เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่ำเข้ามาใกล้ราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย แต่สำหรับคณินแล้ว มันกลับเป็นเพียงจังหวะดนตรีประกอบเกมอำนาจที่เขาเป็นผู้กุมความได้เปรียบทั้งหมด ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มไม่มีทีท่าตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวตวัดมองไปทางประตูเหล็กกล้าที่ถูกปิดตาย ก่อนจะก้มลงมองหญิงสาวในอ้อมแขนที่ตัวสั่นเทาจนสัมผัสได้ถึงแรงสะท้านสะเทือนจากแผ่นอกบาง
รินรดากำชายเสื้อสูทของเขาแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ความหวาดกลัวต่อสิ่งเร้นลับและคมกระสุนจากโลกเบื้องหลังที่คณินเหยียบย่ำกำลังบีบคั้นหัวใจเธอจนแทบหยุดเต้น แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงฝีเท้านั้น... คือสัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านที่กำลังไล้กรอบหน้าของเธออย่างถือวิสาสะ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดรดอยู่ข้างแกือก่อให้เกิดกระแสความวูบวาบแปลกประหลาดที่ไหลลามไปทั่วร่างอย่างไม่น่าเชื่อ
"กลัวหรือครับ... หืม?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดใบหู เย็นเยียบแต่กลับแผดเผาผิวกายให้ร้อนผ่าวในเวลาเดียวกัน คณินไม่ได้สนใจเงาดำที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่หลังประตูแม้แต่น้อย สายตาของเขามีเพียงความกระหายดิบเถื่อนที่ฉายชัดผ่านม่านตาคมปลาบ ราวกับต้องการจะกลืนกินเธอลึกลงไปในความมืดมิดนี้เสียให้พ้นจากสายตาใคร
"ปล่อย... ปล่อยฉันนะ เฮียคณิน..." เสียงหวานเอ่ยสั่นพร่า ร่างกายที่เคยแข็งขืนพยายามผลักไสแผงอกกว้าง แต่แรงอันน้อยนิดนั้นกลับยิ่งทำให้เธอกลายเป็นฝ่ายแนบชิดติดกับเรือนกายกำยำของเขามากขึ้นโดยปริยาย กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายอันตรายคนนี้กำลังมอมเมาสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย
"สายไปแล้ว, ริน..." คณินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่สั่นสะเทือนอกแกร่งและส่งผ่านความเร่าร้อนมาถึงตัวเธอ "ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในโลกของฉัน ไม่มีทางที่เธอจะได้เดินออกไปในฐานะเดิมอีกต่อไป... ถ้าพวกมันอยากได้ตัวเธอนัก ก็ต้องก้าวผ่านศพฉันไปก่อน"
สิ้นคำพูดนั้น ประตูเหล็กหนาก็ถูกกระแทกด้วยแรงมหาศาลจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษฝุ่นและหยากไย่ร่วงกราวลงมาประหนึ่งหิมะสีเทา ทว่าคณินกลับไม่แม้แต่จะชายตามอง เขาพลิกตัวรินรดาลดลงแนบชิดกับมุมอับของผนังห้องใต้ดินที่มืดสลัว ใช้ร่างกายกำยำของตนเองบังร่างอรชรไว้มิดชิด มือหนาข้างหนึ่งกดท้ายทอยเธอให้ซบลงกับซอกคอของเขา ขณะที่มืออีกข้างชักอาวุธปืนพกสีดำสนิทออกมาจากเอวอย่างไร้เสียง
ความเย็นเฉียบของโลหะสีดำตัดกับความร้อนระอุของอุณหภูมิร่างกายที่แนบชิด รินรดาสะดุ้งเฮือก หัวใจเต้นรำด้วยความหวาดกลัวสุดขีด แต่ในขณะเดียวกัน แรงกดดันจากสถานการณ์ความเป็นความตายกลับปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวมนุษย์ ความกลัวที่เคยมี... บัดนี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงอันตราย ความตื่นเต้นเร้าใจที่แล่นพล่านไปตามเส้นเลือดทำให้ผิวเนื้อของเธор้อนผ่าวราวกับมีไฟสุม
*ปัง! เสียงปืนนัดแรกแผดเสียงก้องกังวานในห้องใต้ดินแคบๆ*
คณินเหนี่ยวไกสวนออกไปผ่านรอยแยกของชั้นวางของเก่าโดยไม่ต้องเล็งด้วยซ้ำ เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังเล็ดลอดมาจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงล้มตึงของร่างหนักๆ และเสียงสบถอย่างหัวเสียของกลุ่มผู้บุกรุก
ท่ามกลางกลิ่นควันปืนที่คละคลุ้งและกลิ่นอายความตายที่ลอยอบอวล รินรดากลับยิ่งซุกใบหน้าเข้ากับลาดไหล่กว้างของเขาแน่นขึ้น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เธอเกาะกุมผู้ชายคนนี้ไว้ให้แน่นที่สุด เพราะในวินาทีนี้ มีเพียงเขาคนเดียวที่จะปกป้องเธอจากเงื้อมมือมรณะเบื้องนอกได้
คณินก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขนที่สั่นเทาแต่กลับซุกซอนเข้าหาเขาอย่างจำนน แววตาที่เคยแข็งกระด้างพลันไหววูบด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม ความอ่อนแอและสั่นเทานี้... ช่างน่าหลงใหลและกระตุ้นความดิบเถื่อนในตัวเขาให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มพิกัด
"เก่งมาก... เด็กดี" เสียงกระซิบแหบพร่าเอ่ยชิดริมฝีปากนุ่มที่เผยอค้างด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะทาบทับกลีบปากอิ่มสีระเรื่ออย่างไร้ซึ่งการลังเล
มันไม่ใช่จูบปลอบประโลม แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างดุดันและเร่าร้อน คณินบดขยี้เรียวปากเธอบางเบาก่อนจะเพิ่มน้ำหนักความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก ความหวาดกลัวต่อภายนอกมลายหายไปสิ้น ถูกแทนที่ด้วยรสจูบอันตรายที่สูบฉีดออกซิเจนในปอดเธอจนแทบหมดสิ้น
มือเรียวที่เคยพยายามผลักไส ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แรงดึงดูดทางเพศและอำนาจที่เหนือกว่าของชายหนุ่มกำลังหลอมละลายศักดิ์ศรีและทิฐิของเธอให้จมดิ่งลงสู่ห้วงเสน่หา รินรดายอมจำนนต่อสัมผัสของเขาโดยปริยา ปล่อยให้ความวาบหวามเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะ ปล่อยให้เรียวปากและร่างกายของเธอตกเป็นเชลยของซาตานร้ายในคราบสุภาพบุรุษผู้นี้อย่างเต็มใจ
ท่ามกลางเสียงฝีเท้าและการปะทะกันระลอกใหม่ที่ดังขึ้นที่หน้าประตู คณินผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย นัยน์ตาคมกริบจ้องมองใบหน้าหวานที่แดงก่ำและหอบสะท้าน ริมฝีปากบวมเจ่อจากการถูกจูบอย่างหนักหน่วง แววตาของเธอฉายแววเย้ายวนและหลงใหลจนเขาแทบอยากจะหยุดเกมสืบสวนบ้าๆ นี้แล้วพาเธอหายลับไปจากที่นี่เสียเดี๋ยวนี้
"จำไว้... ว่าเธอเป็นของฉัน" เขาเอ่ยเสียงต่ำ ชิดริมฝีปากเธออีกครั้งด้วยความรักใคร่ปนความคลั่งไคล้ "ต่อให้พลิกแผ่นดินหา ก็ไม่มีใครแย่งเธอไปจากอกฉันได้..."
รินรดากะพริบตาช้าๆ หายใจหอบถี่ พยักหน้ารับอย่างไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเลือนหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงความผูกพันอันลึกซึ้งและน่ากลัวที่ถูกถักทอขึ้นด้วยเงาของความตายและตัณหา
ทว่า... ในจังหวะที่คณินกำลังจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่กำลังพังประตูเข้ามาอีกครั้ง เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังสุดของห้องใต้ดิน—ด้านที่เป็นทางตันซึ่งควรจะไม่มีทางออกอื่นใดนอกจากผนังปูนทึบ
*แกร๊ก...*
เสียงกลไกโบราณหมุนคลิกดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน และก่อนที่คณินจะทันได้หันกลับไปป้องกันตัว ผนังปูนด้านหลังของรินรดากลับเลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นความมืดมิดสนิทที่เย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับเสียงกระซิบแหบแห้งที่จู่โจมเข้าโสตประสาทของทั้งคู่จนเลือดในกายเย็นเฉียบ
"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... คุณหนูลูกสาวฆาตกร..."
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
"แมวดำใต้แสงจันทร์"
รอยบาปอาบเงาศพ•ตอนที่ 15
พันธะผูกพันที่ลึกซึ้ง
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยบาปอาบเงาศพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!