กลิ่นอายความตายไม่ได้มาพร้อมกับซากศพเน่าเฟะ หรือกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียนอย่างที่รินรดาเคยจินตนาการไว้ในนิยายสยองขวัญเกรดต่ำ หากแต่มันอบอวลอยู่ในอากาศ คล้ายกลิ่นกุหลาบสีแดงเข้มที่เริ่มเฉาคาแจกัน ผสมผสานกับกลิ่นอายความอับชื้นของคฤหาสน์โบราณที่ถูกปิดตายจากโลกภายนอก
หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของเธอยังคงสว่างวาบ ภาพถ่ายโพลารอยด์ใบเดิมที่ถูกส่งเข้ามาปริศนา—เตียงนอนสีเลือด เงาสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ที่ไม่มีร่างของใครยืนอยู่ และรอยกรีดลึกเป็นรูปตัวอักษรปริศนา—มันคือหลักฐานชั้นดีว่าความลับที่เธอและคณินพยายามปกปิด ไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไปแล้ว
"กลัวเหรอ... ริน"
เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบชิดใบหูนั้นเย็นเยียบ ยิ่งกว่าสายลมหนาวที่พัดผ่านรอยแยกของบานหน้าต่างไม้สัก คณินโน้มตัวลงมาทาบทับแผ่นหลังบางของเธอไว้จนแทบไม่เหลือช่องว่าง ร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มแผ่ซ่านไออุ่นที่ร้อนระอุและอันตรายจนน่าขนพองสกล้า มือหนาข้างหนึ่งยึดข้อมือของเธอไว้มั่น ตรึงร่างของเธอให้แนบชิดกับขอบหน้าต่างบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นความมืดมิดของสวนด้านล่าง
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองเพลด้วยความหวาดกลัว แต่ศักดิ์ศรีและทิฐิที่เหลืออยู่ก็ทำให้เธอต้องเชิดหน้าขึ้น
"ปล่อยฉันนะคะ, เฮียคณิน..." น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อย ทว่ายังคงความแข็งกร้าวเอาไว้ "ถ้าคนที่ส่งรูปนี้มา... รู้อยىว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่ และรู้เรื่องในห้องใต้ดินนั้น... ทำไมเขาถึงไม่เปิดโปงเราเสียทีล่ะคะ? จะเล่นเกมประสาทแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน"
คณินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะต่ำๆ นั้นสั่นสะเทือนแผ่นอกแกร่งที่แนบชิดอยู่กับแผ่นหลังของเธอ เขาก้มลงสูดดมกลิ่นกายหอมหวานจากซอกคอระหงอย่างถือวิสาสะ ริมฝีปากร้อนผ่าวปัดผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่มจนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก ขนลุกเกรียวไปทั้งร่างด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่ตีรวนกันระหว่างความกลัวและความปรารถนาอันป่าเถื่อน
"เกมเหรอ..." คณินกระซิบชิดผิวเนื้อ เน้นย้ำทุกถ้อยคำด้วยความเยียบเย็น "สำหรับพวกมัน... นี่ไม่ใช่เกมหรอกริน มันคือการล่า... และพวกมันกำลังรอเวลาที่เหยื่ออย่างเราจะดิ้นรนจนหมดแรงต่างหากล่ะ"
มือหนาอีกข้างเลื่อนขึ้นมาบีบปลายคางมนของเธอให้หันกลับไปสบตา ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นดุดันและลุ่มลึกราวกับหลุมพรางที่ไร้ก้นบึ้ง แววตาของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความกระหายและอำนาจที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งขวางหน้าให้แหลกคามือ แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองรุนแรงเสียจนอากาศในห้องแทบจะหมดลง หญิงสาวรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่ปะทะกัน ความใกล้ชิดนี้มันทั้งอันตรายและเย้ายวนใจจนน่ากลัว ร่างกายของเธอทรยศต่อสมองอีกครั้ง เมื่อผิวเนื้อที่ถูกสัมผัสเริ่มร้อนผ่าวและตอบสนองต่อสัมผัสจาบจ้วงนั้นอย่างไม่รักดี
"แล้วเฮีย... รู้ไหมคะว่าใครเป็นคนทำ" รินรดากลั้นใจถาม แม้จะรู้ดีว่าคำตอบที่ได้อาจนำพาความตายมาสู่ตัวเอง "หรือว่า... ความลับที่เฮียซ่อนไว้ มันเกี่ยวข้องกับคนในตระกูลนี้ที่ยังไม่ตายกันแน่"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง คณินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหรี่แคบลง รังสีความอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงจนน่ากลัว แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา มุมปากหยักลึกก็ยกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยัน เขากดริมฝีปากลงบนซอกคอของเธอหนักๆ ครั้งหนึ่งอย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะกระซิบคำพูดที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบ
"อยากรู้ความจริงนักใช่ไหม... งั้นคืนนี้ ฉันจะพาเธอไปดูให้เห็นกับตาว่า 'เจ้าของบ้านตัวจริง' เขาต้อนรับแขกแบบไหน..."
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เอ่ยปากปฏิเสธ เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงลากสิ่งของบางอย่างดังครูดคราดมาจากทางเดินด้านนอกห้องนอน เสียงนั้นมันดังขึ้นเรื่อยๆ จากปลายทางเดินฝั่งตะวันตก—ฝั่งที่ถูกปิดตายและไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้าไปเด็ดขาด!
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง เป็นจังหวะที่เชื่องช้า เยือกเย็น และทรงพลัง ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดาแทบหยุดเต้น คือเสียงกระซิบแหบพร่าที่ลอดผ่านช่องประตูเข้ามา... เสียงที่เรียกชื่อเธอดังก้องอยู่ในความมืดมิด
*“รินรดา... เปิดประตูให้ฉัน... น้องสาว... เธอเก็บบ้านหลังนี้ไว้ให้ฉันไม่ใช่เหรอ...”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
รอยบาปอาบเงาศพ•ตอนที่ 17
กลิ่นอายความตาย
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยบาปอาบเงาศพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!