กลิ่นอายความเย็นเยียบของค่ำคืนยังไม่จางหายไปจากห้องนอนกว้าง แต่สิ่งที่บีบรัดหัวใจของรินรดาให้หยุดเต้นไปชั่วขณะ กลับไม่ใช่ความหนาวเหน็บจากอากาศภายนอก หากแต่เป็นชื่อที่เพิ่งหลุดออกมาจากริมฝีปากของมาเฟียหนุ่ม
"อาทร..."
เสียงของเธอกลืนหายไปในลำคอ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อความทรงจำอันเลวร้ายที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองเถ้าถ่านเมื่อหลายปีก่อนถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง ผู้ชายคนนั้น... คนที่ควรจะถูกเผาไหม้กลายเป็นจุลไปพร้อมกับคฤหาสน์หลังเก่าในคืนอันโหดร้าย เหตุใดชื่อของเขาจึงวนเวียนกลับมาอยู่ในห้องนี้ และยิ่งไปกว่านั้น... ในปากของคณิน
"ตกใจจนสติหลุดไปเลยหรือไง ริน..."
เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังขึ้นชิดริมใบหู ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะขยับเข้าประชิดจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับอกแกร่ง ความร้อนผ่าวจากร่างกายของคณินแผ่ซ่านทะลุกระโปรงนอนเนื้อบางเข้ามา ราวกับเปลวไฟที่พร้อมจะแผดเผาเธอกลืนกินทั้งเป็น แต่มันกลับผสมผสานกับความหวาดกลัวจนกลายเป็นความตึงเครียดที่แทบขาดใจ
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด ปลายเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือตัวเองเพื่อเรียกสติ "คุณพูดถึงใคร... อาทรตายไปแล้ว คุณก็รู้..."
"ตาย?" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน มือหนาเอื้อมมาบีบปลายคางมนของเธอไว้แน่นบังคับให้หันกลับมาเผชิญหน้า นิ้วหยาบกร้านไล้ไปตามกรอบหน้าเนียนอย่างถือสิทธิ์ แม้สัมผัสนั้นจะแฝงไว้ด้วยความหลงใหลอันดิบเถื่อน แต่นัยน์ตาคู่คมกลับว่างเปล่าและเหี้ยมเกรียมจนน่ากลัว "คนอย่างมัน... ตายยากกว่าแมลงสาบเสียอีก ริน คิดจริงๆ หรือว่ากองไฟแค่นั้นจะพรากมันไปจากโลกนี้ได้?"
หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ ความจริงบางอย่างที่เธียรพยายามหลบหนีมาตลอดชีวิตกำลังพังทลายลงตรงหน้า ภาพความทรงจำสีเลือดและเสียงกรีดร้องในคืนนั้นย้อนกลับมาหลอกหลอน เงานอกหน้าต่างไหววับชั่วขณะ คล้ายกับร่างของใครบางคนกำลังจ้องมองเข้ามาจากความมืดมิด
"คุณ... คุณกำลังเล่นเกมบ้าอะไรอยู่กันแน่ คณิน" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามซ่อนความสั่นเครือไว้ภายใต้ท่าทีที่แข็งกร้าว แม้ขาข้างในจะอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ไหวก็ตาม
"เกมงั้นเหรอ?" คณินโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้ม แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดจนอ่านไม่ออก มันเป็นประกายความกระหายที่น่ากลัว—ความกระหายที่จะครอบครองและทำลายล้างในเวลาเดียวกัน "ฉันไม่ได้เล่นเกมกับเธอ ริน... แต่ฉันกำลังทวงของที่ควรจะเป็นของฉันคืนต่างหาก รวมถึงตัวเธอด้วย"
สัมผัสจากมือหนาเลื่อนต่ำลงมาที่เอวคอด กิริยาที่ป่าเถื่อนแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายทำให้รินรดาต้องหายใจติดขัด เธอพยายามขัดขืน ดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดของเธอจะสู้แรงของมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลได้ คณินรวบเอวเธอเข้ามาประชิดจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน ความใกล้ชิดนี้ปลุกเร้าความตื่นตระหนกและทรมานเธอในเวลาเดียวกัน กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของเขายิ่งทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกระเจิดกระเจิง
"ปล่อยนะ..." เธอเอ่ยเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสที่รุกราน
"คิดว่าฉันจะปล่อยเหยื่อที่ดิ้นรนอยู่ในกำมือไปง่ายๆ หรือไง" คณินกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกปัดผ่านใบหูขาวผ่องจนเธอสะท้านเยือกไปทั้งร่าง "ยิ่งเธอพยายามดิ้นหนี ฉันก็ยิ่งอยากขยี้ให้แหลกคามือ... ทั้งตัวเธอ และไอ้คนที่มันบังคับอาจหาญกลับมาเหยียบที่นี่"
ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งสูงถึงขีดสุด สายตาของรินรดาก็เหลือบไปเห็นเงาดำตะคุ่มเคลื่อนไหวผ่านกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ร่างของใครบางคนยืนนิ่งสนิทอยู่หลังม่านโปร่งแสง แววตาคู่หนึ่งในความมืดกำลังจ้องมองตรงมาที่พวกเขา—แววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายและรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่เธอไม่มีวันลืม
รินรดาสะดุ้งเฮือก ตาเบิกโพลงด้วยความหวาดผวาขีดสุด ลืมความใกล้ชิดอันตรายของคณินไปเสียสนิท เธอชี้มือไปที่กระจกด้วยความตกใจกลัวจนเสียงหลง
"นั่น...! นั่นไง... เขาอยู่ตรงนั้น!"
คณินชะงักกึก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา เขารีบหันขวับไปมองตามปลายนิ้วสั่นเทาของหญิงสาวทันที
ทว่า... นอกจากผ้าม่านสีขาวที่ปลิวไสวตามแรงลมยามค่ำคืนแล้ว ภายในห้องนอนกว้างกลับว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาของใครคนอื่น
"ไม่มีใคร... ริน เธอตาฝาดไปเอง" คณินหันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและซับซ้อนขึ้น แววตาคู่นั้นไม่ได้มีอาการตกใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับเขาคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าเธอจะต้องเห็นมัน
"ไม่! ฉันไม่ได้ตาฝาด!" รินรดาปฏิเสธเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอัดอั้นตันใจ "ฉันเห็นเขาจริงๆ... อาทร... เขาอยู่ในห้องนี้!"
คณินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบและชวนขนหัวลุกยิ่งกว่าเดิม มือหนาเอื้อมมาเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มเนียนของเธออย่างแผ่วเบา แต่คำพูดที่หลุดออกมาจากปากเขากลับทำให้เลือดในกายของเธอกลายเป็นน้ำแข็ง
"ถ้ามันยังไม่ตาย... และกล้าโผล่หัวออกมาเหยียบอาณาเขตของฉันจริงๆ ล่ะก็..." คณินโน้มใบหน้ากระซิบชิดริมฝีปากเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความอำมหิตที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้เป็นจุล "คืนนี้แหละ... ฉันจะส่งมันกลับลงนรกไปตลอดกาลต่อหน้าต่อตาเธอเอง"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - แมวดำใต้แสงจันทร์
รอยบาปอาบเงาศพ•ตอนที่ 22
ภาพหลอนหรือความจริง
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยบาปอาบเงาศพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!