กลิ่นอายจางๆ ของกาแฟคั่วเข้มผสมผสานเข้ากับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงลอยวนอยู่ในห้องทำงานกว้างที่ถูกปิดทึบด้วยผ้าม่านกำมะหยี่สีเข้ม คณินนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่ แววตาคมกริบดุจสัตว์ป่ากระหายเหยื่อกำลังจดจ้องมองร่างบางที่ยังคงยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้อง คำพูดหลอนหูจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรินรดา *‘ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... คุณหนูลูกสาวฆาตกร...’*
มันไม่ใช่คำทักทาย แต่มันคือคำพิพากษา
"ตกใจจนพูดไม่ออกเลยหรือไง ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบอันน่าอึดอัด ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะสาวเท้าก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับราชสีห์ที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด รสชาติเค็มปร่าในปากช่วยดึงสติให้เธอกลับมาเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย เธอเงยหน้าขึ้น สบตากับนัยน์ตาสสีดำสนิทที่เต็มไปด้วยความลับและแรงปรารถนาอันบิดเบี้ยว "คุณหมายความว่ายังไง... เรื่องพ่อของฉัน มันเรื่องอะไรกันแน่ คณิน!"
มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของเธอทันที แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นกระดูกแหลกสลาย แต่หนักหน่วงพอที่จะทำให้เธอรู้ว่าไม่มีทางดิ้นหลุด นิ้วเรียวยาวลูบไล้ขึ้นมาตามเรียวแขนอย่างถือสิทธิ์ สัมผัสร้อนผ่าวราถกับเตาไฟแผดเผาผิวเนื้อจนเธอต้องสะดุ้งเฮือก
"อยากรู้ความจริงนักใช่ไหม..." คณินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นนิโคตินรินรดอยู่ข้างแก้ม "เธอกล้าพอที่จะรับฟังความเน่าเฟะที่พ่อสุดที่รักของเธอทิ้งเอาไว้หรือเปล่าล่ะ... รินรดา"
"พ่อฉันไม่ได้ทำอะไรผิด!" เธอสวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น ความโกรธเกลียดพุ่งพล่านตีคู่มากับความหวาดกลัวจนหัวใจแทบจะกระเด็นออกมานอกอก "คนอย่างคุณมันก็แค่พวกใส่ร้ายป้ายสี เพื่อหาข้ออ้างมาทำลายศักดิ์ศรีของฉัน!"
คณินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะต่ำทุ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและน่ากลัว มืออีกข้างหนึ่งยกขึ้นไล้กรอบหน้าเนียนนุ่มอย่างจงใจแกล้ง ปลายนิ้วหยาบกร้านลากผ่านริมฝีปากที่สั่นระริก บังคับให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความจริงโดยไม่มีทางหลบหนี
"ปากเก่งดีนี่... หวังว่าเวลาที่ฉันฉีกหน้ากากคนดีของพ่อเธอออกจนหมด เธอยังจะกล้าใช้ปากคู่นี้เถียงฉันแบบนี้อยู่นะ" สายตาดิบเถื่อนกวาดมองลงมาที่ริมฝีปากเธอก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปยังลำคอระหงที่ไหวระริกตามจังหวะชีพจร "เหตุผลที่ฉันลากเธอเข้ามาในเกมนี้... ไม่ใช่เพราะฉันอยากได้แค่เรือนร่างของเธอหรอกนะ ริน"
รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก "แล้ว... เพราะอะไร..."
คณินไม่ตอบในทันที เขากระชับวงแขนโอบเอวคอดกิ่วเข้าประชิดแนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง ร่างกายหนาหนักบดเบียดเข้าหาจนเธอรับรู้ถึงไอความร้อนและมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่นภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้ม กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นอายของความเป็นอันตราย อำนาจ และความเย้ายวน—แผ่ซ่านเข้ามาโอบล้อมตัวเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก
"เพราะตระกูลของเธอ... เป็นหนี้เลือดฉัน" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ ดุดัน และเต็มไปด้วยความแค้นที่ฝังรากลึก "สิบห้าปีก่อน... อุบัติเหตุบนถนนสายเปลี่ยวที่คร่าชีวิตแม่ของฉันไปครึ่งคأس ไม่ใช่ความซวย... แต่ฝีมือของพ่อเธอ! คนที่เธอเคารพรักนักหนา... คือฆาตกรที่เหยียบย่ำครอบครัวฉันให้จมดิน!"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ ร่างกายของรินรดาชาวาบไปทั้งร่าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ "ไม่... ไม่จริง! พ่อฉันไม่ใช่คนแบบนั้น! คุณโกหก!"
"ฉันไม่เคยโกหกเรื่องคอขาดบาดตายแบบนี้" คณินกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู น้ำเสียงของเขาทั้งเจ็บปวดและเหี้ยมเกรียมในเวลาเดียวกัน ปลายนิ้วร้ายกาจเลื่อนลงมาบีบคางเธอให้แหงนเงยรับสัมผัส "หลักฐานทุกอย่าง... อยู่ในเซฟตี้วอทช์ที่พ่อเธอซ่อนไว้ และเธอนี่แหละ... คือกุญแจดอกเดียวที่จะไขมันออกมา"
รินรดาน้ำตาคลอเบ้า ความรู้สึกสับสนตีรวนจนแยกไม่ออกระหว่างความจริงกับคำลวง แต่สัมผัสอันร้อนรุ่มที่กำลังลูบไล้อยู่บนแผ่นหลังของเธอกลับทำให้สติสัมปชัญญะกระเจิดกระเจิง แรงดึงดูดอันอันตรายระหว่างพวกเขาทั้งคู่กำลังแผดเผาเขตEแคว้นแห่งความถูกต้องจนมอดไหม้ คณินก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องอย่างไร้ความปรานี ริมฝีปากร้อนจัดขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยแดงจางๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดและเร่าร้อนจนแทบจะขาดใจ
"ปล่อยฉัน..." เธอพยายามผลักไส ทว่าเรียวแรงกลับน้อยนิดเหลือเกินเมื่อเทียบกับอ้อมกอดเหล็กกล้าคู่นี้
"สายไปแล้ว..." คณินเงยหน้าขึ้นมาสบตา ประกายไฟแห่งความปรารถนาลุกโชนอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น "เธอเลือกที่จะเดินเข้ามาในถ้ำเสือเอง... รินรดา"
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเร่าร้อน ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างของชายชุดสูทสีดำคนสนิทก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน พร้อมกับเอกสารซองสีน้ำตาลในมือ
"เฮียครับ... เราเจอตัวคนที่เราตามหาแล้วครับ... และมันกำลังส่งสารบางอย่างถึงคุณหนูรินรดาโดยตรง"
คณินชะงัก ปล่อยมือจากเอวบางทันที แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีดโกนในพริบตา เขารับซองเอกสารมาเปิดดูเพียงแวบเดียว ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาอย่างน่ากลัว แล้วยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้รินรดาดูด้วยมือข้างเดียว
ภาพถ่ายใบหนึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้า... ภาพของใครบางคนที่รินรคารู้จักดีกำลังถูกมัดติดกับเก้าอี้ พร้อมกับรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนใบหน้า!
"ดูเหมือนว่าเกมนี้..." คณินกระซิบชิดริมหูเธอด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นจนสันหลังวาบ "จะไม่ได้มีแค่เราสองคนซะแล้ว... และคนที่ส่งรูปนี้มา... รู้ความลับที่แม้แต่ฉันก็ยังไม่รู้"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงมืดแห่งตัณหาและความลี้ลับนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
รอยบาปอาบเงาศพ•ตอนที่ 16
รุ่งอรุณแห่งความลับ
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยบาปอาบเงาศพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!