีเหลืองกรอบเก่าคร่ำคร่าแผ่นนั้นสั่นเทาอยู่ปลายนิ้วของรินรดา ตัวอักษรหมึกซึมภาษาไทยโบราณที่บันทึกสำนวนการสอบสวนคดีเมื่อสิบปีก่อน ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวหนังสือบนแผ่นกระดาษไร้ชีวิต แต่มันคือคมมีดที่กรีดลึกลงมาบนความทรงจำที่เธอพยายามฝังกลบมันเอาไว้
ชื่อของบิดาเธอลอยเด่นหราอยู่ในฐานะ "ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ" ก่อนที่เขาจะจบชีวิตลงด้วยกระสุนนัดเดียวในห้องทำงานที่ปิดตาย—คำพิพากษาจากสังคมที่ตีตราว่าเขาคือฆาตกรชั่วช้า
ทว่า บรรทัดสุดท้ายของบันทึกหน้าสุดท้ายที่ถูกพับซ่อนไว้ต่างหาก... ที่ทำให้หัวใจของเธอดิ่งวูบลงสู่ห้วงเหวแห่งความมืดมิด
*รอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ฝ่ามือขวา...*
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ร่างกายของเธอเย็นเฉียบราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็ง น้ำตาที่เอ่อคลอหน่วยถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความโกรธขึงและหวาดผวาในเวลาเดียวกัน รอยแผลนั้น... มันไม่ใช่รอยแผลของพ่อเธอ แต่มันคือรอยแผลที่เธอเพิ่งสังเกตเห็นบนแผ่นหลังของใครบางคนเมื่อคืนนี้เอง!
“ค้นหาความจริงมันสนุกขนาดนั้นเลยหรือครับ... คุณรินรดา?”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของห้องสมุดส่วนตัว กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับน้ำหอมกลิ่นไม้กฤษณาจางๆ ลอยมาแตะจมูกก่อนที่เงาร่างสูงใหญ่จะก้าวออกมาจากหลังชั้นหนังสือ คณินยืนกอดอกจ้องมองเธอด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ ประกายในดวงตาคู่นั้นทั้งคมกริบ ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้ราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
รินรดาสะดุ้งสุดตัว รีบคว่ำเอกสารแผ่นนั้นลงอย่างลิบลับ หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระหลุดออกมานอกอก เธอเชิดหน้าขึ้นพยายามรักษาศักดิ์ศรีอันน้อยนิดไว้ แม้เรียวขาจะสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ก็ตาม
“คุณเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่... เฮียคณิน” น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย
คณินไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวของเขามั่นคง หนักแน่น และกดดันจนพื้นที่รอบตัวแคบลงเรื่อยๆ ร่างสูงใหญ่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่มีเหลือ มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวเล็กของเธอไว้ทันที แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่เด็ดขาดและไร้ซึ่งทางหลบหนี ราวกับโซตรึงที่ล่ามเธอไว้กับอำนาจมืดของเขา
“ผมเข้ามาทันเวลาที่คุณกำลังรื้อฟื้นเรื่องโสโครกที่ควรจะตายไปพร้อมกับซากศพพวกนั้นพอดี” คณินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ รดรินอยู่ข้างแก้มสาก “อยากรู้เรื่องของพ่อคุณนักหรือ? หรือว่า... อยากรู้เรื่องของคนที่ฆ่าพ่อคุณกันแน่?”
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ รินรดาเบิกตากว้าง ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาจนแทนที่ความกลัว เธอยื้อข้อมือกลับแต่ไม่เป็นผล กลับยิ่งถูกเขาดึงเข้าหาร่างแกร่งจนหน้าอกแนบชิดกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม
“คุณรู้... คุณรู้ใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อสิบปีก่อน!” รินรดาตวาดเสียงสั่น เงามืดในดวงตาของเธอสะท้อนภาพใบหน้าหล่อเหลาที่ไร้ความปรานีของชายหนุ่ม “ทำไมเอกสารพวกนี้ถึงอยู่ในคฤหาสน์ของคุณ ทำไมคุณถึงเกี่ยวข้องกับคดีของพ่อฉัน!”
คณินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ นิ้วมืออีกข้างของเขาไล้ขึ้นมาเกลี่ย1เส้นผมที่ปรกใบหน้าขาวซีดของเธออย่างถือวิสาสะ สัมผัสอุ่นจัดนั้นทำให้ผิวเนื้อของเธอสั่นสะท้านราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่าน
“เด็กน้อย... การก้าวเข้าไปในโลกของผู้ใหญ่โดยไม่มีปัญญาปกป้องตัวเอง มันไม่ได้ทำให้เธอฉลาดขึ้นหรอกนะ” คณินกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่ชวนให้ใจสั่นสะท้าน “เธอคิดว่าเอกสารแผ่นนั้นจะช่วยให้เธอรอดพ้นจากเงื้อมมือใครได้งั้นหรือ? เปล่าเลย... มันยิ่งทำให้เธอดำดิ่งลงมาในหลุมพรางที่ฉันขุดไว้ลึกขึ้นต่างหาก”
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธและความปรารถนาที่จะเอาชนะตีรวนกันอยู่ในอก “ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาให้คุณควบคุมนะ เฮียคณิน! ถ้าคุณมีความลับอะไรซ่อนอยู่... ฉันจะกระชากหน้ากากมันออกมาให้หมด!”
“ปากเก่งเสียจริง...” คณินคำรามในลำคอ รอยยิ้มมุมปากของเขาปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์และดุดัน ดวงตาคมกราดมองสำรวจริมฝีปากสั่นระริกของเธอด้วยความกระหาย ก่อนที่มือหนาจะรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนเธออุทานออกมาด้วยความตกใจ ร่างทั้งร่างถูกยกขึ้นและดันติด1กับชั้นหนังสือด้านหลังอย่างรวดเร็ว
แรงปะทะทำให้เอกสารในมือร่วงหล่นลงสู่พื้น แต่รินรดากลับไม่สนใจมันอีกต่อไปแล้ว เมื่อตอนนี้เงาร่างกำยำของชายหนุ่มทาบทับลงมาจนมิด ร่างกายของเขาร้อนผ่าวและแผ่ซ่านไอความเร่าร้อนที่แผดเผาความตั้งใจทั้งหมดของเธอให้มอดไหม้
“ถ้าเธออยากรู้ความจริงนัก...” คณินก้มลงกระซิบชิดริมฝีปาก นัยน์ตาดำมืดสะท้อนภาพเงาของเธอเพียงผู้เดียว “คืนนี้... มาหาฉันที่ห้องนอนใหญ่ แล้วฉันจะ “เล่า” ให้เธอฟังทุกเรื่อง... แบบที่เธอไม่มีวันลืมเลยทีเดียว”
สัมผัสอุ่นร้อนที่ปัดป่ายอยู่บริเวณต้นคอระหงทำให้สติของรินรดากระเจิดกระเจิง ลมหายใจของเธอติดขัด ร่างกายทรยศต่อจิตสำนึกด้วยการสั่นสะท้านไปกับสัมผัสอันจาบจ้วงและเร่าร้อนนั้น แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองรุนแรงเสียจนราวกับมีแรงโน้มถ่วงมหาศาลดึงดูดให้พวกเขาไหลหลอมรวมกันในความมืด
ทว่า ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะได้ทาบทับลงมาเพื่อปิดกั้นเสียงประท้วงทั้งหมด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะจากด้านนอกห้องสมุด ตามมาด้วยเสียงรายงานที่ร้อนรนของลูกน้องคนสนิท
“เฮียครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ทางกองปราบส่งหมายเรียกพยานปากเอกในคดีเก่าเมื่อสิบปีก่อน และชื่อที่ปรากฏในเอกสาร... คือคุณรินรดาครับ!”
คณินชะงักกึก ดวงตาคมกราดหรี่แคบลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนอากาศรอบตัวเย็นเยียบลงในพริบตา เขาก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขนที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือดลงกว่าเดิม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจกระหน่ำรัวด้วยความหวาดกลัวที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด—หมายเรียกพยาน... ทั้งที่เธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนในชีวิต!
แล้วใคร... เป็นคนใส่ชื่อเธอลงไปในสำนวนคดีฆาตกรรมเมื่อสิบปีก่อนกันแน่?
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
รอยบาปอาบเงาศพ•ตอนที่ 13
ศัตรูที่เร้นกาย
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยบาปอาบเงาศพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!