รอยบาปอาบเงาศพ•ตอนที่ 6

เงาปริศนาในโถงทางเดิน

ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
ความโกรธเกรี้ยวที่คุกรุ่นอยู่ในแววตาคู่นั้นของคณินยังไม่ทันจางหาย ความเงียบงันอันน่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมคฤหาสน์หลังใหญ่ราวกับบรรยากาศในหลุมศพ รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าบานประตูไม้สักแกะสลักลวดลายวิจิตร แต่ความสนใจของเธอกลับไม่ได้อยู่ที่ความงามของสถาปัตยกรรมตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย เมื่อปลายหางตาของเธอจับภาพเงาสลัวรางสายหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าอยู่ตรงมุมมืดสุดปลายโถงทางเดิน ร่างนั้นโปร่งแสง ไร้เงาสะท้อน และทิ้งไอความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านทะลุกระดูกดำจนขนอ่อนทั่วร่างของเธอลุกชันขึ้นพร้อมกัน มันคือร่างของหญิงสาวในชุดไทยโบราณที่ชุ่มโชกไปด้วยคราบสีดำคล้ำคล้ายเลือด ดวงตาคู่นั้นโบ๋กลวงและเต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกชีวิตให้จมดิ่งสู่ความตาย "ริน..." เสียงกระซิบแหบพร่าลอยมาตามลมหนาว ทั้งที่หน้าต่างทุกบานปิดสนิท รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความหวาดกลัวพุ่งพล่านจนลมหายใจติดขัด เธออ้าปากค้างเตรียมจะกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่เสียงร้องจะหลุดรอดจากริมฝีปาก เอวบางของเธอก็ถูกกระชากอย่างแรงด้วยมือหนาที่ทรงพลังราวกับคีมเหล็ก ร่างกายของเธอถูกดึงเข้าหาแผ่นอกกว้างที่ร้อนระอุและเต็มไปด้วยกลิ่นอายบุรุษเพศอันคุ้นเคยในเสี้ยววินาที "อื้อ..." รินรดาอุทานออกมาได้เพียงเท่านั้น เมื่อแผ่นหลังของเธอแนบชิดติดกับแผงอกแกร่งของคณินอย่างไม่มีช่องว่าง มาเฟียหนุ่มไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว ใบหน้าคมคายโน้มลงมาประชิดจนปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนนุ่ม สัมผัสอุ่นร้อนจากลมหายใจของเขาเป่ารดต้นคอระหงจนเธอยะเยือกไปหมด ไม่ใช่เพราะความกลัวจากวิญญาณร้ายเบื้องหน้าอีกต่อไป แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ซ่านมาจากบุรุษผู้กุมอำนาจเหนือเธอต่างหากที่กำลังแผดเผาสติสัมปชัญญะให้กระเจิดกระเจิง "มองอะไรของเธอ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงของคณินเจือไปด้วยความกระด้างและแววตาเจ้าเล่ห์ที่จงใจเบี่ยงเบนความสนใจของเธอ "อยากสบตากับฉันมากจนต้องทำท่าทางลับๆ ล่อๆ แบบนี้เลยงั้นเหรอ หืม?" "ป...เปล่าค่ะ เฮียปล่อยรินนะ" รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและผลักไสแผ่นอกของเขา แต่แรงมหาศาลของชายหนุ่มกลับทำให้เธอกลายเป็นเพียงตุ๊กตาตัวน้อยในอุ้งมือ คณินกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นจนแทบหลอมรวมร่างเป็นเนื้อเดียวกัน ความตั้งใจของเขาชัดเจน—เขาต้องการดึงเธอกลับมาจากภวังค์ที่น่าหวาดกลัวนั้น ด้วยการมอบความสั่นสะทอนรูปแบบอื่นที่ร้อนแรงและอันตรายไม่แพ้กันให้แก่เธอ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาของเธอเหลือบกลับไปมองที่ปลายโถงทางเดินอีกครั้งด้วยความหวาดผวา เงาสلัวรางนั้นยังคงยืนจ้องตรงมาที่พวกเขา ดวงตาที่ไร้แววคู่นั้นคล้ายกำลังจดจ้องมายังร่างของเธอและคณินด้วยความริษยาและอาฆาตมาดร้าย ปลายนิ้วเรียวยาวของวิญญาณตนนั้นยกขึ้นชี้ตรงมาที่คอของรินรดา ราวกับกำลังส่งสัญญาณเตือนถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา "เฮียคณิน..." รินรดาครางชื่อเขาแผ่วเบา ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง มือเล็กกำเสื้อเชิ้ตเนื้อดีของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว "กลัวอะไร?" คณินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีด เขารู้ดีว่าคฤหาสน์หลังนี้มีความลับอะไรซ่อนอยู่ และเขาก็รู้ด้วยว่ารินรดากำลังมองเห็นอะไรบางอย่างที่คนธรรมดาไม่ควรเห็น แต่วิธีการปกป้องของมาเฟียหนุ่มนั้นดิบเถื่อนและเผด็จการเสมอ มือหนาเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยของเธอ บังคับให้ใบหน้าหวานหันมาสบตากับเขาตรงๆ เพื่อตัดขาดเธอกจากโลกภายนอก "มองหน้าฉัน ริน... มองแค่ฉันคนเดียวก็พอ" คำสั่งนั้นทรงพลังราวกับมนต์สะกด รินรดาไร้ซึ่งทางเลือก เมื่อความอบอุ่นเร่าร้อนจากฝ่ามือของเขาและสัมผัสแนบชิดนี้เข้าครอบ ครองประสาทสัมผัสทั้งหมด ความน่ากลัวของเงาดำเบื้องหน้าเริ่มถูกความตึงเครียดทางอารมณ์ที่คณินสร้างขึ้นมากลืนกินจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หวาดกลัวอีกต่อไป ริมฝีปากหยักลึกของคณินโน้มลงมาใกล้จนเกือบจะแนบชิดกับริมฝีปากสั่นระริกของเธอ แววตาดุดันคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าตื่นตระหนกของเธอไว้อย่างชัดเจน มันเป็นความใกล้ชิดที่เต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์อันรุนแรง—ระหว่างความเป็นและความตาย, ระหว่างความจริงและภาพหลอน, และระหว่างอำนาจการครอบครองที่เธอไม่มีวันหลุดพ้น ทว่า ในจังหวะที่ลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันจนแทบจะเป็นลมหายใจเดียวกันนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบก็ดังขึ้นจากห้องโถงชั้นล่าง เป็นฝีเท้าที่หนักแน่นและจงใจให้ได้ยิน... พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกด้านหลังที่ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเป็นจังหวะ ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... คณินชะงักกรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบละจากริมฝีปากของนางเอกในอ้อมแขน หันขวับไปมองยังความมืดเบื้องล่างด้วยแววตาอำมหิตที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทันที ส่วนรินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเธอมองข้ามไหล่กว้างของคณินไป และพบว่าเงาร่างของหญิงสาวชุดไทยโบราณที่เคยยืนอยู่ปลายโถงทางเดินเมื่อครู่ บัดนี้... ได้หายลับไปจากตรงนั้นแล้ว ทิ้งไว้เพียงรอยเปื้อนสีดำคล้ายคราบเลือดจางๆ บนพื้นไม้พาร์เกต์ และกลิ่นสาบสางที่ลอยวนอยู่ในอากาศอย่างเด่นชัด หวังว่าตอนนี้นะคะ จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกและตื่นเต้นไปกับความสัมพันธ์อันมืดมนและเร่าร้อนของทั้งคู่ จนต้องรีบกดอ่านตอนต่อไปกันแทบไม่ทันเลยนะคะ!
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยบาปอาบเงาศพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%