รอยบาปอาบเงาศพ•ตอนที่ 27

ความคลั่งของมาเฟีย

ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
กลิ่นคาวเลือดจางๆ และสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก ทว่าสิ่งที่รุนแรงยิ่งกว่ากลับเป็นแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ของคณิน มาเฟียหนุ่มไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อยเมื่อเผชิญหน้ากับคนที่ควรจะกลายเป็นกระดูกฝังดินไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองผู้บุกรุกตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยัน ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายไฟแห่งความอำมหิตที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล "เก่งนี่... ที่ยังลากสังขารเน่าๆ กลับมาเหยียบอาณาจักรของฉันได้อีกครั้ง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน มันไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับทรงพลังจนรินรดารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในอก ร่างบางสะท้านเฮือกเมื่อถูกดึงเข้าไปซ่อนอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของเขา สัญชาตญาณดิบเถื่อนของคณินกำลังตื่นขึ้น และเธอก็รู้ดีว่าไม่มีอะไรอันตรายไปกว่าเสือร้ายที่กำลังโมโหหิวอีกแล้ว ผู้บุกรุกแค่น1หัวเราะในลำคอ ใบหน้าที่เคยถูกซ่อนไว้ภายใต้เงาดำบิดเบี้ยวด้วยรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัว มันคือหลักฐานชิ้นเอกของความอัปยศที่คณินฝังไว้ในอดีต "สิบปีที่แล้ว แกเกือบฆ่าฉันสำเร็จ... แต่จำไว้ว่านรกมันยังไม่ต้อนรับฉัน เฮียคณิน!" มันคำรามลั่น พร้อมกับปลดสลักระเบิดควันในมืออย่างไร้ความปรานี ควันสีขาวพวยพุ่งตลบอบอวลไปทั่วห้องรับรองภายในพริบตา ความมืดมิดและกลิ่นเคมีฉุนกิวเข้าจู่โหมดประสาทสัมผัส "ริน... จับเสื้อฉันไว้ อย่าปล่อยเด็ดขาด" เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูของคณินไม่ได้เจือความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยอำนาจการควบคุมที่ทำให้รินรดาต้องทำตามสัญชาตญาณ มือเรียวคว้าชายเสื้อสูทเนื้อดีของเขาไว้แน่น ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วกว่าปกติ ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงฝีเท้าของลูกน้องนับสิบที่กรูเข้ามา เสียงปืนนัดแรกก็ดังสนั่นขึ้นผ่าความเงียบ! กระสุนเฉียดไหล่กว้างของคณินไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ทิ้งรอยแผลฉีกขาดบนเนื้อผ้าและกลิ่นคาวเลือดที่เริ่มจางลงในอากาศ "ไอ้สุนัขลอบกัด..." คณินคำรามต่ำอย่างเหลืออด มือหนากระชากเอวบางของรินรดาให้หลบพ้นวิถีกระสุนได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนที่เขาจะชักอาวุธปืนพกสีดำสนิทออกมาจากเอวอย่างไร้เสียง แรงปะทะระหว่างร่างสูงกับความมืดทำให้เขากลายเป็นมัจจุราชที่แท้จริง ปัง! ปัง! เสียงปืนสองนัดซ้อนดังขึ้นติดต่อกัน แม่นยำราวกับจับวาง แม้ในสถานการณ์ที่มองไม่เห็น ร่างของผู้บุกรุกคนหนึ่งล้มฟาดลงกับพื้นเสียงดังสนั่น แต่เป้าหมายหลักอย่างตัวการใหญ่กลับอาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีออกทางหน้าต่างกระจกแตกกระจาย เมื่อควันจางลง ลูกน้องมือขวาของคณินก็พังประตูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ ใบหน้าของทุกคนเคร่งเครียดถึงขีดสุด "เฮีย! เป็นยังไงบ้างครับ?" เสียงลูกน้องเอמהถามด้วยความร้อนรน "ตามล่ามัน!" คณินสั่งเสียงกร้าว แววตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความคลั่งแค้น "พลิกแผ่นดินหาตัวมันให้เจอ ใครก็ตามที่กล้าแตะต้อง 'ของของฉัน' มันต้องไม่มีแผ่นดินกลบหน้า!" รินรดายืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหลัง อ้อมแขนแกร่งที่เคยโอบกอดเธอด้วยความดิบเถื่อน บัดนี้กำลังโอบอุ้มเธอไว้ด้วยความหวงแหนอย่างท่วมท้น สายตาของคณินที่ก้มลงมองเธอมันร้อนแรงเสียยิ่งกว่าเปลวเพลิง มันไม่ใช่แค่ความห่วงใย แต่มันคือความกระหายที่จะครอบครองและทำลายล้างทุกสิ่งที่กล้าอาจ "เจ็บตรงไหนไหม..." เขาก้มลงถาม น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลขึ้นราวกับพลิกฝ่ามือ ทว่าแววตากลับดุดันและเต็มไปด้วยโทสะที่ยังคุกกรุ่น มือหนายกขึ้นเกลี่ยแก้มเนียนที่เปื้อนฝุ่นเขม่าควันอย่างทะนุถนอม แต่รุนแรงในความรู้สึก "ริน... รินไม่เป็นไรค่ะ" เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวผสมผสานกับแรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "ดี... เพราะถ้าเธอเป็นอะไรไปไอ้เวรพวกนั้นคงไม่ตายดีแค่ศพเดียวแน่นอน" คณินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มของเธอ "จำคำฉันไว้ รินรดา... ต่อให้เธอหนีไปสุดขอบโลก เธอก็เป็นของผู้ชายคนนี้ คนเดียวเท่านั้น" สัมผัสจากริมฝีปากหยักที่กดจูบลงบนขมับของเธออย่างหนักหน่วง ทำให้รินรดารู้สึกราวกับถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ค่ำคืนนี้ไม่ใช่แค่การลอบสังหาร แต่มันคือจุดเริ่มต้นของสงครามประสาทที่คณินพร้อมจะกวาดล้างทุกสิ่งเพื่อทวงคืนอำนาจและเธอกลับมา ทว่า... ในขณะที่คณินกำลังสั่งการให้ลูกน้องกระจายกำลังออกค้นหาทั่วเมือง โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเขาก็สั่นขึ้น หน้าจอปรากฏข้อความปริศนาจากเบอร์แปลกที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้ *‘อยากได้ตัวมันคืนไหม... เฮียคณิน? มาพบฉันที่โกดังร้างท่าเรือหมายเลข 7 คนเดียว... ไม่งั้นศพต่อไปจะไม่ใช่แค่ลูกน้องกระจายข่าว แต่จะเป็นผู้หญิงคนสำคัญที่ยืนอยู่ข้างกายแกตอนนี้’* คณินหยุดชะงัก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่ากลัว ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะหันไปสั่งรินรดาให้อยู่แต่ในห้องนิรภัย เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ลอดผ่านเข้ามา... เสียงของคนที่น่าจะตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อนดังขึ้นอีกครั้งจากหน้าประตูห้องนอนของเธอเอง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยบาปอาบเงาศพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%