กลิ่นอายความอับชื้นของห้องใต้ดินผสมผสานเข้ากับกลิ่นจางๆ ของสนิมและหยาดฝนที่สาดซัดกระแทกผนังกระจกหนาภ่างนอก คณินไม่แม้แต่จะปรายตาแลบรรยากาศรอบตัวที่มืดมิด เขาเลือกที่จะขังตัวเองไว้ในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้กับรินรดา หญิงสาวผู้ซึ่งดึงดูดและแผดเผาเขาให้พังทลายลงทีละน้อยด้วยความดื้อรั้นอันเย้ายวน
"มองอะไรคะเฮีย"
น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่าเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความมืด หรือแม้แต่เงาปริศนาของศพที่เคยซุกซ่อนอยู่ในอาณาจักรแห่งนี้ แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับร่างสูงใหญ่ที่ยืนค้ำหัวเธอนั้นมันใกล้จนเกินไป ใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้ากับผิวแก้มเริ่มทำให้สติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือน
คณินไม่ตอบ ร่างหนาก้าวเข้าไปประชิดอย่างเชื่องช้า ราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมโดยไม่ต้องรีบร้อน ดวงตาคมกริบภายใต้เงาสลัวคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการจะควักเอาความลับทุกอย่างที่เธอซ่อนไว้ในหัวใจออกมาสำรวจให้หนำใจ มือหนาเอื้อมไปบีบปลายคางมน2ข้างไว้ด้วยแรงที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป แต่เด็ดขาดพอที่จะบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับการคุกคามจากเขาได้เต็มตา
"เธอรู้ไหมริน... ว่าความเงียบของเธอมันกำลังทำให้ฉันคลั่ง" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกมอมเมา "เธอพยายามทำเป็นเข้มแข็ง ทำเป็นไม่แคร์ แต่หัวใจเธอมันเต้นแรงจนฉันได้ยินมันชัดเจนแล้วนะ"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกลืนก้อนสะอื้นที่จุกอกลงไปอย่างยากลำบาก ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดพยายามกรีดร้องให้เธอดันร่างแกร่งนั้นออกไป แต่ฝ่ามือที่วางอยู่บนแผงอกของเขากลับสั่นระริก ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้ร่มผ้าและจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนน่าตกใจไม่แพ้กัน
"รินไม่ได้กลัวเฮีย..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามสบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ ทั้งที่ขอบตาร้อนผ่าว "และรินก็ไม่ได้ซ่อนอะไรไว้ทั้งนั้น"
"โกหก" คณินคำรามต่ำในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก ก่อนที่เขาจะใช้มืออีกข้างรวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างหลงเหลือให้หายใจ แรงปะทะจากร่างกายที่แนบสนิทกันทำให้รินรดาสูดปากด้วยความตกใจ ความร้อนจากกายของเขาแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามา จนเธอรู้สึกราวกับถูกเปลวเพลิงแผดเผา
ความใกล้ชิดนี้มันอันตราย... อันตรายเกินกว่าที่เธอจะทานทนไหว
"ปล่อยนะคะเฮีย..." รินรดาพยายามบิดตัวหนี แต่ยิ่งดิ้นรน อ้อมแขนที่โอบกอดเธอกลับยิ่งรัดแน่นราวกับปลอกเหล็กที่หลอมละลาย กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นอายของความเป็นความตาย อำนาจ และความดิบเถื่อน—กำลังโอบล้อมและดึงดูดให้เธอดำดิ่งลงไปในวังวนที่เธอเป็นคนปฏิเสธมาตลอด
"ไม่ปล่อย" คำประกาศิตนั้นดังขึ้นพร้อมกับที่ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมา จนริมฝีปากของเขาเฉียดผ่านใบหูและซอกคอขาวผ่องของเธอ "ในเมื่อเธอเลือกที่จะเข้ามาในโลกของฉัน เธอก็ต้องยอมรับอุณหภูมิที่สูงขึ้นนี่ให้ได้... ริน"
สัมผัสอุ่นชื้นที่แตะลงบนลาดไหล่เนียนทำให้รินรดาสะท้านเฮือก ขนลุกชันไปทั่วร่าง ความรู้สึกตื่นตระหนกถูกแทนที่ด้วยกระแสความวาบหวามที่วิ่งพล่านไปตามเส้นประสาทอย่างรวดเร็ว เธอหลับตาลงแน่น กัดริมฝีปากตัวเองจนห่อเลือดเพื่อยื้อสติเฮือกสุดท้ายไว้ ขณะที่มือหนาของเขาเริ่มลูบไล้ขึ้นมาตามแผ่นหลัง บังคับให้เธอต้องแอ่นกายเข้าหาอย่างจำยอม
ในห้องใต้ดินที่มืดมิดและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งบาป ทั้งสองคนต่างตระหนักดีว่า เส้นกั้นบางๆ ระหว่างความเกลียดชังและความปรารถนาอันดิบเถื่อน ได้พังทลายลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้วในวินาทีนี้
ทว่า... ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังสะท้อนก้องมาจากบันไดเบื้องบน—เสียงที่ไม่มีใครควรจะได้ยินในยามวิกาลแบบนี้—ก็พลันกระชากสติของทั้งคู่ให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว
คณินชะงักกงเล็บมือที่กำลังลูบไล้เอวบาง ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองประตูเหล็กกล้าที่ปิดตายทันที พร้อมกับที่รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเงาดำทึบสายหนึ่งทาบทับลงบนกระจกฝ้าหน้าห้อง... และเสียงเคาะประตูสามครั้งที่ดังขึ้นอย่างเย็นเยียบ ก็ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตาเดียว!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
รอยบาปอาบเงาศพ•ตอนที่ 24
อุณหภูมิที่สูงขึ้น
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยบาปอาบเงาศพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!