ความมืดในห้องใต้ดินของคฤหาสน์ตระกูลคณินไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเงียบ หากแต่มันอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความตายและความลับที่ถูกฝังกลบ
คำถามที่ว่า *“ใครเป็นคนใส่ชื่อเธอลงไปในสำนวนคดีฆาตกรรมเมื่อสิบปีก่อนกันแน่?”* ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรินรดา ราวกับเสียงกระซิบจากยมทูตที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ความหนטเย็นเฉียบของโลหะที่แนบอยู่ข้างขมับไม่ได้ทำให้เธอกลัวเท่ากับความจริงที่ว่า... ชีวิตของเธอกำลังถูกชักใยโดยใครบางคน คนที่รู้เรื่องราวในอดีตยิ่งกว่าตัวเธอเอง และต้องการให้เธอหายไปจากโลกใบนี้อย่างถาวร
ลมหายใจของหญิงสาวติดขัด ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่านเมื่อปลายกระบอกปืนสีดำสนิทถูกกดน้ำหนักลงมาอีกนิด เสียงหัวเราะต่ำทุ้มในลำคอของฆาตกรเงาที่ซ่อนตัวอยู่หลังความมืดดังขึ้นราวกับเสียงดนตรีมรณะ
"จบสิ้นกันเสียที รินรดา... แกรู้อะไรมากเกินไป"
นิ้วชี้บนไกปืนเริ่มออกแรงกด รินรดารู้ดีว่านี่คือวินาทีสุดท้ายของลมหายใจ ความตายอยู่ห่างจากเธอเพียงเสี้ยววินาที ดวงตากลมโตหลับลงช้าๆ ยอมรับชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาพเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อนแฟลชแบ็กเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก แต่ก่อนที่เสียงคำรามของดินปืนจะแผดเผาความเงียบ...
*เปรี้ยง!*
เสียงกระสุนนัดหนึ่งแหวกอากาศ พลาดเป้าหมายไปเฉียดเส้นผมของเธอเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แรงกระแทกจากการปะทะกันของวัตถุหนักๆ และเสียงร้องคำรามอย่างดุร้ายด้วยความโกรธเกรี้ยวทำให้รินรดาลืมตาขึ้นมา
ร่างสูงใหญ่ของคณินพุ่งเข้าชาร์จเงาดำปริศนาด้วยความเร็วราวกับเสือดาวที่กำลังล่าเหยื่อ ดวงตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มคู่นั้นแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชนจนน่ากลัว เส้นเลือดที่ลำคอและขมับปูดโปนจากการใช้กำลังมหาศาล เหยื่อที่เกือบจะปลิดชีพรินรดาถูกกระชากคอเสื้อขึ้นก่อนจะถูกซัดด้วยหมัดหนักๆ เข้าที่ใบหน้าจนเลือดสาดกระเซ็นติดผนังปูนเปลือย
"มึงกล้าดียังไง... บังเอิญมาแตะต้องของๆ กู!"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและดิบเถื่อน คณินไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว เขาระดมหมัดเข้าใส่ไม่ยั้ง ราวกับต้องการฉีกกระชากร่างของคนที่กล้าล้ำเส้นเขาให้เป็นชิ้นๆ บรรยากาศในห้องใต้ดินอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและแรงปะทะทางอารมณ์ที่รุนแรงจนน่าหายใจไม่ออก
รินรดานั่งทรุดฮวบลงกับพื้น ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบแบกรับน้ำหนักตัวเองไม่ไหว เธอมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่กำลังระบายความโกรธเกรี้ยวใส่ผู้บุกรุก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งหวาดกลัว ตื่นตระหนก และ... หวั่นไหวอย่างน่าประหลาด
ความตายเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อครู่ แต่ความเร่าร้อนอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวคณินกลับดึงดูดเธอเข้าหา ราวกับแมลงเม่าที่โผบินเข้าหาเปลวเพลิง
ในจังหวะที่คณินกำลังจะง้างหมัดซัดปิดบัญชี ผู้บุกรุกอาศัยจังหวะชุลมุนควักระเบิดควันขนาดเล็กปาลงพื้น ควันสีขาวหนาทึบพวยพุ่งบดบังทัศนียภาพทันที พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งหนีหายไปในความมืดของอุโมงค์ระบายน้ำใต้คฤหาสน์
"โธ่เว้ย!" คณินสบถอย่างหัวเสีย นัยน์ตาดุดันกวาดตามองความว่างเปล่าก่อนจะหันขวับกลับมามองหญิงสาวที่นั่งตัวสั่นอยู่บนพื้น
ขายาวก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวรินรดาในเวลาเพียงเสี้ยววินาที มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางทั้งสองข้างแล้วกระชากให้ลุกขึ้นยืนโดยไม่สนใจว่าเธอจะเจ็บหรือไม่ แรงบีบที่ข้อมือสะท้อนถึงความตึงเครียดและอารมณ์ที่ยังคุกกรุ่นอยู่ในอกของเขา
"ริน!" น้ำเสียงของเขาต่ำพร่าและดุดัน แฝงไปด้วยความเกรี้ยวกราดที่พยายามสะกดกลั้นไว้ "ใครอนุญาตให้เธอลงมาที่นี่คนเดียว! อยากตายนักหรือไง!"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสแต่ไร้ซึ่งความอ่อนแอ เธอกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะสวนกลับด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าแต่ท้าทาย
"ถ้าฉันไม่ลงมา... ฉันก็คงไม่มีทางรู้เลยว่า ใครคือคนที่ใส่ชื่อฉันลงไปในสำนวนคดีนั้น เฮียเองก็รู้อะไรบางอย่างใช่ไหมล่ะคะ? ทำไมถึงต้องปิดบังฉัน!"
คำพูดนั้นทำให้คณินชะงักไป ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงอย่างอันตราย แรงบีบที่ข้อมือเพิ่มขึ้นจนกระดูกแทบแหลก คณินก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังบอบบางแนบติดกับผนังห้องเย็นเยียบ ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันจนรับรู้ถึงความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด
ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ บนตัวเขาให้ความรู้สึกดิบเถื่อนและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน มือหนาข้างหนึ่งละจากข้อมือ เลื่อนขึ้นมาสอดเข้าที่กลุ่มผมยาวสลวยแล้วออกแรงรั้งท้ายทอยของเธอให้เงยขึ้นรับสัมผัสจากเขา
"อย่าอวดเก่งให้มันมากนัก รินรดา..." คณินกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่แฝงไว้ด้วยการลงทัณฑ์ "เธอคิดว่าเธอเป็นใคร ถึงกล้ามาคาดคั้นเอาความจริงจากฉัน หื้ม?"
หัวใจของรินรดากระหน่ำเต้นรัวแรงยิ่งกว่าตอนที่เผชิญหน้ากับปลายกระบอกปืนเสียอีก ความใกล้ชิดนี้อันตรายเกินไป ร่างกายของเธอร้อนผ่าวราวกับถูกไฟแผดเผาเมื่อสัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ไปตามกรอบหน้า ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาหยุดที่ลำคอระหง ออกแรงกดเบาๆ คล้ายจะเตือนให้รู้ว่าชีวิตของเธออยู่ในกำมือของเขาแต่เพียงผู้เดียว
"เฮีย... ปล่อยนะคะ" เธอพยายามเปล่งเสียงปฏิเสธ แต่เรียวปากสั่นระริกกลับทรยศด้วยการเผยอรับลมหายใจของเขา
"ปล่อยเหรอ?" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาที่มองเธอมันวาวราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ "ในเมื่อเธอรอดตายมาได้... ก็เตรียมตัวรับบทลงโทษที่ขัดคำสั่งของฉันให้ดีเถอะ ริน"
ริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกอย่างของเธออย่างไร้ความปรานี จูบที่เริ่มต้นด้วยความโกรธเกรี้ยวและดิบเถื่อน ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนรุนแรงที่สูบฉีดวิญญาณออกจากร่าง รินรดาพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงอันน้อยนิดกลับไม่ต่างอะไรจากการสอพลอ แรงดึงดูดอันมืดมนและอันตรายของชายหนุ่มดึงเธอให้จมดิ่งลงสู่ห้วงเสน่หาที่เธอไม่มีวันดิ้นหลุด
ท่ามกลางความมืดมิดและกลิ่นอายความตาย คณินบดขยี้เรียวปากเธ้าราวกับต้องการผนึกร่างกายและจิตวิญญาณของเธอให้เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว รสชาติของเลือดและความหอมหวานปะปนกันจนแยกไม่ออก
แต่ในวินาทีที่รินรดาเริ่มเคลิบเคลิ้มและพ่ายแพ้ให้กับสัมผัสดิบเถื่อนนั้นเอง...
นิ้วมือแกร่งที่เคล้นคลึงอยู่บริเวณต้นคอของเธอก็หยุดชะงักลง คณินผงศีรษะขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปที่มุมมืดของห้องใต้ดินที่เงียบงัดอีกครั้ง ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มเหี้ยมเกรียมราวกับเยาะเย้ยโชคชะตา
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญคนนั้น จะไม่ได้มาแค่คนเดียวนะคะ, ที่รัก"
เขากระซิบประโยคสุดท้ายข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังเดินเรียงรายเข้ามาปิดล้อมทางออกของห้องใต้ดินแห่งนี้ทีละน้อย...
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ บทต่อไปความลับกำลังจะเริ่มเผยโฉมแล้วค่ะ!
รอยบาปอาบเงาศพ•ตอนที่ 14
คำเตือนจากความตาย
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยบาปอาบเงาศพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!