กลิ่นอายความอับชื้นของคราบเลือดจาง ๆ ที่ยังลอยวนอยู่ในอากาศ คล้ายกับคำเตือนอันหนทึบจากบทสนทนาก่อนหน้ายังคงบาดลึกอยู่ในโสตประสาท *‘อย่าไว้ใจไอ้หมอนั่น... ถ้าไม่อยากตายอย่างสุนัขข้างถนน’* คำพูดของชายแปลกหน้าคนนั้นพะวงอยู่ในหัวของรินรดา ราวกับเสียงกระซิบจากยมทูตที่คอยตอกย้ำว่าเธอกำลังก้าวขาข้างหนึ่งลงไปในหลุมศพที่ขุดรอไว้แล้ว
แต่ในวินาทีนี้... เธอกลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือกว่าจะถอยหลังหรือเดินหน้า
แกร็ก!
เสียงล็อกกลอนประตูดังขึ้นจากด้านนอก ราวกับเสียงก로ซเซ้นต์ที่ปิดตายกรงขังมรณะ รินรดาที่กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้องนอนส่วนตัวขนาดใหญ่โตหรูหรา สะดุ้งเฮือกจนสุดตัว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อหันไปมองร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่เพิ่งก้าวเข้ามา
คณิน...
ผู้ชายที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายอันตรายและอำนาจมืด เขาไม่ได้ใส่สูทเต็มยศเหมือนทุกที เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทถูกปลดกระดุมออกสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยแผลเป็นจาง ๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวความโหดร้ายในอดีต ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่เปรียบเสมือนสัตว์ป่ากำลังจ้องตะครุบเหยื่อ มันไม่ใช่สายตาของมนุษย์ทั่วไป แต่มันคือสายตาของนักล่าที่กระหายการครอบครอง
"ล็อกประตูทำไมคะ..." เสียงของรินรดาแหบพร่า หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวรากับกลองศึก ร่างกายบางถอยร่นโดยอัตโนมัติจนสะโพกมนไปชนเข้ากับขอบเตียงนอนนุ่มขนาดคิงไซส์ พื้นที่รอบตัวแคบลงทันตาเห็นเมื่อร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าว ๆ อย่างมั่นคง
"เธอยังถามอีกหรือ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยลอดไรฟัน คณินหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นกายบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับน้ำหอมผู้ชายกลิ่นดาร์กๆ ลอยเข้ามารุกزประสาทสัมผัสจนเธอแทบหายใจไม่ออก "บ้านหลังนี้... ห้องนี้... และทุกตารางนิ้วในอาณาจักรของฉัน ไม่มีที่ไหนที่เธอจะมีสิทธิ์หลบซ่อนตัวจากสายตาฉันได้ทั้งนั้น"
"รินแค่อยากพักผ่อน... เฮียควรปล่อยรินไปได้แล้วนะคะ สัญญาของเรามัน..."
"สัญญาอะไร?" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนน่าขนลุก นิ้วแกร่งเอื้อมขึ้นมาตรึงคางมนของเธอไว้ด้วยแรงบีบที่พอเหมาะ ไม่เบาจนเกินไปและไม่หนักจนเจ็บ แต่เด็ดขาดพอที่จะบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรง ๆ "เธอคิดว่าร่างกายและอิสรภาพของครอบครัวเธอ แลกมาด้วยการเดินเล่นชมสวนในคฤหาสน์ของฉันแค่วันเดียวอย่างนั้นเหรอ หืม?"
ดวงตาคมปลาบจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่สั่นระริก รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ความโกรธและความกลัวตีรวนกันอยู่ในอกจนแทบจะระเบิดออกมา เธอยกมือขึ้นพยายามจะผลักไสแผงอกกว้างนั้นออกห่าง แต่ทว่า... ร่างกายของเธอกลับไร้เรียวแรงเมื่อปะทะเข้ากับมัดกล้ามแข็งแกร่งรากกำแพงเหล็ก
"คุณมันบ้า... คุณมันซาตานชัด ๆ!" เธอกัดฟันกรอด เค้นเสียงสั่นเครือออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ
"ใช่... ฉันมันบ้า และฉันก็คลั่งไคล้เธอจนแทบจะฆ่าใครก็ตามที่กล้ามองเธอด้วยซ้ำ!"
คำพูดดิบเถื่อนหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก คณินกระชากร่างบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนรินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ แรงปะทะทำให้เธอล้มลงไปนอนราบอยู่บนเตียงนอนนุ่ม โดยมีร่างหนาของมาเฟียหนุ่มตามทาบทับลงมาอย่างไร้ช่องว่าง น้ำหนักตัวและกลิ่นอายคุกคามแผ่ซ่านปกคลุมร่างเธอไว้ราวกับกรงขังที่ไร้ทางหนี
รินรดาลมหายใจสะดุดกึกเมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ไออุ่นร้อนจากลมหายใจของเขารดรินอยู่บนแก้มเนียน ความใกล้ชิดที่อันตรายนี้จุดประกายความตื่นตระหนกและแรงดึงดูดประหลาดให้แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง เธอเกลียดตัวเองเหลือเกินที่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นระรัวอย่างไม่รักดีต่อสัมผัสที่จงใจคุกคามนี้
"ปล่อยนะ... อื้อ!"
คำประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหนาประกบลงมาปิดกั้นเรียวปากนุ่มของเธออย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศิตสิทธิ์การครอบครอง เป็นการลงทัณฑ์ที่ดุดันและเร่าร้อนราวกับไฟแผดเผา รินรดาทุบตีอกเขาด้วยเรียวแรงทั้งหมดที่มี แต่มันกลับไร้ความหมายเมื่อเทียบกับพละกำลังอันเหนือกว่าของชายหนุ่ม
คณินขบเม้มริมฝีปากอิ่มด้วยความกระหาย ก่อนจะสอดแทรกลิ้นร้อนเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รสชาติจูบทั้งดิบเถื่อนและหอมหวานปะปนกันจนสติสัมปชัญญะของหญิงสาวเริ่มพร่าเลือน ความโกรธเกรี้ยวค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความหวามไหวแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปตามปลายนิ้ว ปลายมือที่เคยผลักไส ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นว่าพยศน้อยลง คณินจึงยอมผละริมฝีปากออกช้า ๆ ปล่อยให้รินรดาได้หอบหายใจโกกอากาศเข้าปอดอย่างกระหาย ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำด้วยพิษสวาทและหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น แก้มเนียนแดงก่ำราวกับผลไม้สุกงอม
นิ้วเรียวแกร่งของเขาไล้เกลี่ยไปตามกรอบหน้าสวยอย่างทะนุถนอม แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความดุดันและเจ้าเล่ห์
"จำใส่สมองของเธอเอาไว้ รินรดา..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเธอน้ำตาซึม "ไม่ว่าใครหน้าไหนจะเตือนเธออย่างไร... เธอก็ไม่มีวันหนีพ้นจากกรงขังของฉันไปได้หملكหรอก... เพราะต่อจากนี้ ลมหายใจของเธอทุกลมหายใจ เป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว"
ฉับพลันนั้น เสียงเคาะประตูดังปึงปังจากด้านนอกก็แทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศตึงเครียดแต่เร่าร้อนภายในห้องนอนลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของลูกน้องคนสนิทที่ดังลอดเข้ามา
"เฮียครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... สายของเราแจ้งว่า ‘มัน’ กำลังเคลื่อนไหว!"
คณินชะงักกึก ดวงตาสีนิลคมกริบไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมดุดันอย่างน่ากลัว เขาก้มลงมองรินรดาที่ยังคงนอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่าง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเยือกเย็น ก่อนที่เขาจะกระซิบประโยคสุดท้ายทิ้งไว้ข้างหูเธอ
"ดูเหมือนว่า... จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเคาะประตูบ้านเราซะแล้วสิที่รัก..."
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
รอยบาปอาบเงาศพ•ตอนที่ 2
กรงขังของซาตาน
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยบาปอาบเงาศพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!