กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายเย็นเยียบของผู้ชายตรงหน้า ยังคงวนเวียนอยู่ปลายนาสิกของรินรดา ราวกับเงาตะคุ่มที่ตามหลอกหลอนแม้ในยามที่เขาผละกายออกไปแล้ว สัมผัสจากริมฝีปากร้อนจัดเมื่อครู่ยังทิ้งร่องรอยความชาหนึบไว้บนเรียวปากอิ่ม รินรดายกมือขึ้นสั่นเทา ลูบไล้ริมฝีปากตัวเองช้าๆ ความโกรธเกรี้ยวและอับอายพุ่งพล่านจนขอบตาร้อนผ่าว แต่หล่อนไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะกรีดร้องระบายความคับแค้นออกมา
"นั่งลงค่ะคนสวย... อย่าทำท่าทางเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อฉันนักเลย"
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว คณินทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาหนังแท้สีเข้ม แววตาคมกริบราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังจดจ้องเหยื่อในกรงขัง มือหนาเคาะนิ้วลงกับพนักพิงเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่มันกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับบรรยากาศรอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห้ามเลือดแทบไม่ทัน หล่อนฝืนก้าวขาที่สั่นเทาเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ทั้งหมดมาเชิดหน้าสู้สายตาคมปลาบนั้น
"คุณต้องการอะไรกันแน่คะ เฮียคณิน" หล่อนเค้นเสียงถาม แม้ลำคอจะแห้งผากจนแทบเปล่งเสียงไม่เป็นภาษา "ฉันบอกคุณแล้วไงว่าเรื่องหนี้สินของพ่อ... ฉันกำลังทยอยหามาคืน..."
"เงินเหรอ?" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน ร่างสูงใหญ่โน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกวางบนหัวเข่า ประสานมือเข้าหากัน สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้และอำนาจเบ็ดเสร็จ "คิดว่าชีวิตคนเรามันตีราคาเป็นตัวเลขกี่หลักกันล่ะคะ รินรดา หหนี้ง쓰นก้อนโตขนาดนั้น ถ้าปล่อยให้เธอหาใช้เองชาตินี้ทั้งชาติ เกรงว่าต่อให้ขายตัวจนหมดลมหายใจ ก็ไม่มีทางใช้หนี้ฉันหมดหรอกค่ะ"
คำพูดดิบเถื่อนและไร้ความปรานีนั้นพุ่งเข้ากระแทกใจกลางความรู้สึกของหญิงสาวอย่างจัง รินรดารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่จนชาไปทั้งแถบ เลือดในกายสูบฉีดด้วยความโกรธ หล่อนลุกพรวดขึ้นยืนจนเก้าอี้ไถลครูดไปกับพื้นเสียงดังลั่น
"ถ้าฉันไม่มีค่าพอในสายตาคุณ ทำไมไม่ปล่อยฉันไปล่ะคะ! มาคอยกักขังหน่วงเหนี่ยวฉันไว้ทำไม หรือว่าความสุขของคุณคือการได้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีคนอื่นเล่นสนุกไปวันๆ!"
หมับ!
เร็วยิ่งกว่าความคิด ข้อแขนเรียวเล็กถูกกระชากอย่างแรงจนร่างทั้งร่างเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม คณินไม่ปล่อยให้หล่อนได้ตั้งตัว มืออีกข้างรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวแนบแน่น ไอความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนรินรดารู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด หล่อนพยายามดิ้นรนทุบตีอกเขา แต่แรงแค่นี้มีค่าไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวกายของเสือร้าย
"ปากเก่งนักนะ..." คณินกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนหล่อนต้องหดคอหนีด้วยความสะท้าน "อยากรู้ไม่ใช่เหรอคะว่าฉันต้องการอะไรจากเธอ... งั้นก็เงียบแล้วฟังให้ดี เพราะฉันจะพูดแค่ครั้งเดียว"
แววตาของมาเฟียหนุ่มในยามนี้ไม่มีความล้อเล่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความดุดันและจริงจังจนน่ากลัว รินรดานิ่งงั้น ลมหายใจติดขัดเมื่อใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้เสียจนปลายจมูกแทบจะชนกัน หล่อนทำได้เพียงจ้องมองนัยน์ตาสสีนิลคู่นั้นที่สะท้อนเงาความหวาดกลัวของตัวเอง
"กฎข้อแรก..." คณินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ "นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ห้ามปฏิเสธคำสั่งของฉัน ไม่ว่าเรื่องนั้นมันจะไร้สาระแค่ไหน หรือทำให้เธออับอายเพียงใด ถ้าฉันบอกให้ทำ... เธอก็ต้องทำ"
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ๆ หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก "คุณไม่มีสิทธิ์มาออกคำสั่งบ้า ๆ แบบนี้กับฉัน!"
"ฉันมีสิทธิ์นั้นเต็มประตูค่ะ..." เขาเน้นเสียงหนักแน่น แววตาวาวโรจน์ด้วยความกระหาย "เพราะชีวิตของคนในครอบครัวเธอ... โดยเฉพาะน้องชายหัวแก้วหัวแหวนคนนั้น กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย ถ้าไม่อยากให้มันกลายเป็นศพไร้ญาติอยู่ที่ไหนสักแห่ง ก็จดจำกฎข้อแรกนี้ให้ขึ้นใจ"
คำขู่ที่ไร้ความปรานีนั้นทำเอารินรดาร่างกายชาวาบ หล่อนเบิกตากว้างด้วยความตกใจกลัว นึกถึงหน้า "รวิน" น้องชายแท้ ๆ ที่กำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยขึ้นมาทันที นี่เขา... สืบเรื่องครอบครัวหล่อนจนละเอียดหมดแล้วอย่างนั้นหรือ
"คุณมันปีศาจ..." หล่อนพึมพำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ
"ใช่ค่ะ... ฉันมันปีศาจ" คณินแย้มยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับทรงเสน่ห์และอันตรายจนยากจะละสายตา "มาถึงกฎข้อที่สอง... อยู่ในอาณาจักรของฉัน ห้ามออกไปไหนโดยไม่ได้รับอนุญาต และห้ามติดต่อใครข้างนอกทั้งสิ้น โทรศัพท์เครื่องนั้น..." เขาปรายตาไปยังสมาร์ตโฟนบนโต๊ะทำงาน "วางมันลงซะ เพราะต่อจากนี้โลกทั้งใบของเธอมีไว้เพื่อมองหน้าฉันคนเดียวเท่านั้น"
"คุณทำแบบนี้มันเกินไปแล้วนะ!" รินรดากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หยาดน้ำใสไหลรินอาบแก้มเนียนอย่างน่าเวทนา แต่ทว่าแววตากลับยังคงมีความดื้อรั้นหลงเหลืออยู่ "คุณกักขังอิสรภาพฉันไม่ได้!"
"ฉันทำได้ และกำลังทำอยู่ค่ะ..." คณินใช้นิ้วเรียวเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากแก้มของหล่อนอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทั้งอ่อนโยนและดิบเถื่อนในเวลาเดียวกัน จนรินรดารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "และข้อสุดท้าย... กฎข้อที่สำคัญที่สุด..."
ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาอีก จนริมฝีปากหยักลึกเกือบจะแนบชิดกับริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก เสียงกระซิบพร่าเลือนแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำทำให้เลือดในกายของหญิงสาวเย็นเฉียบลงไปถึงขั้วหัวใจ
"ห้ามมีความรู้สึก... ห้ามหลงรักฉันเด็ดขาด"
รินรดานิ่งอึ้ง สมองขาวโพลนไปหมดชั่วขณะ คำสั่งข้อสุดท้ายนี้ราวกับคมมีดที่กรีดลึกลงมาบนความรู้สึก หล่อนจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ท่ามกลางความหวาดกลัวและชิงชัง กลับมีแรงดึงดูดประหลาดบางอย่างที่กำลังดึงรั้งหล่อนให้จมดิ่งลงไปในห้วงเสน่หาอันมืดมิดของเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
ในจังหวะที่หัวใจของหล่อนกำลังสั่นคลอนด้วยความสับสนระคนหวาดหวั่น เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างสูงโปรดของบอดี้การ์ดคนสนิทก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด พร้อมกับรายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"นายครับ... ทางฝั่งนั้นส่งคนมาป่วนที่โกดังสินค้าใหญ่แล้วครับ แถมพวกมันยังทิ้งสัญลักษณ์บางอย่างไว้... เป็นสัญลักษณ์รูป "อีกาคาดเลือด" ที่พวกเราเคยตามหาครับ!"
สิ้นคำรายงานนั้น รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าของคณินก็เลือนหายไปในพริบตา แววตาของมาเฟียหนุ่มเปลี่ยนเป็นดุดันและอำมหิตขึ้นมาทันที ราวกับซาตานที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกอย่างเป็นชิ้น ๆ
— ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ —
รอยบาปอาบเงาศพ•ตอนที่ 5
กฎเหล็กสามข้อ
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยบาปอาบเงาศพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!